เส้นทางของวงนี้นั้น หากหลายๆคนไม่รู้จัก ผมขอแนะนำให้ไปเริ่มจากซิงเกิลของงานชุดมาสเตอร์พีซปี2005อันเป็นคัมภีร์ไบเบิลแห่งเพลงร็อคยุคใหม่ๆอย่าง A Beautiful Lie ที่มีโคตรเพลงอย่าง The Kill
และ From Yesterday สองเพลงนี้ ลองไปหาฟังเลยครับ (ผมโดน The Kill นี่แหละ) และปี2009 ก็ This is war ที่มีโคตรเพลงอย่าง Closer to the edge ที่ผมใช้บูชาหัวนอน ฟังทุกวันวันละรอบประหนึ่งการสวดมนต์ก่อนนอนก็ว่าได้ .. ลองไปเริ่มจากทางนี้ดูก่อน
มาพูดถึงซิงเกิลใหม่ Up in the air พูดถึงตัวเพลงก่อน ก็ยังเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคเช่นเดิม แต่มีการปรับแนวเพลงจากชุดก่อนๆโดยที่ส่วนตัวเท่าที่ผมรู้สึกคือ ซาวด์ Electronic หายไปเยอะ เน้นเสียงดนตรีสดภาคปกติมากขึ้น และความแรง เกรี้ยวกราดดุดันแบบในชุดก่อนๆอย่าง A Beautiful Lie ก็หายไป เรียกว่าซอฟท์ลง แต่มีความเป็นโมเดิร์นร็อคมากขึ้น ซึ่ง หลายๆคนอาจจะยังไม่ชินกับลักษณะเพลงสไตล์นี้ก็ได้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เรื่องของเรื่องคือ มันคือ 30s ไง และความคาดหวังต่อวงนี้ สูงยิ่งกว่ายอดเขาหิมาลัย ดังนั้นคนที่เกิดข้อสงสัยและความกลัวเมื่อได้ฟังเพลง มีแน่ๆ แต่คนที่รู้สึกโอเคกับซิงเกิลนี้ ก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เรียกว่า ก็ว่ากันไป
ส่วนตัวผู้เขียน(หัตถาครองพิภพ) เองนั้น ก็อยากได้แบบ This is war มาฟังอีกเพราะมันลงตัวแล้วในทรรศนะของผม .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แรกสุดผมก็คิดงั้นแหละ แต่พอได้อ่านคำกล่าวของบร๊ะเจ้าจาเร็ดแล้ว ผมก็เลิกล้มความคิดบ้าๆนี้ทิ้งทันที.. ก่อนอื่น เมื่อย้อนไปดูความหมายของ 30s 2Mars แล้วนั้น รากเหง้าของมันคือการวิวัฒนาการเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีมนุษย์ แต่ตอนนี้ 30s ได้ทำสิ่งที่เหนือกว่า การวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากของเก่า แต่ครั้งนี้ จาเร็ดกล่าวว่า มันคือการ “เริ่มต้นใหม่” ประหนึ่งจักรวาลถูกเร่งเวลาจนหมุนวิวัฒนาการกลับมาสู่ศูนย์และเริ่มเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่มันเหนือกว่าการเอาของเก่ามาทำเหมือนเดิม หรือปรับแต่งของเดิมให้ดีขึ้นเสียอีก..
