หน้ากาก.....
คาดเชือก คาถาพัน
ประเด็นที่มี "ขาใหญ่" ในวงการสื่อมวลชน หรืออดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยออกมาใช้ถ้อยคำหยาบ-ถ่อย เหยียดหยามความเป็น "เพศหญิง" นายกรัฐมนตรี
อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากปาฐกถา "แทงใจดำ" ที่นายกฯ ไปพูดที่มองโกเลีย
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่จบ
เรื่องคดีความนั้นก็ว่ากันไปตามกระบวนการ อย่างน้อย
ถูกด่าแล้วแจ้งความก็ยังดีกว่าด่ากันด้วยคำหยาบแบบเดียวกัน-ระดับเดียวกันกลับไป
หรือ
ดีกว่าบันดาลโทสะเอาไม้ไปไล่ตี เอาปืนไปไล่ยิง
แต่ที่ไม่จบเพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผู้แสดงออกเช่นนั้นยังไม่สิ้นกระแส
โดยเฉพาะในประเด็นว่า
ตัวคำด่านั้นเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการ "แงะหน้ากาก" ของคนด่าหรือว่าคนที่ออกมาสนับสนุนการด่าแบบนี้
แต่ถึงจะด่าแบบนั้นพอเป็นอยู่บ้าง แต่ไม่สันทัดในการอธิบายความหมายของการด่า
จึงขออนุญาตดึงบางส่วนจาก
บทความของ อาจารย์ยุกติ มุกดาวิจิตร จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ มาดังนี้
"คำด่าอยู่ในลำดับชั้นต่ำสุดของภาษาไทย ระหว่างคู่สนทนาที่ไม่เท่าเทียมกัน"
"
คนที่อยู่สูงกว่าพูดไปด่าไปกับคนที่อยู่ต่ำกว่าได้ แต่คนที่อยู่ต่ำกว่าไม่สามารถทำอย่างเดียวกันกับคนที่อยู่สูงกว่าได้ หรืออาจจะต้องใช้ภาษาอีกภาษาหนึ่ง เช่นราชาศัพท์ สนทนากับผู้ที่อยู่สูงกว่า"
"แต่
สำหรับคู่ขัดแย้งที่อยู่ในฐานะเดียวกัน เมื่อใดก็ตามที่จนแต้ม ไม่สามารถทำให้คู่ขัดแย้งยอมรับนับถือตนเองได้ด้วยการหว่านล้อมด้วยมธุรสวาจา ไม่สามารถอธิบายโต้แย้งด้วยเหตุด้วยผลได้
"
พวกจนคำพูดไร้สติปัญญาก็จะใช้คำด่าแทน
"
คำด่าของพวกเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาไม่ใช่นักคิด ไม่ใช่นักประชาธิปไตยอะไรที่ไหน
"ก็แค่นักอนุรักษ์วัฒนธรรมลำดับชั้น ยึดมั่นกับวัฒนธรรมเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมไทยคนหนึ่งเท่านั้นเอง"
ชัดนะ
ที่มา...
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk56azBNalV5Tmc9PQ==§ionid=
???????????????????????????????
".......ถูกด่าแล้ว
แจ้งความก็ยังดีกว่าด่ากันด้วยคำหยาบแบบเดียวกัน-ระดับเดียวกันกลับไป
หรือดีกว่าบันดาลโทสะเอาไม้ไปไล่ตี เอาปืนไปไล่ยิง......"
"......ตัวคำด่านั้นเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการ "แงะหน้ากาก" ของคนด่าหรือว่าคนที่ออกมาสนับสนุนการด่าแบบนี้...."
".......พวกจนคำพูดไร้สติปัญญาก็จะใช้คำด่าแทน
"
คำด่าของพวกเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาไม่ใช่นักคิด ไม่ใช่นักประชาธิปไตยอะไรที่ไหน....."
เจ้าของบทความบอกว่า "ชัดนะ"
แต่ผมย้ำว่า..."ชัดยิ่งกว่าชัด"......555
เรื่องมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีอะไรให้สงสัย
ไม่สงสัยว่า ....คี่ค่าเผด็จการนั้น ....หมดไส้หมดพุงแล้วจริงๆกับวิธีการต่อสู้
จึงต้องสำรอกคำหยาบคายตามสันดอนเดิมและโผล่หน้าออกมาประจานตัวเองตัวแล้วตัวเล่า.....
ชัด...เห็นหมดแล้วจริงๆ......
