สวัสดีครับพี่ๆเพื่อนๆชาวก้นครัวแห่ง pantip.com
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่เป็นกำลังใจและติดตามการรีวิวของผมทุกคนครับ
จากรีวิวครั้งที่แล้วทำให้ผมผมรู้สึกยินดีมากเลยที่ได้รับผลการตอบรับจากทุกๆคนเป็นอย่างดี ขอบคุณทุกท่านจริงๆครับ
สัญญาว่าผมจะส่งความสุขจากการกินที่ต่างๆมาให้ทุกคนได้ชมกันอย่างต่อเนื่องแน่นอนครับ
#ติดตามงานรีวิวและชีวิตประจำวันของผมได้ที่ FB ของผมโดยพิมพ์ชื่อผมที่ช่องค้นหาได้เลยนะครับ
วันนี้เกิดคึกครับ ครั้งก่อนไปทานบุฟเฟต์สุกี้มันยังไม่สะใจ ขอเปลี่ยนรสชาติซะหน่อยจากสไตล์สุกิ้ ชาบู เปลี่ยนมาเป็นปิ้งย่างสไตล์อีสานกันบ้าง
วันนี้ตั้งใจมากินที่นี่โดยเฉพาะ เพราะวันก่อนชมรายการนึงในช่อง food planet เห็นคุณอิม อะชิตะ มาทานที่ร้านนี้ด้วย ดูคุณภาพเนี้อแล้วน่าลองมากๆ
แต่ที่ทางรายการพาไปเป็นเมนู A la carte ครับ แต่ผมเคยเห็นว่าที่นี่มีแบบบุฟเฟ่ต์อีกด้วย ถูกใจคนรักเนื้อชอบเนื้ออย่างเราจริงๆ อย่ารอช้า ตามมาชิมด้วยกันครับ
มาถึงหน้าร้านแอบมองเข้าไปในร้านดูหน่อยซิ อืม...คนเยอะอยู่ครับหวังว่าคงไม่เลวร้ายอะไรนะเพราะปกติเห็นคนน้อยกว่านี้อีก
เข้ามาถึงในร้านบรรยากาศตอนนี้คึกคักน่าดูเลย คนค่อนข้างเยอะ คงจะอร่อยแหละมั้ง
เก็บภาพบรรยากาศในครัวมาด้วยครับกำลังวุ่นวายนิดหน่อย มีแม่ตำครัวส้มตำและเตรียมของสด
เก็บบรรยากาศมาให้อีกมุมนึงครับ
วันนี้ผมเลือกทานบุฟเฟ่ต์แบบพรีเมียมกันครับ ถ้าเป็นแบบปกติราคา 296 ++ แต่เพิ่มอีกเพียง 79 บาท ได้ทานเนื้อแบบพรีเมี่ยมอีกด้วย
สําหรับโต๊ะที่สั่งแบบพรีเมี่ยม ก็จะได้ธงเป็นตราของร้าน อีกด้านบ่งบอกว่าเป็นพรีเมี่ยมอีกด้วย ^ ^
ด้านหลังเป็นตราพรี่เมี่ยมครับ คิดไปคิดมาเริ่มหวั่นๆ 296++บวกกับ79 เบ็ดเสร็จราคา 438.75 ต่อหัว ทำเอาช๊อกเหมือนกัน
ราคานี้กินเนื้อย่างญี่ปุ่นได้เลยะนะเนี่ย แทบจะพอๆกันเลย หรือคุณภาพจะเท่าๆกัน ต้องรอลุ้นกันต่อไปครับ
ในส่วนของโต๊ะจะมีทั้งเตาเดี่ยว และเตาคู่ วันนี้ผมเลือกเป็นเตาคู่ครับ เพราะจะได้ทานทั้งจิ้มจุ่มและเนื้อย่าง เอาแบบ 2in1ไปเลย
นานๆจะมาทั้งที ต้องจัดเต็ม จัดหนักกันหน่อย
ระหว่างรอ มองไปข้างๆเจอรูปน้องวัวพร้อมเนื้อส่วนต่างๆให้ยั่วน้ำลายเล่นๆอีกด้วย เห็นวัวแล้วมันหิวนะ อยากกินทั้งตัวเลย อิอิ
