แต่งงานมา 9 ปี ลูก 3 คน
สามีไม่กินเหล้่า ไม่เจ้าชู้ ไม่ได้มีเรื่องมือที่ 3 ค่ะ แต่ๆๆๆๆๆ .
คือสามีแต่งเข้าบ้านค่ะ บ้านเรามีน้องสาว 2 คน พ่อกับแม่อยู่ต่าง จว เข้ามาหาตอนวันหยุด สำหรับปัญหาก้อมีกันประปรายตามประสา แต่ช่วงหลังมานี่ถี่และรุนแรงขึ้น หลังจากที่สามีหาตุ๊กตาที่พ่อเค้าซื้อให้ไม่เจอ (พ่อเค้าเสียไปนานแล้วค่ะ เป็นตุ๊กตาตัวเดียวที่พ่อให้) เค้าบอกว่า แม่เราเอาไปบริจาค เราโทรไปถามแม่ ให้แม่นึกดีๆ ไแม่ก้อยืนยันว่าไม่ได้เอาไป ซึ่งเราคาดว่ามันหายไป 1-2 ปีแล้วล่ะค่ะ แม่เราก้อรำคาญใจ ว่าทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่
หลังจากนั้นสามีก้อใส่อารมณ์กับเรา ด่าอย่างรุนแรง พอเราพลาดอะไร ก้อลากเราขึ้นเวทีประจาน คือ ตั้งใจให้ลูก พี่เลี้ยง และคนงานได้ยิน ด้วยถ้อยคำที่ดูหมิ่นและเหยียดหยาม เราไม่เถียง เค้าก้อตะคอกใส่ ว่าทำไมไม่แก้ตัว เราเลยถามว่า จะให้พูดอะไรในเมื่อเธอแค่อยากด่า เหตุการณ์ก้อ มาคุเรื่อยๆ เค้าบอกว่า เกลียด พ่อกะแม่เรา ที่ทำกับเค้าแบบนี้ ทำร้ายความรู้สึกเค้า
หลายครั้งที่ตวาดเราต่อหน้าแม่ เช่น เราเปิดหน้าต่างห้องนอนตอนเช้า แล้วเค้าปิด เราขึ้นมาก้อนึก.... เอ๊ะ ชั้นลืมเปิดเหรอ (ลูกเป็นหวัดก้อเลยพยายามเปิดหน้าต่างบ้าง) งั้นเปิดใหม่ก้อได้ เท่านั้นแหละ ตวาดเราว่า...เปิดทำไม หลายครั้งเข้า แม่เลยเล่าให้พ่อฟัง พ่อเราโกรธมาก พูดกับน้องสาวเราว่า อย่าให้เค้าเห็นนะ เค้าจะไล่ออกจากบ้านเลย สั..ด..น ลูกชั้นเลี้ยงมาไม่เคยดุด่า
เราขอให้สามีอภัยให้พ่อกะแม่เราเรื่องตุ๊กตา และอื่นๆที่ทำให้เค้าไม่พอใจ เค้าบอกเลยว่า ไม่ เค้าเกลียดพ่อกะแม่เรา เราก้อเลยบอกเค้าว่า แล้วเราจะอยู่ด้วยกันยังไง เรามีเลือดเนื้อของพ่อแม่อย่างละครึ่ง เค้าบอกว่า ก้อใช่ไง เธอถึงต้องรับกรรมที่พ่อแม่เธอทำไว้
ตอนนี้ สามีตัดสินใจจะไปเช่าบ้านอยู่ ตอนแต่งพ่อให้ปลูกบ้านบนที่บ้านเก่า เราจำได้ว่าเราขอสามีให้มาอยู่ด้วยกัน เพราะน้องๆ ยังเรียนกันอยู่ วันนี้เค้าบอกว่า ไม่ใช่เหตุผลนี้ แต่เราจำไม่ได้อ่ะ เค้าด่าเรา สัสสส ว่าเราหลอกเค้า และหลอกใช้เค้าให้มาอยู่ที่นี่. สำหรับสาเหตุที่ย้ายออกมีดังนี้