เออ ก็จริงของเขานะ ซึ่ง เพลง Up in the air นี้เป็นเพลงที่จะอยู่ในอัลบั้มใหม่ Love Lust Faith + Dreams ที่จะออกในวันที่21 พฤษภาคมนี้ (ไม่มีตังค์แล้วว้อยปีนี้ - -*) ซึ่งในส่วนของซิงเกิลพรีเมียร์เพลงนี้นั้น พวกเขาร่วมมือกับ NASA ที่พาซิงเกิ้ลใหม่ “Up In The Air” ขึ้นไปยังอวกาศพร้อมกับคาร์โก้แคบซูล SpaceX เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะพรีเมียร์ทั่วโลกอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มีนาคม ท่ามกลางเหล่านักบินอวกาศในวงโคจร 230 ไมล์เหนือโลก โดยที่วง Thirty Seconds To Mars ได้อยู่ที่ Mission Control Houston เพื่อเฝ้าชมการพรีเมียร์เพลงและ เพื่อสัมภาษณ์กับ Tom Marshburn หนึ่งในนักบินอวกาศที่ประจำอยู่ที่สถานีอวกาศนี้
ในส่วนของอัลบั้มใหม่นี้ พวกเขาได้เขียนและบันทึกเสียงจากทั่วโลก ทั้งในยุโรป อินเดีย และที่สตูดิโอของวงในแคลิฟอร์เนีย โปรดิวซ์โดยเทพเร็จ เลโต้ ร่วมกับ Steve Lillywhite (U2, The Rolling Stones, Peter Gabriel) อย่างที่พวกเขาบอกจริงๆ มันคือการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่เหนือกว่าครั้งก่อนๆแน่นอน และหลังจากที่ผมบ่นเรื่องความแรงของเพลงที่ลดลงแล้ว แต่เจอข้อความนี้เข้าไปว่า “The real believers know that we are never going to make the same album twice. I want to explore a new territory. There are always going to be people out there that want to hear the same album over and over again but that’s not what I’m interested in, that’s not what I’ll ever do.” — Jared Leto
[CR] [Review Single] Thirty Seconds To Mars - Up in the air ท่องอวกาศปาดกาแล็กซี่ไปกับหนุ่มๆ 30วิพี่จะไปดาวอังคาร..
ผมเขียนรีวิวไว้อีกเช่นกันและงานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวงที่ผมบูชาด้วยความปลาบปลื้มมากๆ รอเสียตังค์แล้วล่ะรอบนี้ยิ่งจนๆอยู่
เป็นรีวิวซิงเกิลเพลงเดียว แต่เขียนเต็มสองหน้ากระดาษได้ ไม่รู้จะบ่นอะไรนักหนาปกติเพลงเดียวไม่เขียนเยอะขนาดนี้
แต่ด้วยความดีใจที่วงรักกลับมาอีกครั้ง ก็เลยขอแพล่มยาวๆหน่อย เอาไปอ่านกันเพลินๆนะครับ ^^
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
รีวิวเพลง Up in the air ของ Thirty Seconds To Mars
โดย หัตถาครองพิภพ
นี่คืออีกหนึ่งรีวิวที่ผมดีใจมากๆอย่างสุดจะกลั้นเอาไว้ไม่ได้ และปลาบปลื้มน้ำตาไหลจนแทบอยากจะขอแชร์.. วงดนตรีที่ผมปวารณาตัวจะขอเป็นสาวกติดตามไปชั่วชีวิต เป็นวงใดไปไม่ได้นอกจากเหล่าๆหนุ่มๆ “สามสิบวิ ณ บัดนี้ พี่จักไปดาวอังคาร” Thirty Seconds To Mars นั่นเอง ประกาศตัวชัดเจนนะครับ เพราะงั้นถ้าบทความรีวิวซิงเกิลนี้มันจะอวยอะไรหนักข้อไปบ้าง ก็ได้โปรดให้อภัยผมเถอะ แหะๆ เพราะตอนนี้ อยากตะโกนดังๆว่า “เทพเจ้าดาวอังคารกลับมาแล้วว้อยยยยยย เยสสสสส”
ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้และยังไม่คุ้นเคยกับวงนี้มากนัก ผมจะสรุปคร่าวๆสั้นๆง่ายๆว่า สามสิบวิฯ (ขอเรียกงี้นะครับ) เป็นอเมริกัน อัลเทอเนทีฟร็อค จากแถบ LA สหรัสอเมริกา อันประกอบด้วยบุคคลอันสุดยอด (อย่าเพิ่งหมั่นไส้ผมนะ ฮ่า) นั่นก็คือ เทพเจ้าจาเร็ด เลโต้ (Jared Leto) ผู้เป็นทั้งคนแต่งเพลง นักร้อง และกีต้าร์ริธึ่ม , Shannon Leto กลองและเพอร์คัสชั่นเจ๋งๆในเพลงของ30s. / Tomo Miličević คีย์บอร์ดและกีต้าร์ลีด .. วงนี้แรกเริ่มสุดก็มาจากพี่น้องแชนนอนและก็จาเร็ด ในปี 1998 .. จากนั้น แมต วอชเตอร์ ก็ได้เข้ามาทีหลังในตำแหน่งเบสและคีย์บอร์ด ก่อนที่จะออกไปและท้ายที่สุดก็ได้น้องโทโมะเคโอติค เข้ามาเป็น ผู้ชายหมายเลขสามถาวรของวงในที่สุด (มือกีต้าร์สองคนก่อนหน้านี้ก็ออกไปแล้วอย่าง Solon )