เริ่มส่งเมนูกันดีกว่า มีเยอะมากๆ พูดไปก็ยังไม่หมด หลากหลายจริงๆ ชมรูปแทนแล้วกันนะครับ
หน้าหลังพร้อมเมนูพรีเมี่ยม ค่อนข้างน่าทานเลยทีเดียว มีเนื้อส่วนดีๆให้เลือกทานเยอะแยะเลย ชอบจังๆ
แต่ถ้าหิวจัด หน้ามืดตาลายทนไม่ไหว ที่บาร์หมุนก็มีของสดต่างๆคอยให้บริการด้วยครับ แต่ดูหรอยๆยังไงก็ไม่รู้
ถ่ายรูปพยายามหาตอนที่ของเยอะที่สุดได้แค่นี้จริงๆครับ
แต่ว่าจะหยิบจานมั่วซั่วไม่ได้นะครับ ที่นี่มีการกำหนดสีจานตามราคาที่จ่ายไปด้วย แค่วันนี้จ่ายแบบพรีเมี่ยมครับ
ทานได้ทุกอย่างไม่ต้องเลือกเลย หยิบตามสบาย
เดินมาเที่ยวชมไลน์อาหารกันบ้างดีกว่า ค่อยๆไล่เรียงไปเริ่มจาก ผัดหมี่ซั่วจีน ข้าวผัดกระเทียม กระเพาะปลาน้ำแดง
ต่อมาเป็นผลไม้สดมีเพียงสัปปะรดและแตงโมแค่นี้เอง -*-
ต่อมาเป็นของทอด และติ่มซำ วันนี้มีแต่ปลาทอดดูชืดๆ ในตู้ติ่มซำดูร้อนทั่วถึง น่าทานดีครับ
ของหวานที่จะขาดไม่ได้จากร้านบุฟเฟ่ต์นั่นคือไอศกรีม นั่นเองครับ ดูเต็มตู้แบบนี้ มีเพียง 3 รสพื้นฐานอย่าง
ช๊อกโกแลต วนิลา และสตอเบอรี่ เท่านั้นครับ
เครื่องดื่มก็มีให่เลือกค่อนข้างหลากหลายทั้งน้ำผลไม้ และน้ำอัดลม เลือกกดกันได้ตามสะดวกเลยครับ
กลับมาที่โต๊ะ ตักมาชิมนิดๆหน่อยๆ โดยรวมแล้วรสชาติกลางๆครับ ไม่เลวร้ายอะไร เฉยๆครับ เอาไว้แกล้มระหว่างรอเนื้อย่างได้
สักพักหม้อซุปของเราก็มาแล้ว มีทั้งซุปจิ้มจุ่มและชาบูให้เลือก วันนี้ผมเลือกเป็นซุปชาบูใสๆเพื่อให้ได้รับรสเนื่ออย่างเต็มที่
ส่วนเตาของที่นี่เป็นแบบคลาสสิกแบบโพนยางคำแท้ๆ กระทะร้อนสีดำบนเตาไฟฟ้า ดูทันสมัย แปลกตาดีครับ ปกติเห็นแต่บนเตาถ่านกันนี่นะ
เหล่าเนื้อทยอยๆกันมา เนื้ออะไรเป็นอะไรบ้าง อย่าถามนะครับกินเป็นอย่างเดียว อิอิ
แต่ว่าคุณภาพเนื้อที่ได้มาแต่ละจานดูจากสีสัน ไขมัน และไขมันแทรก ถือว่าเป็นเนื้อค่อนข้างดีทีเดียวครับ
รีวิวไปลงรูปไป เห็นแล้วยังอยากเลย เนื้ออีกล๊อตนึงนี่ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ ถูกใจคนรัเนื้อซะจริงๆ นี่มันสวรรค์ชัดๆ
และเนื้อย่างโพนยางคำจะขาดเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้เลย นั่นก็คือ เนย ที่นี่ใช้เนยแท้จริงๆครับ กลิ่นหอมมาก ดีกว่าบางร้านที่ใช่มาการีน
แต่อย่างว่า ราคาระดับนี้แล้วนะ
จับเนยใส่ลงในกระทะ ละเลงให้ทั่ว เสียงดังเปรี๊ยๆ และกลิ่นหอม บอกว่าเอาเนื้อลงเตาได้แล้วเจ้ามนุษย์....