1. ตอนสร้างบ้านเสร็จใหม่ๆ สามีเราจัดสวนแล้วพ่อเรารื้อออก
2. สามีเราเก็บมะยงชิดที่บ้านแม่เรา ตจว จะเอามาฝากแม่สามี เค้าวางตะกร้าไว้ใกล้ๆ กับที่แม่เรากำลังจัดมะยงไปฝากคนอื่นอยู่ สามีเราหาตะกร้าตัวเองไม่เจอ เข้าไปถามกะแม่เราว่า "มีมะยงชิดของเค้ามั้ย" แม่เราบอก "ไม่มี" สามีเราขับรถกลับ กทม ร้องไห้ บอกว่าแม่เราแกล้งเค้า แม่เราเข้า กทม มาหลังจากนั้น 2 วัน แต่สามีเราเอาของในตะกร้าไปทิ้ง และไม่กินมะยงชิดบ้านเราอีกเลย
3. การที่พ่อเราต่อเติมบ้านเพื่อให้สามีใช้เป็นโรงงาน จะได้ไม่ต้องไปเช่าเค้า
4. เรื่องตุ๊กตา
เราเครียด ตอนนี้เราไม่ได้ทำงาน แต่ก่อนหน้านี้ก้อมีเงินก้อนโตก่อนจะออกจากงาน สามีทำธุรกิจ แต่ก้อไม่ได้กำไรอะไร ที่ผ่านมาเราทำงานประจำเงินเดือนเหยียบแสน แต่ไม่มีตังค์เก็บ เพราะต้องเอามาจ่ายค่่าเทอมลูก ธุรกิจสามี ค่าใช้จ่ายในบ้าน เดือนนึงหลายหมื่นบาท แถมเค้าเคยยืมเงินแม่เราเกือบล้าน ไม่เคยเอ่ยปากทวง ทุกคนได้แต่หวังให้ธุรกิจเค้าดีขึ้น ปีที่แล้ว เราถูกออกจากงาน ได้เงินมา 8 แสน ผ่านมา 1 ปี.. อิอิ ตอนนี้เราเหลือเงินอยู่ 3 แสน.. ช่างน่าสมเพช
เมื่อก่อนเช่าบ้านอีกหลังเพื่อทำโรงงาน พ่อเราเลยต่อเติมหลังบ้าน ให้ย้ายมาทำที่บ้านหมดไปเป็นแสน เค้าบอกกับลูกๆ ว่า เค้าไม่ได้อยากได้ อากงยัดเยียดให้
เราเพิ่งมารู้จากสามีว่าที่บ้านเค้าไม่ชอบเรา ทั้งด้านหน้าตา และที่ให้เค้ามาอยู่ด้วย พี่ๆ เค้าไม่รู้เรื่องที่เค้ายืมเงินแม่เรานะ มีโทรมาสอนเราด้วยว่าอย่าถือสา เค้าเป็นทั้งพี่ ทั้งเจ้าหนี้ ยังโดนน้องชายพูดตอกหน้าเลย แล้วถามเราว่า เราจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง เรื่องสามีกะพ่อตา แม่ยาย T_T
ก่อนหน้านี้เราบอกเค้าว่าจะย้ายไปด้วย แต่วันนี้ไปดูบ้าน (เช่า) เราซึมๆ ไป พอเค้าถามว่าเป็นอะไร เราตอบว่า เราใจหาย หวั่นใจ เหมือนทุบหม้อข้าว (คือ รายได้ก้อไม่ได้มากมาย จะจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละหมื่นห้า) เค้าโกรธมากกกก ตะคอกเรา แล้วบอกว่า คิดว่าเค้าเล่นๆ กะชีวิตเหรอ พ่อกะแม่เราปู้ยี่ปู้ยำชีวิตเค้า เราหลอกเค้าว่าจะมาอยู่ด้วย......... สรุปคือ เค้าจะออกไปอยู่คนเดียว แล้วกลับมานอนกะลูก