ชื่อวง 30s2Mars ของพวกเขานั้น จากปากคำแล้วสรุปออกมาได้ว่า ชื่อนี้มาจากงานธีสิสของอดีตโปรเฟสเซอร์จากฮาวาร์ด ที่เป็นชื่อเดียวกับชื่อวงตอนนี้เลย โดยที่เรื่องราวในนั้นจะเป็นเรื่องของการเจริญเติบโตของเทคโนโลยีมนุษย์และก้าวกระโดดประหนึ่งกราฟเอ็กซ์โปเนนเชียลยกกำลังสองเลยทีเดียว และคอนเซปต์ตรงนี้มันก็คือนิยามเพลงที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของพวกเขาที่น่าค้นหา รวดเร็ว ตัวเพลงก็จะถูกครอบไว้ด้วยคอนเซปต์ห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่ข้างนอกนั่นเอง
เส้นทางของวงนี้นั้น หากหลายๆคนไม่รู้จัก ผมขอแนะนำให้ไปเริ่มจากซิงเกิลของงานชุดมาสเตอร์พีซปี2005อันเป็นคัมภีร์ไบเบิลแห่งเพลงร็อคยุคใหม่ๆอย่าง A Beautiful Lie ที่มีโคตรเพลงอย่าง The Kill
และ From Yesterday สองเพลงนี้ ลองไปหาฟังเลยครับ (ผมโดน The Kill นี่แหละ) และปี2009 ก็ This is war ที่มีโคตรเพลงอย่าง Closer to the edge ที่ผมใช้บูชาหัวนอน ฟังทุกวันวันละรอบประหนึ่งการสวดมนต์ก่อนนอนก็ว่าได้ .. ลองไปเริ่มจากทางนี้ดูก่อน
ส่วนในเรื่องราวทั่วๆไปของวงนี้ ก็คงหนีไม่พ้นที่ควรจะรู้ว่า จาเร็ด เลโต้ พี่แกก็เป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด และถ้าใครจะเคยดูหนังฆาตกรชอบกินซีเรียลตอนเช้า (serial killers) อย่างเรื่อง Urban Legend ภาคแรกแล้ว ที่ฆาตกรใส่ชุดหมวกกันหิมะ .. พระเอกหน้าหล่อๆคนนั้นละครับ จาเร็ด เลโต้ และก็เป็นประเด็นที่หลายๆคนดูถูกเขาไว้ตลอดว่า เมิงไม่มีทางประสบความสำเร็จหรอก ไอ้ดารา! .. ก่อนที่ไอ้คนพูดเหล่านั้นจะโดนตอกหน้าหงายเงิบแบบหาทางกลับบ้านไม่ทันจากความยอดเยี่ยมของ A Beautiful Lie และยืนยันความเป็นของแท้ในชุดถัดๆมานั่นเอง .. ตัวจาเร็ดเองก็เรียกตัวเองว่าเป็น นักร้อง เป็น ศิลปินด้วย ไม่ใคร่ชอบนามนักแสดงเท่าไหร่
มาพูดถึงซิงเกิลใหม่ Up in the air พูดถึงตัวเพลงก่อน ก็ยังเป็นอัลเทอเนทีฟร็อคเช่นเดิม แต่มีการปรับแนวเพลงจากชุดก่อนๆโดยที่ส่วนตัวเท่าที่ผมรู้สึกคือ ซาวด์ Electronic หายไปเยอะ เน้นเสียงดนตรีสดภาคปกติมากขึ้น และความแรง เกรี้ยวกราดดุดันแบบในชุดก่อนๆอย่าง A Beautiful Lie ก็หายไป เรียกว่าซอฟท์ลง แต่มีความเป็นโมเดิร์นร็อคมากขึ้น ซึ่ง หลายๆคนอาจจะยังไม่ชินกับลักษณะเพลงสไตล์นี้ก็ได้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เรื่องของเรื่องคือ มันคือ 30s ไง และความคาดหวังต่อวงนี้ สูงยิ่งกว่ายอดเขาหิมาลัย ดังนั้นคนที่เกิดข้อสงสัยและความกลัวเมื่อได้ฟังเพลง มีแน่ๆ แต่คนที่รู้สึกโอเคกับซิงเกิลนี้ ก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เรียกว่า ก็ว่ากันไป
ส่วนตัวผู้เขียน(หัตถาครองพิภพ) เองนั้น ก็อยากได้แบบ This is war มาฟังอีกเพราะมันลงตัวแล้วในทรรศนะของผม .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แรกสุดผมก็คิดงั้นแหละ แต่พอได้อ่านคำกล่าวของบร๊ะเจ้าจาเร็ดแล้ว ผมก็เลิกล้มความคิดบ้าๆนี้ทิ้งทันที.. ก่อนอื่น เมื่อย้อนไปดูความหมายของ 30s 2Mars แล้วนั้น รากเหง้าของมันคือการวิวัฒนาการเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีมนุษย์ แต่ตอนนี้ 30s ได้ทำสิ่งที่เหนือกว่า การวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากของเก่า แต่ครั้งนี้ จาเร็ดกล่าวว่า มันคือการ “เริ่มต้นใหม่” ประหนึ่งจักรวาลถูกเร่งเวลาจนหมุนวิวัฒนาการกลับมาสู่ศูนย์และเริ่มเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่มันเหนือกว่าการเอาของเก่ามาทำเหมือนเดิม หรือปรับแต่งของเดิมให้ดีขึ้นเสียอีก..
