วันนี้(วันอาทิตย์)วัดในหมู่บ้านฉันมีงานตัดหวายลูกนิมิต...
ฉันกับลูกสาวได้นำเฉาก๋วยน้ำลำไยไปทำโรงทานแจกผู้มาร่วมทำบุญ
มีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเค้าได้นำก๋วยเตี๋ยวมาร่วมแจกด้วย ฉันเพิ่งร่วมงานกับเค้างานแรก
ฉันเคยเจอพี่เค้าบ้างตามวัดที่เราไปทำโรงทานแต่ก็ต่างคนต่างไปและครั้งหน้าเราตกลงกันว่าเราจะทำร่วมกัน
มีงานที่ไหนเราจะไปด้วยกัน
เราอยู่เต็นท์เดียวกัน
เค้าให้ฉันรับผิดชอบดูแลเรื่องสถานที่ เรื่องน้ำและน้ำแข็งเพราะบ้านฉันอยู่ใกล้วัด
เรื่องสถานที่...เย็นวันเสาร์เราไปดูสถานที่กัน เราไปจองเต็นท์และติดป้าย
(ก่อนจะจองฉันถามกรรมการวัดแล้วว่าตั้งได้)
เรื่องน้ำและน้ำแข็ง...ฉันโทรสั่งเจ้าประจำ ทางร้านบอกว่าจะนำไปส่งในเช้าวันรุ่งขึ้น
พอเช้าวันนี้ฉันตื่นแต่เช้าตี 5.30 ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวไปวัดโดยมีสามีขับรถไปส่ง
เพื่อจะนำของไปลงแต่พอไปถึงวัด กรรมการเข้ามาบอกว่า
ที่ๆฉันจองไว้ทำโรงทานไม่ได้ฉันกับสามีจึงย้ายป้ายและหาที่ใหม่
แล้วฉันก็ได้ที่ใหม่อย่างง่ายดายเพราะฉันไปถึงวัดเช้าก่อนใคร
แล้วฉันก็โทรบอกพี่คนที่ฉันรู้จักว่าต้องย้ายที่ตั้งนะ...ฉันหาที่ได้เรียบร้อยแล้ว
แต่ฉันมาสติหลุดและสามารถทำให้ฉันอารมณ์ขุ่นมัวได้ทั้งวันก็เรื่องน้ำและน้ำแข็ง
เมื่อพี่เค้ามาถึงวัด(7.00)น้ำและน้ำแข็งยังไม่มาส่ง เค้าก็บ่นว่า ไม่ได้เรื่องแล้วทำไมน้ำมาส่งช้า
เมื่อเค้าต้องตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวเค้าก็บ่นอีก ฉันก็เดินไปยืมน้ำเต็นท์ข้างๆมาให้พี่เค้าตั้งหม้อก่อน
เค้าก็ยังพูด ยังบ่นไม่เลิก ไม่ได้เรื่องบ้างล่ะ เสียหน้าหมดเลย รับผิดชอบไม่ได้ ฉันเริ่มหน้าบึ้ง ไม่ยิ้ม...
ฉันร้อนใจโทรไปตามที่ร้าน เค้าก็บอกว่า กำลังลงน้ำแข็ง เดี๋ยวจะเข้าไปส่ง
8.00 ฉันให้ลูกสาวขับรถไปซื้อน้ำแข็งมาก่อน 1 ถุง เพื่อให้เค้าเลิกบ่นให้เค้าเลิกพูดเยาะเย้ยถากถางเสียที
ลูกฉันไปซื้อน้ำแข็งกลับมาเค้าก็ยังบ่น...จนฉันทนไม่ไหว
ฉันเลยพูดไปบ้างว่า(ฉันพูดไม่แรงแต่เพื่อนเค้าก็ได้ยิน) ไร้สาระ พูดไปแล้วได้อะไรขึ้นมา...
