พอดีวันนี้อ่านเจอข่าวในโพสต์ทูเดย์ เจอข่าวที่มาจากสำนักข่าวอิสรา (พอดีข่าวยาวไปหน่อยเลยตัดมาแต่เนื้อข่าว) เกี่ยวกับเงินที่จ่ายไปในโครงการร้านถูกใจ ให้เอกชน
ตามข่าววิจารณ์การจ่ายเงินค่าขนส่ง แต่ผมไปสะดุดใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นมากกว่า
จากค่าใช้จ่ายที่เรียงรายการมา ก็ลำดับได้แบบนี้
ข้อ 1-3 เป็นของที่แจกให้ร้านถูกใจ (จริง ๆ ไม่ใช่แจก เพราะชั้นต้องคืน ก็ไม่รู้ว่าไปเอาคืนหรือยัง)
ซึ่งราคาชั้น ตามรายการหารดูแล้วได้ตัวละ 3,150 บาท ก็ไม่รู้ว่า จะเป็นชั้นที่ดีกว่าชั้นตัวนี้ยังไง เพราะขนาดก็ใกล้เคียงกัน ดูจากภาพก็เหมือน ๆ กัน
แล้วก็ข้อ 4 จ่ายเงินจัดงานไป 13 ล้านกว่าบาท
ส่วนข้อ 5 จ้างประชาสัมพันธ์โครงการ เป็นเงินเกือบ 60 ล้าน เพื่อขายของแค่ 1,552 ล้านบาท แค่นั้น ดูแล้วคุ้มค่าจริง ๆ
(อ้างกระทู้เก่าประกอบนะครับ
http://pantip.com/topic/30430101)
สำหรับข้อ 6 เสื้อยืด ก็ไม่เห็นเสื้อ ก็ไม่อยากวิจารณ์ว่าแพงหรือถูกยังไง
ส่วนข้อ 7 นี้ รายละเอียดน้อย ผมคิดว่า 13 ล้านบาท น่าจะน้อยเกินไป เพราะเท่าที่คิดดู อย่างข้าวสาร กก.ละ สิบบาทนิดหน่อย ค่าขนส่งน่าจะไม่น้อยกว่า กก.ละ 50 สต. หรือค่าขนส่งควรมีประมาณ 5%
ดังนั้นทั้งโครงการ ขายสินค้าได้เงิน 1,552 ล้านบาท ก็น่าจะมีค่าขนส่งประมาณ 70-80 ล้านบาท
จากในข่าวมีค่าขนส่งประมาณ 62 ล้านบาท คาดว่าจะต้องมีส่วนที่จ่ายให้ ไปรษณีย์ ที่รับงานช่วงแรกอีกส่วนนึง
รวมค่าใช้จ่ายจากข้อ 1-6 เป็นเงิน 144 ล้านบาท
รวมค่าขนส่งเข้าไป ก็จะเป็นเงิน ประมาณ 225 ล้านบาท
ก็จะเหลืออีก 900 ล้านบาท ที่ได้จ่ายไปในโครงการนี้
เท่าที่เห็นค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ จะมีคือ
1. ค่าตกแต่งร้านที่ให้ร้านละ 3,000 บาท จำนวน 10,000 ล้าน ก็เป็นเงิน 30 ล้านบาท
2. ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลฯ 1,000 คน เดือนละ 15,000 บาท ก็ตกเดือนละ 15 ล้านบาท สิบเดือนก็เป็นเงิน 150 ล้านบาท (แต่ไม่น่าจะถึง
http://pantip.com/topic/30150430)
3. ค่าจ้างพนักงานขายในร้าน ให้ค่าแรงช่วงแรก วันละ 300 บาท แบบไม่มีเงื่อนไข และ ช่วงหลัง ให้วันละ 200 บาท แบบมีเงื่อนไข
จากข้างบน ถ้านำมาหักลบกัน ก็จะได้ว่า จ่ายค่าจ้างรวมทั้งหมดเป็นเงิน 720 ล้านบาท (แต่น่าจะได้มากกว่านี้ เพราะตัวเลขข้อ 1 และ 2 น่าจะจ่ายต่ำกว่ายอดนั้น)
ซึ่งดูแล้ว จากเงินที่จ่ายไปทั้งหมด ที่ได้ประโยชน์ ก็คือ เงินที่จ่ายค่าเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เพราะช่วยเพิ่มเงินในระบบ
ส่วนค่าขนส่ง อันนี้ ถ้าเป็นอัตราที่เหมาะสม ก็ถือว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย
ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ไม่รู้ว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองเกินไปหรือไม่
