คนจะซื้อบ้าน ควรจะรู้ขั้นตอนอย่างละเอียดด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่ว่าขอกู้ได้ ผ่อนไหว เท่านั้น มิเช่นนั้นกรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้





กรณีนี้เท่าที่ดู ปัญหาอยู่ที่

1. คนกู้คิดเพียงแต่ว่าซื้อได้ ขอกู้ได้ รู้จำนวนเงินว่าจะต้องจ่ายเท่าไร และคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร โดยที่ไม่รู้ถึุงผลกระทบในเรื่องอื่นๆ
2. ถึงแม้จะชำระทุกเดือน แต่ผ่อนชำระไม่ตรงบ่อยครั้ง ทำให้ดอกเบี้ยมันทบไปเรื่อยๆ
3. ใช้ที่อยู่ ที่ตัวเองไม่ได้อยู่ ทำให้ไม่ได้รับเอกสาร
4. ไม่รู้ขั้นตอนกระบวนการในการ ผิดนัดชำระ การคิดดอกเบี้ยที่ต้องเพิ่มขึ้นในกรณีผิดนัดชำระ
5. ให้คนอื่นเช่าบ้านอยู่ คนเช่าเขาไม่มานั่งใส่ใจ สนใจเอกสารต่างๆ นานาที่ไม่ใช่ของเขาหรอก

ปัญหานี้ควรให้เป็นกรณีศึกษา สำหรับคนที่คิดจะกู้เงินซื้อบ้าน ควรจะ

1. จำนวนเงินที่ขอกู้ได้ อัตราดอกเบี้ย เงินที่ผ่อนชำระเป็นเงินต้นเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไร อย่าคิดเพียงแต่ว่า รายได้เท่านี้ กู้ได้เท่าไร ผ่อนเดือนเท่านี้ผ่อนไหวอยู่แล้ว
2. เงินที่ผ่อนชำระต้องจ่ายตรงเวลา และสม่ำเสมอ ทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้จะมีปัญหาในภายหลัง
3. หากเกิดการผิดนัดชำระขึ้นมา อัตราดอกเบี้ยที่แบงค์จะคิดจะอยู่ในอัตราเท่าไร แล้วมีความสามารถในการชำระย้อนหลังหรือไม่ คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าดอกเบี้ยแบงค์เท่านี้ คำนวณออกมาไม่มีปัญหา อยู่ในจำนวนเงินที่ผ่อนชำระไหว แต่หากผิดนัดชำระบ่อยครั้ง แบงค์เขาจะไม่ได้คิดให้ในอัตราเดิม (คนที่มีหนี้สิน หนี้บัตรเครดิตจะรู้ดี เพราะเจอมากับตัว ส่วนคนที่ไม่เคยเป็นหนี้มักจะไม่ค่อยรู้)
4. ที่อยู่ เบอร์โทรที่ติดต่อได้ ถือว่าเป็นอีกเรื่องจำเป็นมาก หากมีการเปลี่ยนแปลง ควรมีการไปติดต่อกับแบงค์ เพื่ออัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (จริงๆ เรื่องนี้คนเรามักจะละเลย เช่น บิลชำระค่าบริการต่างๆ เช่น น้ำ ไฟ โทรศัพท์ บัตรเครดิต ฯลฯ)

กรณีอย่างนี้จะไปต่อว่าแบงค์ก็คงไม่ได้ คงต้องทำใจ และคนที่จะกู้เงินควรจะเรียนรู้เอาไว้ให้มาก จะมาบอกว่าแบงค์เอาเปรียบ อะไรยังไงก็คงไม่ได้ อย่างอัตราดอกเบี้ยบางคนบอกแพงบ้างล่ะ แต่คนก็พร้อมที่จะเข้าไปกู้เองมิใช่หรือ

เคสนี้กู้ซื้อบ้านจำนวนเงิน 9 แสน ผ่อนเดือนละ 5 พันกว่าบาท เงินต้น 2 พัน ดอกเบี้ย 3 พันกว่าบาทยังมีปัญหา ใครคิดที่จะกู้ซื้อบ้านราคาหลายล้าน ยิ่งควรต้องคิดให้เยอะ เพราะจำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ หากมีปัญหาการผิดนัดชำระ แล้วเจอดอกเบี้ยผิดนัดชำระที่ 10% กว่าๆ ความสามารถในการชำระจะไหวหรือเปล่า ภาระหนี้สินกู้บ้านไม่ใช่แค่ 1-2 ปี แต่กินระยะเวลานานถึง 20-30 ปี อนาคตในชีวิตเรามันไม่มีอะไรแน่นอน แต่ที่แน่นอน ก็คือ หนี้สินกับดอกเบี้ยที่ต้องชำระ

เพราะฉะนั้นสุดท้าย การก่อหนี้ เราควรดูขั้นตอน รายละเอียดต่างๆ ไว้ให้ครบถ้วน ถ้าหากมีปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่