อยากทราบว่าคำเหล่านี้มีที่มาจากศาสนาไหนกันแน่

กระทู้คำถาม
คืองงมากๆครับกับถ้อยคำทางธรรมของพุทธถูกนำไปใช้อ้างอิงในทุกศาสนา     เช่น   คำว่า    "ทางสายกลาง"    "สติ"           "สุญญตา"      หรือหลักการปฏิบัติบางอย่างเช่น   การเจริญสติ    หรือการภาวนาทำสมาธิกำหนดลมหายใจ     บางอย่างถูกดัดแปลงโดยใช้หลักการปฏิบัติเหมือนพุทธเด๊ะครับ     
        ผมเลยงงมากๆว่า    ต้นกำเนิดของคำเหล่านี้มันมาจากไหนกันแน่   พุทธหรือเปล่า   แล้วทำไมศาสนาอื่นที่ใกล้เคียงกันถึงได้กระทำการเลียนแบบ    เอาภาษาบัญัติและวิธีการปฏิบัติธรรมทางศาสนาพุทธไปเลียนแบบใช้แล้วเรียกชื่อใหม่ว่าเป็นของตน     แบบหน้าด้านๆกันเลยล่ะครับเนี่ย           ศาสนาส่วนใหญ่ก๊อปเอาวิธีการของเราไปหมดเลยครับ    ผมงงมากๆ     ทุกวันนี้เค้าก๊อปแบบหน้าด้านๆโดยไม่อายกันเลยหรือครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ความคิดเห็นที่ 3
แล้วคำว่า   "ทางสายกลางล่ะครับ"

1. คำว่า ทางสายกลาง ในความหมายทั่วไป ศาสนาอื่นก็ใช้ได้ครับ
แต่ถ้าอ้างว่า มัชฌิมาปฏิปทา และมีวิธีเทียบเคียง ใช้หลักการเหมือนกัน
แบบนี้เจตนาชัดว่าลอกข้อธรรมครับ
เพราะ ศาสนาใหญ่ๆต่างก็มีตำราเป็นภาษาเก่าแก่ เฉพาะตัว
ทำให้ยากที่จะหยิบยืมคำไปใช้ข้ามกันได้โดยที่ความหมายไม่ผิดเพี้ยนไป

2. อีกประเด็นคือ ภาษาไทยมีศัพท์ทางพุทธศาสนาสอดแทรกเยอะมาก
บางคำก็ใช้ในความหมายไกล้เคียงกับนิยามทางพุทธ แต่บางคำก็ห่างไกลกันไปเลย
การที่ศาสนาอื่นๆมาเผยแพร่ในไทยแล้วหยิบคำทั่วไปหรือจะมีคำทางพุทธมาใช้บ้างจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

3. กรณีที่จะเกิดปัญหาคือ มีภาษาไทยทั่วไปให้ใช้ได้อยู่แล้ว แต่พยายามเอาคำเฉพาะในศาสนาพุทธมาเทียบเคียง
ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเพี้ยนไปมาก ทั้งคนส่งสารและคนรับสาร
อย่าว่าแต่คำเฉพาะของแต่ละศาสนาเลย คำที่ใช้กันทั่วไปอย่าง นรก สวรรค์ งี้
แต่ละคนก็เข้าใจรูปแบบ ของนรกสวรรค์ต่างๆกันไป

4. เพราะการทำสิ่งต่างๆให้พอดีๆ ให้พอควร ก็มีสอนในศาสนาอื่นๆบ้างเช่นกัน
แต่ไม่ค่อยเห็นการแยกคำสอนออกมาเป็นกลุ่มๆ และกำหนดเงื่อนไขในการใช้ การตรวจสอบอย่างพุทธ
เขาใช้วิธีกำหนดเป็นรูปธรรม อย่างละเอียด ประมาณว่า
หม้อขนาดนั้น พอดีกับข้าว น้ำ คน จำนวนเท่านั้นเท่านี้  ระบุขอบเขตค่อนข้างชัดเจนไปเลย

5. คำสอนธรรมแบบพุทธแยกส่วนออกเป็นชุดๆ ต้องเลือกใช้ประกอบกัน ให้เหมาะแก่งานแต่ละอย่าง
ประมาณว่าเอาเป้าหมายมาดู ข้อเท็จจริงพื้นฐานมาเทียบ เอาหลักธรรมที่เกี่ยวข้องมาเรียงจัดลำดับ
แล้วตรวจสอบเงื่อนไขข้อธรรม ให้น้ำหนักสภาพแวดล้อม พิจารณาแจกแจงไปในทุกแง่มุม
เหมือนทำตารางแมตตริกซ์ ซ้อนเป็นสามสี่มิติ ประมาณนั้นครับ
จึงมีความเป็นนามธรรมสูง  สมมุติเช่น  ชอบข้าวแฉะก็ใส่น้ำเยอะ ชอบข้าวแข็งก็ใส่น้ำน้อย
ข้ออื่นๆก็อาจสอนว่า ต้องการให้ข้าวบูดช้าก็ใส่น้ำน้อย บูดเร็วใส่น้ำเยอะ
คือให้แนวทางปฏิบัติและแนวทางตรวจสอบ แต่ไม่ค่อยบอกว่ามากคือเท่าไร น้อยคือเท่าไร
ต้องทดลองและปรับเอาเอง ถ้าทำขาดๆเกินๆไป จะหวังผลให้สมบูรณ์ก็คงยาก
(มีส่วนที่กำหนดเป็นรูปธรรมเยอะขึ้นมาหน่อยคือ พระวินัยครับ)

6. ศาสนาพุทธนั้น รับรองผลได้ครับ ความหมายของ "ทางสายกลาง"
เป็นการทำเหตุให้สมบูรณ์พอเหมาะพอดีกับสภาพแวดล้อม (กาละ เทศะ บุคคล)
ใช้ "มัชฌิมาปฏิปทา" ประกอบไปในการปฏิบัติธรรมในศาสนพุทธ ยืนยันผลได้ถึง 100%
คือพ้นทุกข์ได้ในที่สุดอย่างแน่นอน ยิ้ม

ส่วนถ้าต้องการใช้  "ทางสายกลาง" ในนิยามแบบพุทธ  
เพื่อประกอบหลักการของศาสนาอื่นๆ ก็เป็นธรรมดาที่ไม่สามารถใช้ยืนยันเรื่องการพ้นทุกข์ได้ครับ
(เพราะเป้าหมายต่างกัน)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่