คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
ขอแชร์ความเห็นหน่อยนะครับ
ซื้อรถ ดี หรือเปล่า ???
>>> ตรงนี้ ต้องดูที่ความจำเป็นของ จขกท เองนะครับ
แน่นอนว่า มีรถ เท่ากับมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม : ค่าน้ำมัน , ค่าทางด่วน , ค่าจอดรถบริเวณที่ทำงาน (ถ้าเขาไม่มีที่จอดให้นะ) และอื่นๆ เกี่ยวกับรถ
ยังไม่นับรวมปัญหา รถติดใน กทม นะครับ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในเรื่องของเวลาเดินทาง
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีนะครับ : มีบ้านอยู่ มีที่จอดรถในบ้าน ไม่ต้องห่วงเรื่องรถหาย , ล้างรถในบ้านก็ได้ ประหยัดขึ้นหน่อย , มีรถพาคนใน
บ้าน ไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปทำธุระ และอื่นๆในวันหยุด ก็สะดวกขึ้นครับ , ที่สำคัญ วันไหนเลิกงานดึกๆ ยิ่ง
จขกท เป็น ผญ พ่อแม่ ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดาครับ ถ้าทำงานวันเสาร์ด้วย มีรถก็สะดวกขึ้นครับ หรือถ้าต้อง
วิ่งระหว่าง ออฟฟิตแม่ กับ ลูกบ่อยๆ มีรถก็โอนะ
ผมไม่ได้เชียร์ว่าควรซื้อรถรึเปล่านะครับ จขกท ต้องตัดสินใจเอง
อาจจะลองเดินทางไปกลับแบบปกติ ซักระยะหนึ่ง 1-2 เดือน เพื่อดูเรื่องของเวลาเดินทาง ความสะดวก หรืออื่นๆ
แต่ถ้าตัดสินใจจะซื้อรถ อาจเลือกรถที่ราคาไม่แพงเกินไปนัก ใน กทม เครื่องยนต์ประมาณ 1500 cc ก็โอนะครับ ในอนาคตถึงมูลค่ามันจะลดลง แต่ถ้าเราใช้จนคุ้มค่า หมั่นดูแลรักษาให้ดี มันก็จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ (แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก รถมือสอง ราคาไม่แพงเกินไปก็โอเคนะครับ ^^)
ในเรื่องของการจัดสรรเงินนั้น ต้องลองด้วยตัวเองครับ ถึงจะรู้
- พยายามเก็บเงินให้ได้อย่างน้อยก็ 15% ของรายได้จะดีมากนะครับ ถ้าเรามีวินัยพอ พอเงินเดือนออกก็เอาไปฝากทันทีเลย
หรือไม่ก็ใช้วิธีเปิดบัญชีออมทรัพย์ ให้ตัดจากเงินเดือน ทุกๆเดือนครับ
- กรณีมีรถ ควรกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายด้านนี้ด้วยนะครับ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถ หลักๆก็คือค่าน้ำมัน แต่ค่าทำประกันรถ รายปี ก็ใช่ย่อยนะครับ
ถ้าประกันชั้นหนึ่งแบบดีๆหน่อยก็ หลักหมื่นครับ
- เรื่องค่าใช้จ่ายที่จะให้แม่
ตอนผมทำงานเดือนแรก ให้แม่หมดเลยครับ (แต่แม่ก็คืนมาหมดเช่นกัน) ส่วนตัวไม่ได้อยู่ดูแลท่าน แต่ก็ส่งเงินให้ท่านใช้ทุกเดือนครับ
ส่วนนี้ก็แล้วแต่เราจะให้ครับ ผมนั้นให้ท่านประมาณ 25% ของเงินเดือนครับ
กรณี จขกท นั้น ช่วงแรกๆอาจต้องใช้เงินพอสมควร ดังนั้นคิดว่า จากการให้เงินแม่ ช่วงแรก อาจช่วยเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ากับข้าว
ประมาณนี้ครับ ไว้เราอยู่ตัว จะให้ท่านเป็นรายเดือนๆละเท่าไรก็ว่ากันไป
- ไม่รู้ว่า จขกท ทำประกันชีวิตหรือยังครับ (ส่วนนี้ผมคิดว่าจำเป็นนะครับ)
เรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้น บริษัทที่ทำงาน น่าจะมี ประกันสังคมให้นะครับ (แต่เราก็ควรมีประกันชีวิตไว้ด้วยนะ)
จริงๆ ถ้าพ้นโปร ก็ควรสมัคร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ด้วยนะครับ ได้มีเงินเก็บอัตโนมัติทุกเดือน
- พยายามศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนเพิ่มนะครับ เผื่ออนาคต ^^
แถวๆนั้น มีห้องสมุดมารวย ในห้างเอสพานาด ไปสมัครสมาชิก เขามีหนังสือดีๆให้ยืมอ่านเยอะครับ
สุดท้าย ขอชื่นชม ความตั้งใจของ จขกท นะครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จครับ
ปล1: เรียบเรียงผิดถูกยังไง ขอโทษด้วยครับ ดึกๆเลยเบลอๆครับ
ปล2: จขกท ทำงารบริษัทด้านการสื่อสารรึป่าวครับ ถ้าใช่เขามีสวัสดิการ ลดราคาค่าโทรศัพท์ด้วยนะครับ ^^
ซื้อรถ ดี หรือเปล่า ???
