ผมแต่งงานมา 15 ปี มีลูกสาวอายุ 14 ปี และลูกชาย 11 ปี ตอนนี้สถานะทางบ้านไม่ดีเหมือนก่อน (จากเหตุการน้ำท่วมนิคมอุตหกรรมทำงานกิจการครอบครัวและรายได้ลดลงแต่หนี้สินยังเท่าเดิม) ทำให้มีปัญหากับภรรยาอยู่เสมอ ผมทำงานรับราชการเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ต้องส่งบ้านส่งรถ และภรรยาต้องออกไปของนอกสถานที่แทนที่จะอยู่ที่ร้านเพราะโรงงานและคนย้ายหนีปัญหาซึ่งเกิดจากน้ำท่วมเมื่อปี 54 ภรรยาผมไปขายของตามตลาดนัดทำให้ผมผู้คนมากหน้าหลายตาทำให้ภรรยาเปลี่ยนไป บางครั้งไม่ยอมพูดคุยด้วย กลับมาก็จะบอกว่าเหนื่อยจากการขายของและไม่ยอมมีอะไรกับผม ซึ่งผมก็ไม่เขาใจ จนวันหนึ่งผมทนไม่ได้ก็จับเข่าคุยกันทั้งหมด 4 คน พ่อ แม่และลูก ว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นในครอบครัวเรา ซึ่งผมก็ถามภรรยาผมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาก็บอกว่าเขาเหนื่อยมากต้องการกลับไปอยู่บ้านพ่อ ซึ่งจะส่งเสียลูกทั้งสองคนและจะช่วยส่งรถและบ้านเหมือนเดิม ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจว่าเขาเหนื่อยแต่ผมไม่ใช้ปัญหานี้ที่ทำให้ภรรยาตัดสินใจอยากกลับไปอยู่บ้าน ก็เลยคะยั้นคะยอจนได้คำตามว่า แฟนเก่าเขาสมัยก่อนซึ่งก่อนจะแต่งงานกับผมเขาได้เข้ามามีบทบาทอยากกับไปคบกันเหมือนเดิมซึ่งเรามารู้ที่หลังว่าเขาจะยอมส่งเสียลูกของเราแต่ต้องให้ภรรยาผมกับไปอยู่บ้านพ่อเขา ซึ่งภรรยผมก็เต็มใจจะไปอยู่แต่เขาจะขอลูกชายไปอยู่ด้วยและจะช่วยผ่อนบ้านและรถ ผมก็ไม่ลูกจะทำอย่างไร เพราะว่าผมรักภรรยาและลูกมาก ภรรยาบอกว่าเขาไม่รักผมแล้ว ตอนนี้อยู่ด้วยกันก็ไม่เคยจะคุยกันดี ๆ สักคำ ทรมานมากครับ ไม่รู้ว่าเราผิดอะไร และไม่รู้จะทำอย่างไรดีครับ ช่วยหาทางออกให้หน่อยครับ (เคยคิดจะฆ่าตัวตายแต่สงสารลูก ๆ ) หาทางออกไหนดีที่สุดครับ
จะทำอย่างไรเมื่อเจอคำพูดแบบนี้