ตามคำเรียกร้องจับย่างลงเตากันเลยครับ ย่างไฟแรงๆพลิกข้างเดียว เอาขึ้นเลย เพื่อคงความชุ่มฉ่ำของน้องเนื้อไม่ให้ไปไหน
ย่างเสร็จแล้วก็เลือกจิ้มได้เลย กับน้ำจิ้มทั้ง 3 สูตร ทั้งน้ำจิ้มแจ่วมะนาวรสเปรี้ยวหอมมะนาว แจ่วมะขามเข้มข้นรสเปรี้ยวหวาน
และน้ำจิ้มสุกี้รสใสๆไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไหร่ ชอบรสแบบไหนเชิญจิ้มได้เลยครับ
นอกจากเนื้อและของสดต่างๆแล้วที่นี่ยังมีอาหารอีสานและของทานเล่นอื่นๆให้เลือกทานอีกด้วย เช่นลาบ ส้มตำ น้ำตก คอหมูย่าง
ยังมีอีกเยอะนะครับ แต่สั่งมาแค่นี่พอ เดี๋ยวทานไม่หมด
ส้มตำของที่นี่รสชาติเข้มข้นดีครับ เปรี้ยวหวานโดนใจ แต่เยอะไปหน่อยถ่วงท้องไปเยอะนะ
อิ่มแล้วครับ แต่เมือทานของคาวแล้ว ก็ต้องซัดของหวานให้ครบตามสูตร นอกจากไอศกรีมในตู้แล้ว ยังมีผลไม้ในน้ำเชื่อม
ให้ทานอีกด้วย ผลไม้วันนี้ที่ผมทานเป็นลำไยกระป๋องครับ รสไม่หวานมาก แต่เนื้อลำไยมันเฝื่อนๆ ไม่ผ่านครับ
ราคามื้อนี้สำหรับ 2 คนราคา 854 บาท ครับ แต่ความอร่อยคุ้มค่าและราคาผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่
เพราะเนื้อค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ได้ดีมากอย่างที่คิด น้ำจิ้มค่อนข้างชืดไป ของทานเล่นบางอย่างก็เย็นชืด บริการก็ช้าไปหน่อย
ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าสำหรับราคานี้ไปทานเนื้อย่างญี่ปุ่นหัวละ 400+ยังรู้สึกดีกว่าครับ ผมให้ะแนน 3/5พอครับ กลางๆไว้ก่อนเพราะรู้สึกเฉยๆครับ ไม่ได้ปลื้มอะไรมากมาย
ครั้งหน้าผม Caption Ton จะอาสาพาทุกคนไปหาความสุข ความอร่อย มาแชร์ให้ชมที่ไหนกันอีก อย่าลืมติดตามชมได้กันที่นี่ และ FB ของผมได้นะครับ
ขอให้สนุกสนานกับการกินเพื่อความสุขกันทุกๆท่านนะครับ
[CR] Caption Ton รีวิว@โคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ สาขา Central Ramintra
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่เป็นกำลังใจและติดตามการรีวิวของผมทุกคนครับ
จากรีวิวครั้งที่แล้วทำให้ผมผมรู้สึกยินดีมากเลยที่ได้รับผลการตอบรับจากทุกๆคนเป็นอย่างดี ขอบคุณทุกท่านจริงๆครับ
สัญญาว่าผมจะส่งความสุขจากการกินที่ต่างๆมาให้ทุกคนได้ชมกันอย่างต่อเนื่องแน่นอนครับ
#ติดตามงานรีวิวและชีวิตประจำวันของผมได้ที่ FB ของผมโดยพิมพ์ชื่อผมที่ช่องค้นหาได้เลยนะครับ
วันนี้เกิดคึกครับ ครั้งก่อนไปทานบุฟเฟต์สุกี้มันยังไม่สะใจ ขอเปลี่ยนรสชาติซะหน่อยจากสไตล์สุกิ้ ชาบู เปลี่ยนมาเป็นปิ้งย่างสไตล์อีสานกันบ้าง
วันนี้ตั้งใจมากินที่นี่โดยเฉพาะ เพราะวันก่อนชมรายการนึงในช่อง food planet เห็นคุณอิม อะชิตะ มาทานที่ร้านนี้ด้วย ดูคุณภาพเนี้อแล้วน่าลองมากๆ