เพื่อนเค้าได้ยิน เพื่อนเค้าคงรู้แล้วว่าฉันโกรธ เลยดุเค้ากลับว่า พอแล้วเลิกพูดได้แล้ว...
นั่นแหละเค้าจึงหยุดพูด หยุดบ่น
สัก 8.30 น ทางร้านก็นำน้ำและน้ำแข็งมาส่ง
พักใหญ่ที่ฉันไม่พูดกับเค้าและไม่แลดูกิจกรรมที่เค้าทำเลย แต่ฉันบอกให้เพื่อนๆฉันไปช่วยเค้า
ส่วนฉันนั่งนิ่งเงียบ ปล่อยให้ลูกสาวและเพื่อนเค้าตักเฉาก๋วยแจก
พักใหญ่เค้าเห็นฉันโกรธจริงเค้าก็เข้ามาพูดดีกับฉัน
แล้วบอกว่า ถ้าเฉาก๋วยไม่หมดไม่เป็นไรนะ เดี๋ยววันที่23เราไปทำบุญที่วัด....กันอีก
ไปด้วยกันนะ เค้าชวนฉัน...
ฉันก็ตอบรับเค้าว่า ไป...ทั้งๆที่อารมณ์ฉันยังขุ่นมัว(แต่เก็บอารมณ์)
เค้าหันไปบอกเพื่อนเค้าว่าฉันจะไปด้วย เค้าก็ดีใจ ยกมือสาธุกัน
จากที่ฉันพูดว่าเค้าไปแล้วฉันก็เก็บมาคิด อารมณ์ขุ่นมัวทั้งวัน มันทำให้ฉันไม่มีความสุขเลย
ทำไมฉันไม่เก็บอารมณ์ให้มากกว่านี้
ถ้าฉันเก็บอารมณ์ มีความอดทนและมีสติมากกว่านี้ ความรู้สึกแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน...
ฉันจะจำเหตุการณ์วันนี้ไว้ ...
ขอบคุณค่ัะที่เข้ามาอ่านจนจบ
ต่อไปฉันคงต้องมีสติมากกว่านี้...
ฉันกับลูกสาวได้นำเฉาก๋วยน้ำลำไยไปทำโรงทานแจกผู้มาร่วมทำบุญ
มีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเค้าได้นำก๋วยเตี๋ยวมาร่วมแจกด้วย ฉันเพิ่งร่วมงานกับเค้างานแรก
ฉันเคยเจอพี่เค้าบ้างตามวัดที่เราไปทำโรงทานแต่ก็ต่างคนต่างไปและครั้งหน้าเราตกลงกันว่าเราจะทำร่วมกัน
มีงานที่ไหนเราจะไปด้วยกัน
เราอยู่เต็นท์เดียวกัน
เค้าให้ฉันรับผิดชอบดูแลเรื่องสถานที่ เรื่องน้ำและน้ำแข็งเพราะบ้านฉันอยู่ใกล้วัด
เรื่องสถานที่...เย็นวันเสาร์เราไปดูสถานที่กัน เราไปจองเต็นท์และติดป้าย
(ก่อนจะจองฉันถามกรรมการวัดแล้วว่าตั้งได้)
เรื่องน้ำและน้ำแข็ง...ฉันโทรสั่งเจ้าประจำ ทางร้านบอกว่าจะนำไปส่งในเช้าวันรุ่งขึ้น
พอเช้าวันนี้ฉันตื่นแต่เช้าตี 5.30 ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวไปวัดโดยมีสามีขับรถไปส่ง
เพื่อจะนำของไปลงแต่พอไปถึงวัด กรรมการเข้ามาบอกว่า
ที่ๆฉันจองไว้ทำโรงทานไม่ได้ฉันกับสามีจึงย้ายป้ายและหาที่ใหม่
แล้วฉันก็ได้ที่ใหม่อย่างง่ายดายเพราะฉันไปถึงวัดเช้าก่อนใคร
แล้วฉันก็โทรบอกพี่คนที่ฉันรู้จักว่าต้องย้ายที่ตั้งนะ...ฉันหาที่ได้เรียบร้อยแล้ว
แต่ฉันมาสติหลุดและสามารถทำให้ฉันอารมณ์ขุ่นมัวได้ทั้งวันก็เรื่องน้ำและน้ำแข็ง
เมื่อพี่เค้ามาถึงวัด(7.00)น้ำและน้ำแข็งยังไม่มาส่ง เค้าก็บ่นว่า ไม่ได้เรื่องแล้วทำไมน้ำมาส่งช้า
เมื่อเค้าต้องตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวเค้าก็บ่นอีก ฉันก็เดินไปยืมน้ำเต็นท์ข้างๆมาให้พี่เค้าตั้งหม้อก่อน
เค้าก็ยังพูด ยังบ่นไม่เลิก ไม่ได้เรื่องบ้างล่ะ เสียหน้าหมดเลย รับผิดชอบไม่ได้ ฉันเริ่มหน้าบึ้ง ไม่ยิ้ม...