เออ ก็จริงของเขานะ ซึ่ง เพลง Up in the air นี้เป็นเพลงที่จะอยู่ในอัลบั้มใหม่ Love Lust Faith + Dreams ที่จะออกในวันที่21 พฤษภาคมนี้ (ไม่มีตังค์แล้วว้อยปีนี้ - -*) ซึ่งในส่วนของซิงเกิลพรีเมียร์เพลงนี้นั้น พวกเขาร่วมมือกับ NASA ที่พาซิงเกิ้ลใหม่ “Up In The Air” ขึ้นไปยังอวกาศพร้อมกับคาร์โก้แคบซูล SpaceX เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะพรีเมียร์ทั่วโลกอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มีนาคม ท่ามกลางเหล่านักบินอวกาศในวงโคจร 230 ไมล์เหนือโลก โดยที่วง Thirty Seconds To Mars ได้อยู่ที่ Mission Control Houston เพื่อเฝ้าชมการพรีเมียร์เพลงและ เพื่อสัมภาษณ์กับ Tom Marshburn หนึ่งในนักบินอวกาศที่ประจำอยู่ที่สถานีอวกาศนี้
ในส่วนของอัลบั้มใหม่นี้ พวกเขาได้เขียนและบันทึกเสียงจากทั่วโลก ทั้งในยุโรป อินเดีย และที่สตูดิโอของวงในแคลิฟอร์เนีย โปรดิวซ์โดยเทพเร็จ เลโต้ ร่วมกับ Steve Lillywhite (U2, The Rolling Stones, Peter Gabriel) อย่างที่พวกเขาบอกจริงๆ มันคือการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่เหนือกว่าครั้งก่อนๆแน่นอน และหลังจากที่ผมบ่นเรื่องความแรงของเพลงที่ลดลงแล้ว แต่เจอข้อความนี้เข้าไปว่า “The real believers know that we are never going to make the same album twice. I want to explore a new territory. There are always going to be people out there that want to hear the same album over and over again but that’s not what I’m interested in, that’s not what I’ll ever do.” — Jared Leto
ซึ่งความหมายมันประมาณว่า หลายคนอาจจะคาดหวังที่จะได้ฟังเพลงที่เหมือนของเก่า เหมือนๆกับงานอัลบั้มเดิมอีกครั้ง แต่จริงๆแล้วหลายๆคนน่าจะรู้ว่าวงพวกเขาชอบทดลองอะไรใหม่ๆเสมอและไม่มีทางย้อนกลับไปสู่ความสำเร็จเก่าๆซ้ำซากแน่นอน โอเค ใครๆอาจจะอยากฟังงานคล้ายๆกันอีกสักอัลบั้มนึง แต่มันไม่ใช่พวกเขาที่จะทำออกมาแบบนั้นแน่ๆ .. โดย จาเร็ด เลโต้ สรุปแล้วซิงเกิลนี้ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นขาจรหรือแฟนประจำ เพลงของ 30s แม้ขนาดจะมีแฟนๆบางส่วนบ่นบ้างแล้ว แต่ไอ้การบ่นนี่ มาตรฐานของวงนี้ก็ยังอยู่สูงลิบลิ่วอยู่ดี ..
ชาบู ชาบู เธอที่เซ็กส์ ก้นทูมา (Thirty Seconds To Mars)!!!! น้ำตาจะไหล ขออวยนะครับ….
http://music.you2play.com/play/12714