"หน้ากาก"โดย คาดเชือก คาถาพัน...หน้ากากที่หลุดออกมาจากผู้ที่อวดอ้างว่าเป็นคนดี เห็นภายในแล้วเป็นอย่างนี้นี่เอง หุยฮา..
คาดเชือก คาถาพัน
ประเด็นที่มี "ขาใหญ่" ในวงการสื่อมวลชน หรืออดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยออกมาใช้ถ้อยคำหยาบ-ถ่อย เหยียดหยามความเป็น "เพศหญิง" นายกรัฐมนตรี
อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากปาฐกถา "แทงใจดำ" ที่นายกฯ ไปพูดที่มองโกเลีย
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่จบ
เรื่องคดีความนั้นก็ว่ากันไปตามกระบวนการ อย่างน้อยถูกด่าแล้วแจ้งความก็ยังดีกว่าด่ากันด้วยคำหยาบแบบเดียวกัน-ระดับเดียวกันกลับไป
หรือดีกว่าบันดาลโทสะเอาไม้ไปไล่ตี เอาปืนไปไล่ยิง
แต่ที่ไม่จบเพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผู้แสดงออกเช่นนั้นยังไม่สิ้นกระแส
โดยเฉพาะในประเด็นว่า ตัวคำด่านั้นเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการ "แงะหน้ากาก" ของคนด่าหรือว่าคนที่ออกมาสนับสนุนการด่าแบบนี้
แต่ถึงจะด่าแบบนั้นพอเป็นอยู่บ้าง แต่ไม่สันทัดในการอธิบายความหมายของการด่า
จึงขออนุญาตดึงบางส่วนจากบทความของ อาจารย์ยุกติ มุกดาวิจิตร จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ มาดังนี้
"คำด่าอยู่ในลำดับชั้นต่ำสุดของภาษาไทย ระหว่างคู่สนทนาที่ไม่เท่าเทียมกัน"
"คนที่อยู่สูงกว่าพูดไปด่าไปกับคนที่อยู่ต่ำกว่าได้ แต่คนที่อยู่ต่ำกว่าไม่สามารถทำอย่างเดียวกันกับคนที่อยู่สูงกว่าได้ หรืออาจจะต้องใช้ภาษาอีกภาษาหนึ่ง เช่นราชาศัพท์ สนทนากับผู้ที่อยู่สูงกว่า"
"แต่สำหรับคู่ขัดแย้งที่อยู่ในฐานะเดียวกัน เมื่อใดก็ตามที่จนแต้ม ไม่สามารถทำให้คู่ขัดแย้งยอมรับนับถือตนเองได้ด้วยการหว่านล้อมด้วยมธุรสวาจา ไม่สามารถอธิบายโต้แย้งด้วยเหตุด้วยผลได้
"พวกจนคำพูดไร้สติปัญญาก็จะใช้คำด่าแทน
"คำด่าของพวกเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาไม่ใช่นักคิด ไม่ใช่นักประชาธิปไตยอะไรที่ไหน
"ก็แค่นักอนุรักษ์วัฒนธรรมลำดับชั้น ยึดมั่นกับวัฒนธรรมเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมไทยคนหนึ่งเท่านั้นเอง"
ชัดนะ
ที่มา...
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk56azBNalV5Tmc9PQ==§ionid=
???????????????????????????????
".......ถูกด่าแล้วแจ้งความก็ยังดีกว่าด่ากันด้วยคำหยาบแบบเดียวกัน-ระดับเดียวกันกลับไป
หรือดีกว่าบันดาลโทสะเอาไม้ไปไล่ตี เอาปืนไปไล่ยิง......"
"......ตัวคำด่านั้นเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการ "แงะหน้ากาก" ของคนด่าหรือว่าคนที่ออกมาสนับสนุนการด่าแบบนี้...."
".......พวกจนคำพูดไร้สติปัญญาก็จะใช้คำด่าแทน
"คำด่าของพวกเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาไม่ใช่นักคิด ไม่ใช่นักประชาธิปไตยอะไรที่ไหน....."
เจ้าของบทความบอกว่า "ชัดนะ"
แต่ผมย้ำว่า..."ชัดยิ่งกว่าชัด"......555
เรื่องมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีอะไรให้สงสัย
ไม่สงสัยว่า ....คี่ค่าเผด็จการนั้น ....หมดไส้หมดพุงแล้วจริงๆกับวิธีการต่อสู้
จึงต้องสำรอกคำหยาบคายตามสันดอนเดิมและโผล่หน้าออกมาประจานตัวเองตัวแล้วตัวเล่า.....
ชัด...เห็นหมดแล้วจริงๆ......