พ่อเราห่วงมากถ้าเราจะออกไปอยู่ข้างนอก เพราะ ขนาดอยู่บ้านพ่อตา แม่ยาย ยังโดนขนาดนี้ อ้อ... เราเคยถูกเค้าตีด้วย คือ เราทำอะไรผิดสักอย่างเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร แล้วก็มีปากเสียงกัน พอทะเลาะกันเสร็จ เราก็เดินเข้าห้องนอน แต่ว่าลมมันพัดประตูปิดเสียงดัง เค้าเดินตามเข้ามา แล้วตีแขนเราอย่างแรงเลย... เราเข่าอ่อนทรุดลงไปร้องไห้เลยนะ... ตอนหลังเราคุยกับเค้า (อยากได้รับคำขอโทษ) เค้าบอกว่าเรามันโชคร้ายเองที่ลมพัดประตู ตอนนั้นเค้าโกรธอยู่ เนี่ยใช้มือข้างที่เส้นขาดตีเลยนะ .... อันนี้เราไม่เคยเล่าให้ที่บ้านฟังเลย พ่อเรากลัวว่าค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น แถมสามีเราก็ไม่ค่อยเอาไหน (ขอใช้คำนี้) ร่างกายอ่อนแอ ทำงานหนักไม่ได้... ป่วย นอนตื่นสาย ฯลฯ แล้วเราก็ไม่ได้ทำงานอีก ก็กลัวว่าจะเจ๊ง สงสารหลาน ..
สามีเรามองพ่อเราในแง่ร้ายมากๆๆๆ ตอนเราท้องลูกคนแรกเราออกจากงาน ไม่มีรายได้ แม่เราออกรถแจ๊สใหม่ เราใช้รถซันนี่ของพ่อ แล้วสามีเราเค้าขายของให้ร้านอาหาร รถมันก็ขนของไม่ค่อยได้เยอะ แม่เราก็เอารถที่เพิ่งเปลี่ยนจากป้ายแดง ให้ลูกเขยใช้ ลูกเขยก็ใช้ไม่เคยถนอม แม่ยายไม่เคยว่า... ทีนี้น้องสาวเราทำงานแบงค์ ต้องกลับบ้านดึกๆ พ่อกับแม่เป็นห่วง เลยซื้อรถกระบะมือ 2 ราคาประมาณแสนกว่าบาท ให้ลูกเขยส่งของ แล้วซื้อรถเก๋งมือสองอีกคัน ให้เราใช้รวมกันประมาณ 3 แสนบาท พ่อให้เป็นชื่อสามีเรา... สามีเราบอกว่า ที่พ่อทำอย่างนั้นเพราะต้องการจะฟอกเงิน (เค้าไม่ได้พูดเล่นๆ นะ) ... พ่อเราทำงานราชการ แต่เงินเดือนเยอะค่ะ เป็นแสนอยู่ แต่ว่าบ้านยังผ่อนอยู่ เนื่องจากปลูกบ้านใหม่ให้เราอยู่ตอนแต่งงาน เงินเก็บเค้าไม่ค่อยมี เพราะเอาไปโปะหนี้บ้าน .. ตอนที่จะแต่งงาน สามีกับเรา บอกพ่อว่าจะช่วยผ่อนเดือนละ 15,000 บาทค่ะ ก็มีปัญญาช่วยอยู่ช่วงก่อนเราว่างงานอยู่แค่ 1 ปีกว่าๆ เท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นเงินเดือนเรา เพราะสามีเปิดบริษัทก็ถูกโกงค่ะ