ฉันร้อนใจโทรไปตามที่ร้าน เค้าก็บอกว่า กำลังลงน้ำแข็ง เดี๋ยวจะเข้าไปส่ง
8.00 ฉันให้ลูกสาวขับรถไปซื้อน้ำแข็งมาก่อน 1 ถุง เพื่อให้เค้าเลิกบ่นให้เค้าเลิกพูดเยาะเย้ยถากถางเสียที
ลูกฉันไปซื้อน้ำแข็งกลับมาเค้าก็ยังบ่น...จนฉันทนไม่ไหว
ฉันเลยพูดไปบ้างว่า(ฉันพูดไม่แรงแต่เพื่อนเค้าก็ได้ยิน) ไร้สาระ พูดไปแล้วได้อะไรขึ้นมา...
เพื่อนเค้าได้ยิน เพื่อนเค้าคงรู้แล้วว่าฉันโกรธ เลยดุเค้ากลับว่า พอแล้วเลิกพูดได้แล้ว...
นั่นแหละเค้าจึงหยุดพูด หยุดบ่น
สัก 8.30 น ทางร้านก็นำน้ำและน้ำแข็งมาส่ง
พักใหญ่ที่ฉันไม่พูดกับเค้าและไม่แลดูกิจกรรมที่เค้าทำเลย แต่ฉันบอกให้เพื่อนๆฉันไปช่วยเค้า
ส่วนฉันนั่งนิ่งเงียบ ปล่อยให้ลูกสาวและเพื่อนเค้าตักเฉาก๋วยแจก
พักใหญ่เค้าเห็นฉันโกรธจริงเค้าก็เข้ามาพูดดีกับฉัน
แล้วบอกว่า ถ้าเฉาก๋วยไม่หมดไม่เป็นไรนะ เดี๋ยววันที่23เราไปทำบุญที่วัด....กันอีก
ไปด้วยกันนะ เค้าชวนฉัน...
ฉันก็ตอบรับเค้าว่า ไป...ทั้งๆที่อารมณ์ฉันยังขุ่นมัว(แต่เก็บอารมณ์)
เค้าหันไปบอกเพื่อนเค้าว่าฉันจะไปด้วย เค้าก็ดีใจ ยกมือสาธุกัน
จากที่ฉันพูดว่าเค้าไปแล้วฉันก็เก็บมาคิด อารมณ์ขุ่นมัวทั้งวัน มันทำให้ฉันไม่มีความสุขเลย
ทำไมฉันไม่เก็บอารมณ์ให้มากกว่านี้
ถ้าฉันเก็บอารมณ์ มีความอดทนและมีสติมากกว่านี้ ความรู้สึกแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน...
ฉันจะจำเหตุการณ์วันนี้ไว้ ...
ขอบคุณค่ัะที่เข้ามาอ่านจนจบ