สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
เห็นด้วยกับ คห ที่ 15 ค่ะ
คือถ้าเรามองที่ตัวธุรกิจ network marketing เป็นธุรกิจที่เกาะกระแสนะคะ เคยอ่าน WAVE 3 กับ WAVE 4 มั้ยคะ เค้าบอกว่ายุคนี้ต้องยกให้ network marketing เลยค่ะ (ฮาร์วาร์ดเปิดคณะนี้โดยเฉพาะเลยนะคะ และตอนนี้ในไทยก็กำลังจะมี ไม่แน่ใจว่ามหิดลรึเปล่า)
ถ้าเราคิดอยากจะมีรายได้หลักแสนหรือล้านต่อเดือน ธุรกิจอื่นให้ได้ค่ะ แต่...เงินทุน ความเสี่ยง การลองผิดลองถูก นู่นนี่นั่น ถ้ายอมรับได้ก็โอเค แต่ network marketing เสี่ยงน้อยกว่า ทุนน้อยกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า แต่ความยากมันอยู่ที่ทัศนคติของเรานี่แหละค่ะ เรามักจะมองความล้มเหลว หรือการแสดงออกของคนทำ network อื่น แล้วติ๊งต่างว่าถ้าเราทำเราต้องเป็นแบบนี้แน่เลย จริงๆ เราต้องแยก 2 อย่างนี้ให้ออกค่ะ ตัวธุรกิจ กับ คนทำธุรกิจ ถ้าตัวธุรกิจดี เราตัดสินใจทำ แต่เราสามารถเลือกที่จะไม่ทำในแบบที่เราเคยไม่ชอบได้นี่คะ จริงมั้ย (^_^) ทุกธุรกิจแหละค่ะ มีทั้งคนดี คนไม่ดี ปะปนกันไป มองเหรียญ ต้องมองทั้งสองด้านนะคะ
ส่วนตัวคิดว่า ไม่ต้องกลัวเพราะความเห็นคนอื่นหรอกค่ะ ทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา ไม่มีใครบังคับเราได้หรอก แต่การตัดสินใจควรจะเกิดหลังจากที่ได้รู้ด้วยตัวเองนะคะ ไม่ใช่ตัดสินใจจากความเห็นของคนอื่น
และที่บอกว่า "ธุรกิจเสียเพื่อน" ส่วนตัวคิดว่าถ้าเพื่อนกันจริงๆ เค้าคงไม่ตัดเพื่อนเพียงเพราะเพื่อนมาชวนคุณหาตังค์เพิ่มหรอกจริงมั้ยคะ คิดว่าหลายคนก็เคยถูกเพื่อนชวนไปทำไม่ดี บางทียังเผลอไปทำกะเค้าด้วยก็มี ทุกวันนี้ก็ยังคบกันอยู่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้น...ปัญหาจริงๆ ของคำพูดที่ว่าเสียเพื่อนคงต้องมองย้อนที่ตัวเราเองแล้วล่ะว่าเราไปตัดเพื่อนกับเค้าเพียงเพราะเค้ามาชวนเราหาตังค์เพิ่มทำไม
เสียดายแทนคุณ ความคิดเห็นที่ 14 นะคะ unicity เป็นโอกาสที่ดีค่ะ เป็น network ที่มีศักยภาพสูง ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณจะได้ในสิ่งที่ธุรกิจอื่นให้คุณไม่ได้ เพราะ unicity ไม่ได้ให้แค่เงิน ถ้าให้แค่เงิน คนมีเงินเค้าจะมาทำทำไม เอะใจมั้ยคะ
ธุรกิจทั่วไป --> active for active income หาได้ใช้ไป ลงทุนใหม่ หาเพิ่ม วงเวียนของการเหนื่อยตลอดชีวิต
ธูรกิจ network marketing --> active for passive income หาเพื่อวันหนึ่งจะได้ไม่ต้องหาอีกเลย
ธุรกิจทั่วไป --> active for present value หาเงินใช้ในปัจจุบัน
ธุรกิจ network marketing --> active for future value หาเงินไว้ใช้ในอนาคต
ส่วนจะ network เจ้าไหน คงต้องพิจารณาด้วยตัวของเราเองค่ะ
คนจนกับคนรวย เค้ามีแรงกับเวลาเท่าๆ กันนะคะ แต่ต่างกันที่ทัศนคติและวิสัยทัศน์เท่านั้นเอง ดูอย่างคุณโรเบิร์ต คิโยซากิ มหาเศรษฐีของอเมริกา เจ้าของหนังสือตระกูลพ่อรวยสอนลูกสิคะ เค้าให้ความเห็นว่า "พ่อรวยของผมกล่าวว่า คนที่รวยที่สุดในโลกมองหาวิธีการสร้างเครือข่าย ในขณะที่คนอื่นๆ มองหางานทำ"