เค้าบอกเราว่า บ้านเราไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก ทำเหมือนเค้าไม่มีตัวตน เราเหนื่อยอ่ะกับความอ่อนไหวและเอาแต่ใจคอยพร่ำบอกว่าเค้าเป็นคนที่แคร์คนอื่น ปากร้าย ใจดี เราสงสารลูกอ่ะ สงสารตัวเองด้วย ก่อนหน้านี้ก้อเครียดจนโรคกระเพาะกำเริบ นี่ก้อนอนไม่หลับอีกละ
อ่อ เพิ่มแบคกราวน์นิสนุง สามีเราเป็นลูกคนที่ 9 สุดท้องที่แม่รักมาก ตอนเด็กๆ ฐานะดี เรียนจบโท คณะดีๆ มหาลัยดังๆ (เอาไว้เผื่อจิ้น ประกอบเสียงด่า สระ ไอ สระ อี สระ อึง สระอู และสวนสัตว์เขาเขียว)
เค้าบอกเราว่า ... เค้าหมดศรัทธากับเรา เราเองก็หมดศรัทธากับเค้า ถ้าเราหาผู้ชายที่ดีที่สามารถดูแลเราได้ เค้าก็ยินดี เราถามว่า นี่คือเลิกกันใช่มั้ย เค้าก็บอกว่าถ้าเราไม่ทำหน้าที่ภรรยา ก็อย่ามาเรียกร้องความเป็นภรรยา และถ้าเค้าไม่ทำหน้าที่สามี เค้าก็จะไม่เรียกร้องความเป็นสามี... เอิ่มม เพลีย
ตอนนี้เราหางานทำอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินเดือนพอๆ กับที่เคยได้มั้ย ถ้าเราหางานได้แล้วไม่ไปอยู่กับเค้า เค้าคงจะเกลียดเรามาก เพราะเราว่ามันไม่มีเหตุผลเลยที่ย้ายบ้านแบบนี้ เรายังรักสามีเราอยู่นะ แต่เราเองก็อยากจะดัดสันดอนของสามีเหมือนกัน เซ็งเป็ด
====== จากเป็น???? ======
สามีไม่กินเหล้่า ไม่เจ้าชู้ ไม่ได้มีเรื่องมือที่ 3 ค่ะ แต่ๆๆๆๆๆ .
คือสามีแต่งเข้าบ้านค่ะ บ้านเรามีน้องสาว 2 คน พ่อกับแม่อยู่ต่าง จว เข้ามาหาตอนวันหยุด สำหรับปัญหาก้อมีกันประปรายตามประสา แต่ช่วงหลังมานี่ถี่และรุนแรงขึ้น หลังจากที่สามีหาตุ๊กตาที่พ่อเค้าซื้อให้ไม่เจอ (พ่อเค้าเสียไปนานแล้วค่ะ เป็นตุ๊กตาตัวเดียวที่พ่อให้) เค้าบอกว่า แม่เราเอาไปบริจาค เราโทรไปถามแม่ ให้แม่นึกดีๆ ไแม่ก้อยืนยันว่าไม่ได้เอาไป ซึ่งเราคาดว่ามันหายไป 1-2 ปีแล้วล่ะค่ะ แม่เราก้อรำคาญใจ ว่าทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่
หลังจากนั้นสามีก้อใส่อารมณ์กับเรา ด่าอย่างรุนแรง พอเราพลาดอะไร ก้อลากเราขึ้นเวทีประจาน คือ ตั้งใจให้ลูก พี่เลี้ยง และคนงานได้ยิน ด้วยถ้อยคำที่ดูหมิ่นและเหยียดหยาม เราไม่เถียง เค้าก้อตะคอกใส่ ว่าทำไมไม่แก้ตัว เราเลยถามว่า จะให้พูดอะไรในเมื่อเธอแค่อยากด่า เหตุการณ์ก้อ มาคุเรื่อยๆ เค้าบอกว่า เกลียด พ่อกะแม่เรา ที่ทำกับเค้าแบบนี้ ทำร้ายความรู้สึกเค้า
