เมื่อรถมอเตอร์ไซค์หัวฉีด สตาร์ทไม่ติด เป็นเพราะอะไรมาดูกัน

เริ่มเรื่องก็คือ ขี่มอเตอไซต์มาทำงานทุกวัน แล้ววันหนึ่งก็มาถึง รถสตาร์ทไม่ติดตอนจะกลับบ้าน

ด้วยความไม่รู้ก็พยายามสตาร์ท ด้วยการถีบคันสตาร์ทหลายครั้ง ก็ไม่มีวี่แววว่าจะติด  พี่ที่ทำงานก็บอกว่าเป็นที่หัวเทียนรึเปล่า

เราตรวจสอบดูด้วยการไขออกมาดูไม่ใช่ หัวเทียนแห้งสนิท  ข้อสัณนิฐานนี้ตกไป ต่อมามีพี่อีกคนออกมา แกเป็นฝ่ายซ่อมบำรุง ก็เข้ามาดูให้

ไฟแสดงสถานะหัวฉีด มันส้มวาบตลอดเวลาที่สตาร์ทรถ แสดงว่ามีปัญหาที่หัวฉีด พี่ที่อยู่แผนกเดียวกัน บอกว่าอาจต้องล้าง ไปเข้าศูนย์

อ่าแย่แล้ว วันนั้นไม่มีใครเอารถยนต์มา ก็เลยต้องทิ้งรถไว้โรงงาน

วันต่อมาหัวหน้าแผนกใจดี ยิ้ม  สงสารลูกน้องตัวดำๆ เอารถขึ้นท้ายกะบะ ไปซ่อมให้ พี่บอกไปที่นี่ไหม........ เราก็บอกไม่ไป มันอยู่ไกล

ซ่อมแค่ใกล้ๆ ก็พอมั้งพี่่ มีคนท้วงบอกว่าเค้าซ่อมได้เหรอ มันเป็นหัวฉีดนะ มันละเอียดนะแก

แต่เราก็ดันทุรัง จะไปร้านใกล้ แต่ปรากฎว่า แค่ลงมาถาม พี่ๆ ดูหัวฉีดให้หน่อย พี่แกบอก "โอย ผมไม่ค่อยถนัด น้องไปร้าน โน้นเลยนะเค้า

มีเครื่องล้าง "

เราก็ค่ะ ค่ะ  ได้แต่คิดในใจ ก็ร้านเดียวกับที่พี่เค้าจะให้ไปตอนแรก รู้งี้ไปร้านนั้นก็ดีไม่น่าดื้อเลย

พอไปถึง เจอ ตร.จราจร ตั้งด่านจับคนไม่ใส่หมวกกันน็อค ใจหายแว้บ แต่นึกขึ้นได้ว่าตัวเอง นั่งรถกระบะ มานี่นา 555

สงสัยจะเป็นความเคยชิน

เสร็จแล้วเอารถให้ช่างดู ปรากฎว่า หัวฉีดไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างได แต่เกิดจากเจ้าตัวนี้



ปั๊มน้ำมันที่ติดกับถัง น้ำมันค่ะ

จากที่สอบถามช่างซ่อม ก็คือว่า
    
       ตัวแบตเกิดหมด ทำให้ไม่มีไฟไปจ่ายตัวปั๊ม ปั๊มก็จะเกิดอาการรวน และไม่ทำงาน น้ำมันก็จะไม่ไหลไปที่หัวฉีด

ทำให้ไฟแสดงสถานะ หัวฉีด ส้มวาบวาบอยู่ตลอด ตลอด เมื่อเราเสียบกุญแจและพยายามสตาร์ทรถ

     ก็เลยถามพี่ช่างว่า "เอ้าแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าแบตมันเริ่มหมดล่ะพี่" พี่ช่างก็ชี้แจงว่า

ให้ดูที่ไฟสีเขียว ตัว N เวลาที่ใส่เกียร์ว่างและเปิดกุญแจ  ON ไว้ มันจะสว่างตลอด ถ้ามันกระพริบ หรือดับ ให้สงสัยว่าแบตเริ่มไปและ

ตัวเรางง มาก เพราะตอนที่ไฟสีเขียวมันเริ่มอยู่ๆ ก็ดับ เราได้ไปเช็คแบต กับช่าง เค้าก็เอาเหล็ก มาจ่อที่ขั้วประกายไฟก็ออกมาดี ปกติทุกอย่าง

แค่ไฟเขียว ตัว N มันดับเท่านั้น  แต่ส่วนตัวตอนนั้นก็รู้สึกว่าไฟรถมันแปลกๆ เหมือนกัน สงสัยจะเป็นที่แบต แต่พอไปเช็คมันก็ไม่มีอะไร

ก็เลยอยากรู้ว่าเรามีวิธีสังเกตุแบตเตอร์รี่รถ ยังไงว่าใช้งานได้อยู่




สรุปสุดท้าย เราต้องเปลี่ยนทั้ง แบตเตอร์รี่ และปั๊ม เพราะปั๊ม ก็เจ๊ง ใส้กรองตันด้วย นี่ก็อีก 1 สาเหตุ ให้สตาร์ทไม่ติด หมดเงินหลักพัน

ถามช่างว่างั้นแบบนี้ ก็ต้องเช็คทุกปีใช่ไหม เพราะปล่อยแบตเตอร์รี่หมดไม่ได้เลย พี่ช่างตอบมาว่า

"ทางที่ดีเช็ค สัก 4 เดือนครั้งดีกว่าครับ เพราะระบบหัวฉีดนี่มันต้องดูแลแบบละเอียดมาก"

คิดในใจ หรือเราจะเอาคันนี้ไปแลกกับเครื่อง ระบบ คาร์บูฯ ที่บ้านดีน้อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่