ถ้าเป็นพวกคุณจะทำยังไงกันคะ
บ้านที่ฝันไว้ กำลังจะเป็นจริง บ้านที่ลงทั้งแรง ทั้งใจ ทั้งเงิน บ้านที่เราช่วยกันทำ คิดว่ามีความสุขที่ได้ทำด้วยกัน
แต่กลายเป็นคิดไปเองคนเดียว เราเห็นพ่อบ้านหลายคนในนี้ ลงแรงทำบ้านกันขยันขันแข็ง แล้วอิจฉาคุณแม่บ้านจริง ๆ ค่ะ
คือไม่รู้จะเรียกว่านอกใจจะถูกไหม กับการที่จับได้ว่าเขาคุยกับผู้หญิงคนอื่น และนัดไปกินข้าวกัน ในวันที่เราให้เขาไปวิ่งซื้อของทำบ้าน
เขาบอกว่าแค่ คุยกันแบบเพื่อน แค่อยากระบายความอึดอัด แต่เราคิดว่าเพื่อนผู้หญิงเขาก็มี จำเป็นด้วยเหรอต้องไปแชทกัน แลกเบอร์กัน นัดกินข้าวกัน แทนที่วันนั้นจะมารับเราไปกินข้าวกลางวัน เขากับเลือกที่จะไปหาผู้หญิงคนอื่น ซึ่งระยะทางไกลกว่าออฟฟิสเราตั้งเยอะ (เราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนชอบโกหก ถ้าไม่คาหนังคาเขา ไม่มีปริปากเด็ดขาด)
ส่วนเรา ถ้าทำงานตรงกันวันไหน เราจะต้องไปซื้อข้าวกลางวัน กาแฟสด ขนมนมเนย รวมทั้งให้เพื่อน ๆ เขาด้วย เอาไปให้แทบทุกครั้ง (คือเขาทำงานกะ ออกมาไม่ได้) ที่จริงก็ไม่อยากออกไปเลย เพราะว่าเราอยากให้เขากินอร่อย ๆ เลยออกไปซื้อให้ พอเจอแบบนี้เหมือนโดนหลอกใช้เลยค่ะ
เขาใช้เหตุผลที่ว่า เราไม่เอาใจใส่เขา คือช่วงเวลาที่ปรับปรุงบ้าน เราทุ่มเทมาก ตื่นเต้นด้วย คือเราลงมือทำเองซื้อของเอง ขนของย้ายบ้านเอง เหมือนผู้หญิงถึกๆ ยกเองหมด คือเขาไม่ค่อยสนใจเราก็เลยลุยเอง มันผิดด้วยเหรอก็คุณไม่ทำ ฉันก็ต้องทำ มัวแต่รอบ้านก็ไม่เสร็จ แต่เราคิดว่าเราเองก็มีส่วนผิดที่ช่วงนั้นอาจละเลยงานบ้านไป ก็น่าจะพูดคุยกันเตือนกัน ไม่ใช่ทำแบบนี้ แต่ทำไมผู้หญิงเวลาอึดอัด เวลาเครียด เราไม่เคยคิดจะมองใคร อย่างมากก็ระบายกับเพื่อนสนิท เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดเลย มันหมดกำลังใจ จะทำบ้านต่อ หมดแรงจริง ๆ ค่ะ
กำลังมีความสุขกับการทำบ้านอยู่แท้ๆ มารู้ว่า สามีคิด นอกใจ มันถึงกับทรุด
บ้านที่ฝันไว้ กำลังจะเป็นจริง บ้านที่ลงทั้งแรง ทั้งใจ ทั้งเงิน บ้านที่เราช่วยกันทำ คิดว่ามีความสุขที่ได้ทำด้วยกัน
แต่กลายเป็นคิดไปเองคนเดียว เราเห็นพ่อบ้านหลายคนในนี้ ลงแรงทำบ้านกันขยันขันแข็ง แล้วอิจฉาคุณแม่บ้านจริง ๆ ค่ะ
คือไม่รู้จะเรียกว่านอกใจจะถูกไหม กับการที่จับได้ว่าเขาคุยกับผู้หญิงคนอื่น และนัดไปกินข้าวกัน ในวันที่เราให้เขาไปวิ่งซื้อของทำบ้าน
เขาบอกว่าแค่ คุยกันแบบเพื่อน แค่อยากระบายความอึดอัด แต่เราคิดว่าเพื่อนผู้หญิงเขาก็มี จำเป็นด้วยเหรอต้องไปแชทกัน แลกเบอร์กัน นัดกินข้าวกัน แทนที่วันนั้นจะมารับเราไปกินข้าวกลางวัน เขากับเลือกที่จะไปหาผู้หญิงคนอื่น ซึ่งระยะทางไกลกว่าออฟฟิสเราตั้งเยอะ (เราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนชอบโกหก ถ้าไม่คาหนังคาเขา ไม่มีปริปากเด็ดขาด)
ส่วนเรา ถ้าทำงานตรงกันวันไหน เราจะต้องไปซื้อข้าวกลางวัน กาแฟสด ขนมนมเนย รวมทั้งให้เพื่อน ๆ เขาด้วย เอาไปให้แทบทุกครั้ง (คือเขาทำงานกะ ออกมาไม่ได้) ที่จริงก็ไม่อยากออกไปเลย เพราะว่าเราอยากให้เขากินอร่อย ๆ เลยออกไปซื้อให้ พอเจอแบบนี้เหมือนโดนหลอกใช้เลยค่ะ
เขาใช้เหตุผลที่ว่า เราไม่เอาใจใส่เขา คือช่วงเวลาที่ปรับปรุงบ้าน เราทุ่มเทมาก ตื่นเต้นด้วย คือเราลงมือทำเองซื้อของเอง ขนของย้ายบ้านเอง เหมือนผู้หญิงถึกๆ ยกเองหมด คือเขาไม่ค่อยสนใจเราก็เลยลุยเอง มันผิดด้วยเหรอก็คุณไม่ทำ ฉันก็ต้องทำ มัวแต่รอบ้านก็ไม่เสร็จ แต่เราคิดว่าเราเองก็มีส่วนผิดที่ช่วงนั้นอาจละเลยงานบ้านไป ก็น่าจะพูดคุยกันเตือนกัน ไม่ใช่ทำแบบนี้ แต่ทำไมผู้หญิงเวลาอึดอัด เวลาเครียด เราไม่เคยคิดจะมองใคร อย่างมากก็ระบายกับเพื่อนสนิท เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดเลย มันหมดกำลังใจ จะทำบ้านต่อ หมดแรงจริง ๆ ค่ะ