หลายครั้งที่ตวาดเราต่อหน้าแม่ เช่น เราเปิดหน้าต่างห้องนอนตอนเช้า แล้วเค้าปิด เราขึ้นมาก้อนึก.... เอ๊ะ ชั้นลืมเปิดเหรอ (ลูกเป็นหวัดก้อเลยพยายามเปิดหน้าต่างบ้าง) งั้นเปิดใหม่ก้อได้ เท่านั้นแหละ ตวาดเราว่า...เปิดทำไม หลายครั้งเข้า แม่เลยเล่าให้พ่อฟัง พ่อเราโกรธมาก พูดกับน้องสาวเราว่า อย่าให้เค้าเห็นนะ เค้าจะไล่ออกจากบ้านเลย สั..ด..น ลูกชั้นเลี้ยงมาไม่เคยดุด่า
เราขอให้สามีอภัยให้พ่อกะแม่เราเรื่องตุ๊กตา และอื่นๆที่ทำให้เค้าไม่พอใจ เค้าบอกเลยว่า ไม่ เค้าเกลียดพ่อกะแม่เรา เราก้อเลยบอกเค้าว่า แล้วเราจะอยู่ด้วยกันยังไง เรามีเลือดเนื้อของพ่อแม่อย่างละครึ่ง เค้าบอกว่า ก้อใช่ไง เธอถึงต้องรับกรรมที่พ่อแม่เธอทำไว้
ตอนนี้ สามีตัดสินใจจะไปเช่าบ้านอยู่ ตอนแต่งพ่อให้ปลูกบ้านบนที่บ้านเก่า เราจำได้ว่าเราขอสามีให้มาอยู่ด้วยกัน เพราะน้องๆ ยังเรียนกันอยู่ วันนี้เค้าบอกว่า ไม่ใช่เหตุผลนี้ แต่เราจำไม่ได้อ่ะ เค้าด่าเรา สัสสส ว่าเราหลอกเค้า และหลอกใช้เค้าให้มาอยู่ที่นี่. สำหรับสาเหตุที่ย้ายออกมีดังนี้
1. ตอนสร้างบ้านเสร็จใหม่ๆ สามีเราจัดสวนแล้วพ่อเรารื้อออก
2. สามีเราเก็บมะยงชิดที่บ้านแม่เรา ตจว จะเอามาฝากแม่สามี เค้าวางตะกร้าไว้ใกล้ๆ กับที่แม่เรากำลังจัดมะยงไปฝากคนอื่นอยู่ สามีเราหาตะกร้าตัวเองไม่เจอ เข้าไปถามกะแม่เราว่า "มีมะยงชิดของเค้ามั้ย" แม่เราบอก "ไม่มี" สามีเราขับรถกลับ กทม ร้องไห้ บอกว่าแม่เราแกล้งเค้า แม่เราเข้า กทม มาหลังจากนั้น 2 วัน แต่สามีเราเอาของในตะกร้าไปทิ้ง และไม่กินมะยงชิดบ้านเราอีกเลย
3. การที่พ่อเราต่อเติมบ้านเพื่อให้สามีใช้เป็นโรงงาน จะได้ไม่ต้องไปเช่าเค้า
4. เรื่องตุ๊กตา
เราเครียด ตอนนี้เราไม่ได้ทำงาน แต่ก่อนหน้านี้ก้อมีเงินก้อนโตก่อนจะออกจากงาน สามีทำธุรกิจ แต่ก้อไม่ได้กำไรอะไร ที่ผ่านมาเราทำงานประจำเงินเดือนเหยียบแสน แต่ไม่มีตังค์เก็บ เพราะต้องเอามาจ่ายค่่าเทอมลูก ธุรกิจสามี ค่าใช้จ่ายในบ้าน เดือนนึงหลายหมื่นบาท แถมเค้าเคยยืมเงินแม่เราเกือบล้าน ไม่เคยเอ่ยปากทวง ทุกคนได้แต่หวังให้ธุรกิจเค้าดีขึ้น ปีที่แล้ว เราถูกออกจากงาน ได้เงินมา 8 แสน ผ่านมา 1 ปี.. อิอิ ตอนนี้เราเหลือเงินอยู่ 3 แสน.. ช่างน่าสมเพช