>>> ตรงนี้ ต้องดูที่ความจำเป็นของ จขกท เองนะครับ
แน่นอนว่า มีรถ เท่ากับมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม : ค่าน้ำมัน , ค่าทางด่วน , ค่าจอดรถบริเวณที่ทำงาน (ถ้าเขาไม่มีที่จอดให้นะ) และอื่นๆ เกี่ยวกับรถ
ยังไม่นับรวมปัญหา รถติดใน กทม นะครับ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในเรื่องของเวลาเดินทาง
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีนะครับ : มีบ้านอยู่ มีที่จอดรถในบ้าน ไม่ต้องห่วงเรื่องรถหาย , ล้างรถในบ้านก็ได้ ประหยัดขึ้นหน่อย , มีรถพาคนใน
บ้าน ไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปทำธุระ และอื่นๆในวันหยุด ก็สะดวกขึ้นครับ , ที่สำคัญ วันไหนเลิกงานดึกๆ ยิ่ง
จขกท เป็น ผญ พ่อแม่ ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดาครับ ถ้าทำงานวันเสาร์ด้วย มีรถก็สะดวกขึ้นครับ หรือถ้าต้อง
วิ่งระหว่าง ออฟฟิตแม่ กับ ลูกบ่อยๆ มีรถก็โอนะ
ผมไม่ได้เชียร์ว่าควรซื้อรถรึเปล่านะครับ จขกท ต้องตัดสินใจเอง
อาจจะลองเดินทางไปกลับแบบปกติ ซักระยะหนึ่ง 1-2 เดือน เพื่อดูเรื่องของเวลาเดินทาง ความสะดวก หรืออื่นๆ
แต่ถ้าตัดสินใจจะซื้อรถ อาจเลือกรถที่ราคาไม่แพงเกินไปนัก ใน กทม เครื่องยนต์ประมาณ 1500 cc ก็โอนะครับ ในอนาคตถึงมูลค่ามันจะลดลง แต่ถ้าเราใช้จนคุ้มค่า หมั่นดูแลรักษาให้ดี มันก็จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ (แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก รถมือสอง ราคาไม่แพงเกินไปก็โอเคนะครับ ^^)
ในเรื่องของการจัดสรรเงินนั้น ต้องลองด้วยตัวเองครับ ถึงจะรู้
- พยายามเก็บเงินให้ได้อย่างน้อยก็ 15% ของรายได้จะดีมากนะครับ ถ้าเรามีวินัยพอ พอเงินเดือนออกก็เอาไปฝากทันทีเลย
หรือไม่ก็ใช้วิธีเปิดบัญชีออมทรัพย์ ให้ตัดจากเงินเดือน ทุกๆเดือนครับ
- กรณีมีรถ ควรกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายด้านนี้ด้วยนะครับ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถ หลักๆก็คือค่าน้ำมัน แต่ค่าทำประกันรถ รายปี ก็ใช่ย่อยนะครับ
ถ้าประกันชั้นหนึ่งแบบดีๆหน่อยก็ หลักหมื่นครับ
- เรื่องค่าใช้จ่ายที่จะให้แม่
ตอนผมทำงานเดือนแรก ให้แม่หมดเลยครับ (แต่แม่ก็คืนมาหมดเช่นกัน) ส่วนตัวไม่ได้อยู่ดูแลท่าน แต่ก็ส่งเงินให้ท่านใช้ทุกเดือนครับ
ส่วนนี้ก็แล้วแต่เราจะให้ครับ ผมนั้นให้ท่านประมาณ 25% ของเงินเดือนครับ
กรณี จขกท นั้น ช่วงแรกๆอาจต้องใช้เงินพอสมควร ดังนั้นคิดว่า จากการให้เงินแม่ ช่วงแรก อาจช่วยเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ากับข้าว