ลองศึกษา network marketing ดีๆ แล้วจะรู้ค่ะว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่หลายๆ คนมองนะคะ (หนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ)
แต่ท้ายที่สุดแล้ว network marketing ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนหรอกค่ะ ก็แล้วแต่ความชอบ ความสมัครใจ แต่คนที่ไม่ทำ ก็ไม่ควรไปตัดโอกาสคนอื่นตั้งแต่เค้ายังไม่ได้ลองนะคะ พี่เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยปฏิเสธเวลามีเพื่อนหรือใครจะเข้ามาคุยเรื่อง network ให้ฟัง มาเลย ยินดี แต่สนใจไม่สนใจต้องขอพิจารณาด้วยตัวเอง ศึกษาข้อมูลด้วยตัวเอง ฟังทั้งแง่ลบและแง่บวก ถ้าดี ก็จะลองทำ ถ้าล้มเหลวก็เพราะตัวเรา สำเร็จก็ตัวเรา ใครบ้างคะไม่อยากรวย แต่ถ้าอยากรวยแต่ไม่ยอมเปิดโอกาสหาทางรวย ใครจะช่วยเราได้ ทำแบบเดิมๆ ก็มีรายได้แบบเดิมๆ คิดแบบเดิมๆ ก็มีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมๆ อยากได้อะไรใหม่ๆ ก็ต้องลองทำสิ่งใหม่ๆ ถึงจะถูก ว่ามั้ยคะ ^_^
คือถ้าเรามองที่ตัวธุรกิจ network marketing เป็นธุรกิจที่เกาะกระแสนะคะ เคยอ่าน WAVE 3 กับ WAVE 4 มั้ยคะ เค้าบอกว่ายุคนี้ต้องยกให้ network marketing เลยค่ะ (ฮาร์วาร์ดเปิดคณะนี้โดยเฉพาะเลยนะคะ และตอนนี้ในไทยก็กำลังจะมี ไม่แน่ใจว่ามหิดลรึเปล่า)
ถ้าเราคิดอยากจะมีรายได้หลักแสนหรือล้านต่อเดือน ธุรกิจอื่นให้ได้ค่ะ แต่...เงินทุน ความเสี่ยง การลองผิดลองถูก นู่นนี่นั่น ถ้ายอมรับได้ก็โอเค แต่ network marketing เสี่ยงน้อยกว่า ทุนน้อยกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า แต่ความยากมันอยู่ที่ทัศนคติของเรานี่แหละค่ะ เรามักจะมองความล้มเหลว หรือการแสดงออกของคนทำ network อื่น แล้วติ๊งต่างว่าถ้าเราทำเราต้องเป็นแบบนี้แน่เลย จริงๆ เราต้องแยก 2 อย่างนี้ให้ออกค่ะ ตัวธุรกิจ กับ คนทำธุรกิจ ถ้าตัวธุรกิจดี เราตัดสินใจทำ แต่เราสามารถเลือกที่จะไม่ทำในแบบที่เราเคยไม่ชอบได้นี่คะ จริงมั้ย (^_^) ทุกธุรกิจแหละค่ะ มีทั้งคนดี คนไม่ดี ปะปนกันไป มองเหรียญ ต้องมองทั้งสองด้านนะคะ
ส่วนตัวคิดว่า ไม่ต้องกลัวเพราะความเห็นคนอื่นหรอกค่ะ ทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา ไม่มีใครบังคับเราได้หรอก แต่การตัดสินใจควรจะเกิดหลังจากที่ได้รู้ด้วยตัวเองนะคะ ไม่ใช่ตัดสินใจจากความเห็นของคนอื่น
และที่บอกว่า "ธุรกิจเสียเพื่อน" ส่วนตัวคิดว่าถ้าเพื่อนกันจริงๆ เค้าคงไม่ตัดเพื่อนเพียงเพราะเพื่อนมาชวนคุณหาตังค์เพิ่มหรอกจริงมั้ยคะ คิดว่าหลายคนก็เคยถูกเพื่อนชวนไปทำไม่ดี บางทียังเผลอไปทำกะเค้าด้วยก็มี ทุกวันนี้ก็ยังคบกันอยู่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้น...ปัญหาจริงๆ ของคำพูดที่ว่าเสียเพื่อนคงต้องมองย้อนที่ตัวเราเองแล้วล่ะว่าเราไปตัดเพื่อนกับเค้าเพียงเพราะเค้ามาชวนเราหาตังค์เพิ่มทำไม