เมื่อก่อนเช่าบ้านอีกหลังเพื่อทำโรงงาน พ่อเราเลยต่อเติมหลังบ้าน ให้ย้ายมาทำที่บ้านหมดไปเป็นแสน เค้าบอกกับลูกๆ ว่า เค้าไม่ได้อยากได้ อากงยัดเยียดให้
เราเพิ่งมารู้จากสามีว่าที่บ้านเค้าไม่ชอบเรา ทั้งด้านหน้าตา และที่ให้เค้ามาอยู่ด้วย พี่ๆ เค้าไม่รู้เรื่องที่เค้ายืมเงินแม่เรานะ มีโทรมาสอนเราด้วยว่าอย่าถือสา เค้าเป็นทั้งพี่ ทั้งเจ้าหนี้ ยังโดนน้องชายพูดตอกหน้าเลย แล้วถามเราว่า เราจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง เรื่องสามีกะพ่อตา แม่ยาย T_T
ก่อนหน้านี้เราบอกเค้าว่าจะย้ายไปด้วย แต่วันนี้ไปดูบ้าน (เช่า) เราซึมๆ ไป พอเค้าถามว่าเป็นอะไร เราตอบว่า เราใจหาย หวั่นใจ เหมือนทุบหม้อข้าว (คือ รายได้ก้อไม่ได้มากมาย จะจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละหมื่นห้า) เค้าโกรธมากกกก ตะคอกเรา แล้วบอกว่า คิดว่าเค้าเล่นๆ กะชีวิตเหรอ พ่อกะแม่เราปู้ยี่ปู้ยำชีวิตเค้า เราหลอกเค้าว่าจะมาอยู่ด้วย......... สรุปคือ เค้าจะออกไปอยู่คนเดียว แล้วกลับมานอนกะลูก
พ่อเราห่วงมากถ้าเราจะออกไปอยู่ข้างนอก เพราะ ขนาดอยู่บ้านพ่อตา แม่ยาย ยังโดนขนาดนี้ อ้อ... เราเคยถูกเค้าตีด้วย คือ เราทำอะไรผิดสักอย่างเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร แล้วก็มีปากเสียงกัน พอทะเลาะกันเสร็จ เราก็เดินเข้าห้องนอน แต่ว่าลมมันพัดประตูปิดเสียงดัง เค้าเดินตามเข้ามา แล้วตีแขนเราอย่างแรงเลย... เราเข่าอ่อนทรุดลงไปร้องไห้เลยนะ... ตอนหลังเราคุยกับเค้า (อยากได้รับคำขอโทษ) เค้าบอกว่าเรามันโชคร้ายเองที่ลมพัดประตู ตอนนั้นเค้าโกรธอยู่ เนี่ยใช้มือข้างที่เส้นขาดตีเลยนะ .... อันนี้เราไม่เคยเล่าให้ที่บ้านฟังเลย พ่อเรากลัวว่าค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น แถมสามีเราก็ไม่ค่อยเอาไหน (ขอใช้คำนี้) ร่างกายอ่อนแอ ทำงานหนักไม่ได้... ป่วย นอนตื่นสาย ฯลฯ แล้วเราก็ไม่ได้ทำงานอีก ก็กลัวว่าจะเจ๊ง สงสารหลาน ..