อย่างน้อยถ้าอยากได้เงินคืนบ้าง คงต้องไปเก็บชั้นวาง ทั้ง 20,000 อันคืนมา มาขายทอดตลาดสักอันละ 500 บาท ก็ยังได้เงินเป็น 10 ล้านบาท
1,125 ล้าน สำหรับร้านถูกใจ
ตามข่าววิจารณ์การจ่ายเงินค่าขนส่ง แต่ผมไปสะดุดใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นมากกว่า
จากค่าใช้จ่ายที่เรียงรายการมา ก็ลำดับได้แบบนี้
ข้อ 1-3 เป็นของที่แจกให้ร้านถูกใจ (จริง ๆ ไม่ใช่แจก เพราะชั้นต้องคืน ก็ไม่รู้ว่าไปเอาคืนหรือยัง)
ซึ่งราคาชั้น ตามรายการหารดูแล้วได้ตัวละ 3,150 บาท ก็ไม่รู้ว่า จะเป็นชั้นที่ดีกว่าชั้นตัวนี้ยังไง เพราะขนาดก็ใกล้เคียงกัน ดูจากภาพก็เหมือน ๆ กัน
แล้วก็ข้อ 4 จ่ายเงินจัดงานไป 13 ล้านกว่าบาท
ส่วนข้อ 5 จ้างประชาสัมพันธ์โครงการ เป็นเงินเกือบ 60 ล้าน เพื่อขายของแค่ 1,552 ล้านบาท แค่นั้น ดูแล้วคุ้มค่าจริง ๆ
(อ้างกระทู้เก่าประกอบนะครับ http://pantip.com/topic/30430101)
สำหรับข้อ 6 เสื้อยืด ก็ไม่เห็นเสื้อ ก็ไม่อยากวิจารณ์ว่าแพงหรือถูกยังไง
ส่วนข้อ 7 นี้ รายละเอียดน้อย ผมคิดว่า 13 ล้านบาท น่าจะน้อยเกินไป เพราะเท่าที่คิดดู อย่างข้าวสาร กก.ละ สิบบาทนิดหน่อย ค่าขนส่งน่าจะไม่น้อยกว่า กก.ละ 50 สต. หรือค่าขนส่งควรมีประมาณ 5%
ดังนั้นทั้งโครงการ ขายสินค้าได้เงิน 1,552 ล้านบาท ก็น่าจะมีค่าขนส่งประมาณ 70-80 ล้านบาท
จากในข่าวมีค่าขนส่งประมาณ 62 ล้านบาท คาดว่าจะต้องมีส่วนที่จ่ายให้ ไปรษณีย์ ที่รับงานช่วงแรกอีกส่วนนึง
รวมค่าใช้จ่ายจากข้อ 1-6 เป็นเงิน 144 ล้านบาท
รวมค่าขนส่งเข้าไป ก็จะเป็นเงิน ประมาณ 225 ล้านบาท
ก็จะเหลืออีก 900 ล้านบาท ที่ได้จ่ายไปในโครงการนี้
เท่าที่เห็นค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ จะมีคือ
1. ค่าตกแต่งร้านที่ให้ร้านละ 3,000 บาท จำนวน 10,000 ล้าน ก็เป็นเงิน 30 ล้านบาท
2. ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลฯ 1,000 คน เดือนละ 15,000 บาท ก็ตกเดือนละ 15 ล้านบาท สิบเดือนก็เป็นเงิน 150 ล้านบาท (แต่ไม่น่าจะถึง http://pantip.com/topic/30150430)
3. ค่าจ้างพนักงานขายในร้าน ให้ค่าแรงช่วงแรก วันละ 300 บาท แบบไม่มีเงื่อนไข และ ช่วงหลัง ให้วันละ 200 บาท แบบมีเงื่อนไข
จากข้างบน ถ้านำมาหักลบกัน ก็จะได้ว่า จ่ายค่าจ้างรวมทั้งหมดเป็นเงิน 720 ล้านบาท (แต่น่าจะได้มากกว่านี้ เพราะตัวเลขข้อ 1 และ 2 น่าจะจ่ายต่ำกว่ายอดนั้น)
ซึ่งดูแล้ว จากเงินที่จ่ายไปทั้งหมด ที่ได้ประโยชน์ ก็คือ เงินที่จ่ายค่าเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เพราะช่วยเพิ่มเงินในระบบ
ส่วนค่าขนส่ง อันนี้ ถ้าเป็นอัตราที่เหมาะสม ก็ถือว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย
ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ไม่รู้ว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองเกินไปหรือไม่
อย่างน้อยถ้าอยากได้เงินคืนบ้าง คงต้องไปเก็บชั้นวาง ทั้ง 20,000 อันคืนมา มาขายทอดตลาดสักอันละ 500 บาท ก็ยังได้เงินเป็น 10 ล้านบาท