เครดิตจาก
http://fb.me/2naVhLwBj
"แผนร้ายพ่ายรัก" จบบริบูรณ์ลงแล้วเมื่อคืน บทสรุปของความสัมพันธ์แต่ละคู่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบทั้งหมด บางคู่ลงเอย บางคู่เกือบจะ บางคู่ก็ต้องลุ้นต่อไป ส่วนบางคู่ต้องรับประทานแห้ว ที่เลือกจบแบบนี้เพราะอยากชี้ให้เห็นว่า ชีวิตจริงมันก็เป็นเช่นนี้แล....มันไม่ได้อุดมคติ
แต่สิ่งที่เป็นอุดมคติ ที่เรื่องนี้อยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆในสังคมไทย คือคำว่า "การให้อภัยและการให้โอกาส" กับคนที่สำนึกผิดและต้องการจะกลับมามีพื้นที่ยืนในสังคมอีกครั้ง ไม่ต้องอคติ ไม่ต้องปรามาสว่าคนๆนั้น "จะกลับตัวกลับใจได้จริงๆหรือ???" เพราะหน้าที่ของผู้ให้คือให้ ส่วนผู้รับจะใช้โอกาสนั้นเพื่อตัวเองมากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องที่เขาจะต้องทำด้วยตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ผลลัพธ์ก็คือจบ โดยที่ตัวผู้รับนั่นแหละคือคนรับผิดชอบผลของมัน ผู้ให้นั้นไม่มีอะไรจะเสียค่ะ มีแต่จะได้กับได้ ได้ฝึกใจให้รู้จักการเสียสละ ฝึกใจที่มีเมตตา ฝึกการวางเฉย และอื่นๆมากมาย
โลกที่แห้งแล้งลงทุกทีใบนี้กำลังต้องการสิ่งเหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดก็ใน "บ้าน" ของเรา เราเลือกได้ไม่ใช่เหรอคะว่าจะให้บ้านของเราสงบสุขหรือร้อนเป็นไฟ
คนอื่นยังไม่ทำ แต่ถ้าเราทำก่อน ไม่นาน "เราเพียงคนเดียว" หลายๆคนรวมกันเข้า มันก็จะกลายเป็นพลังก้อนมหึมาเอง
นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังได้แฝง "อุดมคติ" อีกหลายประการทั้งเรื่องความรักความเข้าใจของคนในครอบครัว เพื่อน เจ้านาย-ลูกน้อง หลากหลายรูปแบบตัวอย่าง ที่ยกมาเปรียบเทียบให้เห็นกัน
เป็นอุดมคติที่ทำให้เป็นจริงได้ในโลกแห่งความเป็นจริง...ถ้าลงมือทำ
ชีวิตหลายคนกำลังเจอเหมือนในละคร หลายคนหัวเราะใส่เพราะยังไม่เคยเจอ หลายคนอิน หลายคนเอ้าท์ เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ การดูสื่อใดๆ ผู้ชมจะได้รับ "สาร" ที่อยู่ในสื่อนั้นแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ชีวิต ทัศนติการมองโลกส่วนตัว หรือบางคนดูแล้วคิดว่าแทบจะไม่ได้อะไรเลย....ก็มี ก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกัน
ละครไม่ได้ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด ละครไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา แต่เป็นผู้นำเสนอตัวอย่างชีวิตสู่สายตาผู้ชม ขยายออกมาให้เห็นว่า "ใครทำอะไร เพราะอะไร แล้วจะได้รับผลของการกระทำนั้นอย่างไร" สุดท้าย เป็นหน้าที่ของผู้ชมที่จะเป็นคน "ตัดสิน" ด้วยตัวเองว่า "ได้อะไร" จากละครเรื่องนี้
"แผนร้ายพ่ายรัก" ก็ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวมาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ทีมงานทุกคนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ลงมือทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ตามความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ และสิ่งที่หนึ่งที่ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์สัมผัสได้จากการทำงานร่วมกับทุกคนคือ "การมีหัวใจดวงเดียวกัน" ทุกคนตั้งใจจะสื่อสารทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิตให้กับผู้ชม อยากให้ทุกคนฟิน จิ้น อร่อยกับอาหารจานนี้กันตามอัธยาศัย แต่ก็ไม่อยากให้เขี่ย "ผัก" ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระออกไปวางข้างจานโดยไม่คิดจะรับประทานมัน กินเข้าไปด้วยกันเถอะค่ะ อย่าให้การรับชมละครถึงสองชั่วโมงในแต่ละคืนนั้นเสียเวลาเปล่า เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของการผ่อนคลายแต่เพียงอย่างเดียว ขนาดการไปนวดเท้าคุณยังได้สุขภาพที่ดีกลับมาพร้อมกับความรู้สึกเบาสบายตัว แต่ละครคุณเบาสบายตัวได้แถมด้วยอาหารใจและฟรีอีกต่างหาก
ขอบคุณทุกคำติชมของคนที่ติดตาม ไม่มีอะไรจะทำให้คนทำงานชื่นใจไปได้มากกว่านี้แล้ว มันคือกำลังใจและสิ่งผลักดันให้คนทำงานทุกคนต้องพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อสร้างงานที่ดีและมีคุณค่ามีความหมายตามความเชื่อและจุดยืนของเรา นำเสนอสู่สายตาของผู้ชมต่อไป
ขอบคุณจากใจ แล้วเราจะพบกันอีก ไม่ได้หนีหายไปไหนจากหน้านี้ค่ะ
บ๊ายยยยยยยยยยยย!!!! จุ๊บุ จุ๊บุ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
---------------------------------
เอามาแบ่งปันให้อ่านกัน อ่านแล้วคุณจะรักละครเรื่องนี้มากขึ้น