สามีเรามองพ่อเราในแง่ร้ายมากๆๆๆ ตอนเราท้องลูกคนแรกเราออกจากงาน ไม่มีรายได้ แม่เราออกรถแจ๊สใหม่ เราใช้รถซันนี่ของพ่อ แล้วสามีเราเค้าขายของให้ร้านอาหาร รถมันก็ขนของไม่ค่อยได้เยอะ แม่เราก็เอารถที่เพิ่งเปลี่ยนจากป้ายแดง ให้ลูกเขยใช้ ลูกเขยก็ใช้ไม่เคยถนอม แม่ยายไม่เคยว่า... ทีนี้น้องสาวเราทำงานแบงค์ ต้องกลับบ้านดึกๆ พ่อกับแม่เป็นห่วง เลยซื้อรถกระบะมือ 2 ราคาประมาณแสนกว่าบาท ให้ลูกเขยส่งของ แล้วซื้อรถเก๋งมือสองอีกคัน ให้เราใช้รวมกันประมาณ 3 แสนบาท พ่อให้เป็นชื่อสามีเรา... สามีเราบอกว่า ที่พ่อทำอย่างนั้นเพราะต้องการจะฟอกเงิน (เค้าไม่ได้พูดเล่นๆ นะ) ... พ่อเราทำงานราชการ แต่เงินเดือนเยอะค่ะ เป็นแสนอยู่ แต่ว่าบ้านยังผ่อนอยู่ เนื่องจากปลูกบ้านใหม่ให้เราอยู่ตอนแต่งงาน เงินเก็บเค้าไม่ค่อยมี เพราะเอาไปโปะหนี้บ้าน .. ตอนที่จะแต่งงาน สามีกับเรา บอกพ่อว่าจะช่วยผ่อนเดือนละ 15,000 บาทค่ะ ก็มีปัญญาช่วยอยู่ช่วงก่อนเราว่างงานอยู่แค่ 1 ปีกว่าๆ เท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นเงินเดือนเรา เพราะสามีเปิดบริษัทก็ถูกโกงค่ะ
เค้าบอกเราว่า บ้านเราไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก ทำเหมือนเค้าไม่มีตัวตน เราเหนื่อยอ่ะกับความอ่อนไหวและเอาแต่ใจคอยพร่ำบอกว่าเค้าเป็นคนที่แคร์คนอื่น ปากร้าย ใจดี เราสงสารลูกอ่ะ สงสารตัวเองด้วย ก่อนหน้านี้ก้อเครียดจนโรคกระเพาะกำเริบ นี่ก้อนอนไม่หลับอีกละ
อ่อ เพิ่มแบคกราวน์นิสนุง สามีเราเป็นลูกคนที่ 9 สุดท้องที่แม่รักมาก ตอนเด็กๆ ฐานะดี เรียนจบโท คณะดีๆ มหาลัยดังๆ (เอาไว้เผื่อจิ้น ประกอบเสียงด่า สระ ไอ สระ อี สระ อึง สระอู และสวนสัตว์เขาเขียว)
เค้าบอกเราว่า ... เค้าหมดศรัทธากับเรา เราเองก็หมดศรัทธากับเค้า ถ้าเราหาผู้ชายที่ดีที่สามารถดูแลเราได้ เค้าก็ยินดี เราถามว่า นี่คือเลิกกันใช่มั้ย เค้าก็บอกว่าถ้าเราไม่ทำหน้าที่ภรรยา ก็อย่ามาเรียกร้องความเป็นภรรยา และถ้าเค้าไม่ทำหน้าที่สามี เค้าก็จะไม่เรียกร้องความเป็นสามี... เอิ่มม เพลีย
ตอนนี้เราหางานทำอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินเดือนพอๆ กับที่เคยได้มั้ย ถ้าเราหางานได้แล้วไม่ไปอยู่กับเค้า เค้าคงจะเกลียดเรามาก เพราะเราว่ามันไม่มีเหตุผลเลยที่ย้ายบ้านแบบนี้ เรายังรักสามีเราอยู่นะ แต่เราเองก็อยากจะดัดสันดอนของสามีเหมือนกัน เซ็งเป็ด