ประมาณนี้ครับ ไว้เราอยู่ตัว จะให้ท่านเป็นรายเดือนๆละเท่าไรก็ว่ากันไป
- ไม่รู้ว่า จขกท ทำประกันชีวิตหรือยังครับ (ส่วนนี้ผมคิดว่าจำเป็นนะครับ)
เรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้น บริษัทที่ทำงาน น่าจะมี ประกันสังคมให้นะครับ (แต่เราก็ควรมีประกันชีวิตไว้ด้วยนะ)
จริงๆ ถ้าพ้นโปร ก็ควรสมัคร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ด้วยนะครับ ได้มีเงินเก็บอัตโนมัติทุกเดือน
- พยายามศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนเพิ่มนะครับ เผื่ออนาคต ^^
แถวๆนั้น มีห้องสมุดมารวย ในห้างเอสพานาด ไปสมัครสมาชิก เขามีหนังสือดีๆให้ยืมอ่านเยอะครับ
สุดท้าย ขอชื่นชม ความตั้งใจของ จขกท นะครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จครับ
ปล1: เรียบเรียงผิดถูกยังไง ขอโทษด้วยครับ ดึกๆเลยเบลอๆครับ
ปล2: จขกท ทำงารบริษัทด้านการสื่อสารรึป่าวครับ ถ้าใช่เขามีสวัสดิการ ลดราคาค่าโทรศัพท์ด้วยนะครับ ^^
แสดงความคิดเห็น
ปรึกษา เด็กจบใหม่ จัดสรรเงินอย่างไร
แต่บ้านเราอยู่แจ้งวัฒนะ แต่ที่ทำงานอยู่ที่ พระราม 9 เป็นสำนักงานใหญ่
พอผ่านโปรแล้วค่อยลงพื้นที่ แถว พระนั่ง9คะ แต่อาจจะต้องไปๆมา 2ที่
จึงคิดว่ามีค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางอยู่
ถ้า เดินทางสาธารณะ ค่าใช้จ่ายน่าจะประมาณ 150-200 บาท
แต่คุณพ่อบอกว่าจะดาวร์รถละให้ผ่อนเอง ซึ่งคิดแล้วคิดอีก ไม่ไหวหรอกไม่เอา ไปกลับเองดีกว่า
แต่ยังไง ก็ยืนกราน เพราะเห็นว่า เดินทางไกล สาม ต่อ และเห็นเป็นผู้หญิงคะ
คุณพ่อก็เลยบอกว่าจะช่วยผ่อน ให้ครึ่งนึง ให้เราจ่ายเอง 5000 บาท
แต่เรามานั่งคิดๆ
ค่าอาหาร 2มื้อ มื้อเย็นทานที่บ้าน 80บาทต่อวัน ทำงาน จัน-เสาร์
ค่าน้ำมัน+ทางด่วน ตรงนี้ไม่ทรายว่าต้องอีกกี่บ้านแต่น่าจะเกิน 5000 บาท
ค่าผ่อนรถ 5000 บาท
ค่าโทศัพท์ 599บาท/เดือน
ค่าให้คุณแม่ (คุณแม่ไม่มีรายได้) ซึ่ง ถามพี่ชาย พี่ชายเราให้เงินเดือนคุณแม่ทั้งหมดเลย แล้วค่อยเบิกเอา - -
แต่เราสังเกตุหลายครั้งละคะ น่าจะเบิกเกินบ้าง 55 แอบเห็นคุณแม่ควักเนื้อ เงินเก็บเรื่อยๆ ไม่อยากรบกวน
แต่คุณแม่ขี้น้อยใจละคิดมากสุดๆอยู่ ถ้าให้น้อย เลยคิดว่าต้องให้ต่ำๆ 5000 บาท
เพื่อน พี่ๆ คิดว่าไงดีคะ ควรจะจัดสรรเงินอย่างไรดี
เพราะบริษัทที่ได้ เราก็อยากทำมากๆด้วย ถ้าจะต้องเปลี่ยนก็คงเสียใจคะ
สรุปแล้ว คาดว่าจะไม่มีเงินออมด้วยซ้ำ หรือออาจจะน้อยนิด นี่ยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายจุกจิก อีก T T