แต่ที่ทางรายการพาไปเป็นเมนู A la carte ครับ แต่ผมเคยเห็นว่าที่นี่มีแบบบุฟเฟ่ต์อีกด้วย ถูกใจคนรักเนื้อชอบเนื้ออย่างเราจริงๆ อย่ารอช้า ตามมาชิมด้วยกันครับ
มาถึงหน้าร้านแอบมองเข้าไปในร้านดูหน่อยซิ อืม...คนเยอะอยู่ครับหวังว่าคงไม่เลวร้ายอะไรนะเพราะปกติเห็นคนน้อยกว่านี้อีก
เข้ามาถึงในร้านบรรยากาศตอนนี้คึกคักน่าดูเลย คนค่อนข้างเยอะ คงจะอร่อยแหละมั้ง
เก็บภาพบรรยากาศในครัวมาด้วยครับกำลังวุ่นวายนิดหน่อย มีแม่ตำครัวส้มตำและเตรียมของสด
เก็บบรรยากาศมาให้อีกมุมนึงครับ
วันนี้ผมเลือกทานบุฟเฟ่ต์แบบพรีเมียมกันครับ ถ้าเป็นแบบปกติราคา 296 ++ แต่เพิ่มอีกเพียง 79 บาท ได้ทานเนื้อแบบพรีเมี่ยมอีกด้วย
สําหรับโต๊ะที่สั่งแบบพรีเมี่ยม ก็จะได้ธงเป็นตราของร้าน อีกด้านบ่งบอกว่าเป็นพรีเมี่ยมอีกด้วย ^ ^
ด้านหลังเป็นตราพรี่เมี่ยมครับ คิดไปคิดมาเริ่มหวั่นๆ 296++บวกกับ79 เบ็ดเสร็จราคา 438.75 ต่อหัว ทำเอาช๊อกเหมือนกัน
ราคานี้กินเนื้อย่างญี่ปุ่นได้เลยะนะเนี่ย แทบจะพอๆกันเลย หรือคุณภาพจะเท่าๆกัน ต้องรอลุ้นกันต่อไปครับ
ในส่วนของโต๊ะจะมีทั้งเตาเดี่ยว และเตาคู่ วันนี้ผมเลือกเป็นเตาคู่ครับ เพราะจะได้ทานทั้งจิ้มจุ่มและเนื้อย่าง เอาแบบ 2in1ไปเลย
นานๆจะมาทั้งที ต้องจัดเต็ม จัดหนักกันหน่อย
ระหว่างรอ มองไปข้างๆเจอรูปน้องวัวพร้อมเนื้อส่วนต่างๆให้ยั่วน้ำลายเล่นๆอีกด้วย เห็นวัวแล้วมันหิวนะ อยากกินทั้งตัวเลย อิอิ
เริ่มส่งเมนูกันดีกว่า มีเยอะมากๆ พูดไปก็ยังไม่หมด หลากหลายจริงๆ ชมรูปแทนแล้วกันนะครับ
หน้าหลังพร้อมเมนูพรีเมี่ยม ค่อนข้างน่าทานเลยทีเดียว มีเนื้อส่วนดีๆให้เลือกทานเยอะแยะเลย ชอบจังๆ
แต่ถ้าหิวจัด หน้ามืดตาลายทนไม่ไหว ที่บาร์หมุนก็มีของสดต่างๆคอยให้บริการด้วยครับ แต่ดูหรอยๆยังไงก็ไม่รู้
ถ่ายรูปพยายามหาตอนที่ของเยอะที่สุดได้แค่นี้จริงๆครับ
แต่ว่าจะหยิบจานมั่วซั่วไม่ได้นะครับ ที่นี่มีการกำหนดสีจานตามราคาที่จ่ายไปด้วย แค่วันนี้จ่ายแบบพรีเมี่ยมครับ
ทานได้ทุกอย่างไม่ต้องเลือกเลย หยิบตามสบาย
เดินมาเที่ยวชมไลน์อาหารกันบ้างดีกว่า ค่อยๆไล่เรียงไปเริ่มจาก ผัดหมี่ซั่วจีน ข้าวผัดกระเทียม กระเพาะปลาน้ำแดง
ต่อมาเป็นผลไม้สดมีเพียงสัปปะรดและแตงโมแค่นี้เอง -*-
ต่อมาเป็นของทอด และติ่มซำ วันนี้มีแต่ปลาทอดดูชืดๆ ในตู้ติ่มซำดูร้อนทั่วถึง น่าทานดีครับ
ของหวานที่จะขาดไม่ได้จากร้านบุฟเฟ่ต์นั่นคือไอศกรีม นั่นเองครับ ดูเต็มตู้แบบนี้ มีเพียง 3 รสพื้นฐานอย่าง
ช๊อกโกแลต วนิลา และสตอเบอรี่ เท่านั้นครับ
เครื่องดื่มก็มีให่เลือกค่อนข้างหลากหลายทั้งน้ำผลไม้ และน้ำอัดลม เลือกกดกันได้ตามสะดวกเลยครับ
กลับมาที่โต๊ะ ตักมาชิมนิดๆหน่อยๆ โดยรวมแล้วรสชาติกลางๆครับ ไม่เลวร้ายอะไร เฉยๆครับ เอาไว้แกล้มระหว่างรอเนื้อย่างได้