แผนร้ายพ่ายรัก.....ข้อความจากผู้ทำถึงคนดู
"แผนร้ายพ่ายรัก" จบบริบูรณ์ลงแล้วเมื่อคืน บทสรุปของความสัมพันธ์แต่ละคู่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบทั้งหมด บางคู่ลงเอย บางคู่เกือบจะ บางคู่ก็ต้องลุ้นต่อไป ส่วนบางคู่ต้องรับประทานแห้ว ที่เลือกจบแบบนี้เพราะอยากชี้ให้เห็นว่า ชีวิตจริงมันก็เป็นเช่นนี้แล....มันไม่ได้อุดมคติ
แต่สิ่งที่เป็นอุดมคติ ที่เรื่องนี้อยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆในสังคมไทย คือคำว่า "การให้อภัยและการให้โอกาส" กับคนที่สำนึกผิดและต้องการจะกลับมามีพื้นที่ยืนในสังคมอีกครั้ง ไม่ต้องอคติ ไม่ต้องปรามาสว่าคนๆนั้น "จะกลับตัวกลับใจได้จริงๆหรือ???" เพราะหน้าที่ของผู้ให้คือให้ ส่วนผู้รับจะใช้โอกาสนั้นเพื่อตัวเองมากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องที่เขาจะต้องทำด้วยตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ผลลัพธ์ก็คือจบ โดยที่ตัวผู้รับนั่นแหละคือคนรับผิดชอบผลของมัน ผู้ให้นั้นไม่มีอะไรจะเสียค่ะ มีแต่จะได้กับได้ ได้ฝึกใจให้รู้จักการเสียสละ ฝึกใจที่มีเมตตา ฝึกการวางเฉย และอื่นๆมากมาย
โลกที่แห้งแล้งลงทุกทีใบนี้กำลังต้องการสิ่งเหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดก็ใน "บ้าน" ของเรา เราเลือกได้ไม่ใช่เหรอคะว่าจะให้บ้านของเราสงบสุขหรือร้อนเป็นไฟ
คนอื่นยังไม่ทำ แต่ถ้าเราทำก่อน ไม่นาน "เราเพียงคนเดียว" หลายๆคนรวมกันเข้า มันก็จะกลายเป็นพลังก้อนมหึมาเอง
นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังได้แฝง "อุดมคติ" อีกหลายประการทั้งเรื่องความรักความเข้าใจของคนในครอบครัว เพื่อน เจ้านาย-ลูกน้อง หลากหลายรูปแบบตัวอย่าง ที่ยกมาเปรียบเทียบให้เห็นกัน
เป็นอุดมคติที่ทำให้เป็นจริงได้ในโลกแห่งความเป็นจริง...ถ้าลงมือทำ
ชีวิตหลายคนกำลังเจอเหมือนในละคร หลายคนหัวเราะใส่เพราะยังไม่เคยเจอ หลายคนอิน หลายคนเอ้าท์ เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ การดูสื่อใดๆ ผู้ชมจะได้รับ "สาร" ที่อยู่ในสื่อนั้นแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ชีวิต ทัศนติการมองโลกส่วนตัว หรือบางคนดูแล้วคิดว่าแทบจะไม่ได้อะไรเลย....ก็มี ก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกัน
ละครไม่ได้ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด ละครไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา แต่เป็นผู้นำเสนอตัวอย่างชีวิตสู่สายตาผู้ชม ขยายออกมาให้เห็นว่า "ใครทำอะไร เพราะอะไร แล้วจะได้รับผลของการกระทำนั้นอย่างไร" สุดท้าย เป็นหน้าที่ของผู้ชมที่จะเป็นคน "ตัดสิน" ด้วยตัวเองว่า "ได้อะไร" จากละครเรื่องนี้
"แผนร้ายพ่ายรัก" ก็ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวมาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ทีมงานทุกคนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ลงมือทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ตามความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ และสิ่งที่หนึ่งที่ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์สัมผัสได้จากการทำงานร่วมกับทุกคนคือ "การมีหัวใจดวงเดียวกัน" ทุกคนตั้งใจจะสื่อสารทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิตให้กับผู้ชม อยากให้ทุกคนฟิน จิ้น อร่อยกับอาหารจานนี้กันตามอัธยาศัย แต่ก็ไม่อยากให้เขี่ย "ผัก" ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระออกไปวางข้างจานโดยไม่คิดจะรับประทานมัน กินเข้าไปด้วยกันเถอะค่ะ อย่าให้การรับชมละครถึงสองชั่วโมงในแต่ละคืนนั้นเสียเวลาเปล่า เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของการผ่อนคลายแต่เพียงอย่างเดียว ขนาดการไปนวดเท้าคุณยังได้สุขภาพที่ดีกลับมาพร้อมกับความรู้สึกเบาสบายตัว แต่ละครคุณเบาสบายตัวได้แถมด้วยอาหารใจและฟรีอีกต่างหาก
ขอบคุณทุกคำติชมของคนที่ติดตาม ไม่มีอะไรจะทำให้คนทำงานชื่นใจไปได้มากกว่านี้แล้ว มันคือกำลังใจและสิ่งผลักดันให้คนทำงานทุกคนต้องพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อสร้างงานที่ดีและมีคุณค่ามีความหมายตามความเชื่อและจุดยืนของเรา นำเสนอสู่สายตาของผู้ชมต่อไป
ขอบคุณจากใจ แล้วเราจะพบกันอีก ไม่ได้หนีหายไปไหนจากหน้านี้ค่ะ
บ๊ายยยยยยยยยยยย!!!! จุ๊บุ จุ๊บุ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
---------------------------------
เอามาแบ่งปันให้อ่านกัน อ่านแล้วคุณจะรักละครเรื่องนี้มากขึ้น