เสียดายแทนคุณ ความคิดเห็นที่ 14 นะคะ unicity เป็นโอกาสที่ดีค่ะ เป็น network ที่มีศักยภาพสูง ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณจะได้ในสิ่งที่ธุรกิจอื่นให้คุณไม่ได้ เพราะ unicity ไม่ได้ให้แค่เงิน ถ้าให้แค่เงิน คนมีเงินเค้าจะมาทำทำไม เอะใจมั้ยคะ
ธุรกิจทั่วไป --> active for active income หาได้ใช้ไป ลงทุนใหม่ หาเพิ่ม วงเวียนของการเหนื่อยตลอดชีวิต
ธูรกิจ network marketing --> active for passive income หาเพื่อวันหนึ่งจะได้ไม่ต้องหาอีกเลย
ธุรกิจทั่วไป --> active for present value หาเงินใช้ในปัจจุบัน
ธุรกิจ network marketing --> active for future value หาเงินไว้ใช้ในอนาคต
ส่วนจะ network เจ้าไหน คงต้องพิจารณาด้วยตัวของเราเองค่ะ
คนจนกับคนรวย เค้ามีแรงกับเวลาเท่าๆ กันนะคะ แต่ต่างกันที่ทัศนคติและวิสัยทัศน์เท่านั้นเอง ดูอย่างคุณโรเบิร์ต คิโยซากิ มหาเศรษฐีของอเมริกา เจ้าของหนังสือตระกูลพ่อรวยสอนลูกสิคะ เค้าให้ความเห็นว่า "พ่อรวยของผมกล่าวว่า คนที่รวยที่สุดในโลกมองหาวิธีการสร้างเครือข่าย ในขณะที่คนอื่นๆ มองหางานทำ"
ลองศึกษา network marketing ดีๆ แล้วจะรู้ค่ะว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่หลายๆ คนมองนะคะ (หนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ)
แต่ท้ายที่สุดแล้ว network marketing ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนหรอกค่ะ ก็แล้วแต่ความชอบ ความสมัครใจ แต่คนที่ไม่ทำ ก็ไม่ควรไปตัดโอกาสคนอื่นตั้งแต่เค้ายังไม่ได้ลองนะคะ พี่เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยปฏิเสธเวลามีเพื่อนหรือใครจะเข้ามาคุยเรื่อง network ให้ฟัง มาเลย ยินดี แต่สนใจไม่สนใจต้องขอพิจารณาด้วยตัวเอง ศึกษาข้อมูลด้วยตัวเอง ฟังทั้งแง่ลบและแง่บวก ถ้าดี ก็จะลองทำ ถ้าล้มเหลวก็เพราะตัวเรา สำเร็จก็ตัวเรา ใครบ้างคะไม่อยากรวย แต่ถ้าอยากรวยแต่ไม่ยอมเปิดโอกาสหาทางรวย ใครจะช่วยเราได้ ทำแบบเดิมๆ ก็มีรายได้แบบเดิมๆ คิดแบบเดิมๆ ก็มีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมๆ อยากได้อะไรใหม่ๆ ก็ต้องลองทำสิ่งใหม่ๆ ถึงจะถูก ว่ามั้ยคะ ^_^
แสดงความคิดเห็น
เพื่อนเก่าโทรมาชวนทำ Happy life project มันคืออะไรใครเคยทำมั่งอ่ะ??
ถามเธอว่ามันคือธุรกิจเครือข่ายเหรอ หรือต้องขายของ??
เธอไม่บอกค่าาา....เอิ่ม...เราก็กังวลนะว่านี่มันคือธุรกิจเครือข่ายอย่างที่เค้าหลอกกันนั่นหรือไง...
เธอบอกเดี๋ยวชวนไปฟังก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ....เธอบอกได้รายได้ถึงเดือนละกว่าเก้าหมื่นบาทต่เดือนนะแค่ชวนเพื่อนมาฟัง...
ใครเคยทำมั่งคะ มันคือธุรกิจเครือข่ายอย่างที่เรากลัวใช่มั้ย...แล้วถ้าเธอมาบ้านเรา..มาชวน..มาตื้อ..
เราจะปฏิเสธไงดีล่ะเนี่ย...