สักพักหม้อซุปของเราก็มาแล้ว มีทั้งซุปจิ้มจุ่มและชาบูให้เลือก วันนี้ผมเลือกเป็นซุปชาบูใสๆเพื่อให้ได้รับรสเนื่ออย่างเต็มที่
ส่วนเตาของที่นี่เป็นแบบคลาสสิกแบบโพนยางคำแท้ๆ กระทะร้อนสีดำบนเตาไฟฟ้า ดูทันสมัย แปลกตาดีครับ ปกติเห็นแต่บนเตาถ่านกันนี่นะ
เหล่าเนื้อทยอยๆกันมา เนื้ออะไรเป็นอะไรบ้าง อย่าถามนะครับกินเป็นอย่างเดียว อิอิ
แต่ว่าคุณภาพเนื้อที่ได้มาแต่ละจานดูจากสีสัน ไขมัน และไขมันแทรก ถือว่าเป็นเนื้อค่อนข้างดีทีเดียวครับ
รีวิวไปลงรูปไป เห็นแล้วยังอยากเลย เนื้ออีกล๊อตนึงนี่ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ ถูกใจคนรัเนื้อซะจริงๆ นี่มันสวรรค์ชัดๆ
และเนื้อย่างโพนยางคำจะขาดเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้เลย นั่นก็คือ เนย ที่นี่ใช้เนยแท้จริงๆครับ กลิ่นหอมมาก ดีกว่าบางร้านที่ใช่มาการีน
แต่อย่างว่า ราคาระดับนี้แล้วนะ
จับเนยใส่ลงในกระทะ ละเลงให้ทั่ว เสียงดังเปรี๊ยๆ และกลิ่นหอม บอกว่าเอาเนื้อลงเตาได้แล้วเจ้ามนุษย์....
ตามคำเรียกร้องจับย่างลงเตากันเลยครับ ย่างไฟแรงๆพลิกข้างเดียว เอาขึ้นเลย เพื่อคงความชุ่มฉ่ำของน้องเนื้อไม่ให้ไปไหน
ย่างเสร็จแล้วก็เลือกจิ้มได้เลย กับน้ำจิ้มทั้ง 3 สูตร ทั้งน้ำจิ้มแจ่วมะนาวรสเปรี้ยวหอมมะนาว แจ่วมะขามเข้มข้นรสเปรี้ยวหวาน
และน้ำจิ้มสุกี้รสใสๆไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไหร่ ชอบรสแบบไหนเชิญจิ้มได้เลยครับ
นอกจากเนื้อและของสดต่างๆแล้วที่นี่ยังมีอาหารอีสานและของทานเล่นอื่นๆให้เลือกทานอีกด้วย เช่นลาบ ส้มตำ น้ำตก คอหมูย่าง
ยังมีอีกเยอะนะครับ แต่สั่งมาแค่นี่พอ เดี๋ยวทานไม่หมด
ส้มตำของที่นี่รสชาติเข้มข้นดีครับ เปรี้ยวหวานโดนใจ แต่เยอะไปหน่อยถ่วงท้องไปเยอะนะ
อิ่มแล้วครับ แต่เมือทานของคาวแล้ว ก็ต้องซัดของหวานให้ครบตามสูตร นอกจากไอศกรีมในตู้แล้ว ยังมีผลไม้ในน้ำเชื่อม
ให้ทานอีกด้วย ผลไม้วันนี้ที่ผมทานเป็นลำไยกระป๋องครับ รสไม่หวานมาก แต่เนื้อลำไยมันเฝื่อนๆ ไม่ผ่านครับ
ราคามื้อนี้สำหรับ 2 คนราคา 854 บาท ครับ แต่ความอร่อยคุ้มค่าและราคาผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่
เพราะเนื้อค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ได้ดีมากอย่างที่คิด น้ำจิ้มค่อนข้างชืดไป ของทานเล่นบางอย่างก็เย็นชืด บริการก็ช้าไปหน่อย
ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าสำหรับราคานี้ไปทานเนื้อย่างญี่ปุ่นหัวละ 400+ยังรู้สึกดีกว่าครับ ผมให้ะแนน 3/5พอครับ กลางๆไว้ก่อนเพราะรู้สึกเฉยๆครับ ไม่ได้ปลื้มอะไรมากมาย
ครั้งหน้าผม Caption Ton จะอาสาพาทุกคนไปหาความสุข ความอร่อย มาแชร์ให้ชมที่ไหนกันอีก อย่าลืมติดตามชมได้กันที่นี่ และ FB ของผมได้นะครับ
ขอให้สนุกสนานกับการกินเพื่อความสุขกันทุกๆท่านนะครับ