แม้เหตุการณ์ก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ราย
ทั้งประชาชนทั่วไป มวลชนคนเสื้อแดง และเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหารผ่านมานานถึง 3 ปีแล้ว
แต่การคลี่คลายคดีนี้โดย 3 หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กลับไม่คืบหน้าเท่าที่ควรในการ
สืบสวนเพื่อเสาะหาหลักฐานหรือติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฏหมายโดยเฉพาะ
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่บริเวณสี่แยกคอกวัวซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งว่า มีกอง
กำลังชุดดำที่ปะปนอยู่กับม็อบคนเสื้อแดงได้ปฏิบัติการก่อการร้ายใช้อาวุธสงครามร้ายแรงระดม
ยิงและขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหารจนทำให้ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และทหารเสียชีวิต
ทันที 5 นาย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
จากผลสรุปการสอบสอบของคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้า
ทางคดีของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิ
เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ชัดว่า การเสียงชีวิตของ
พล.อ.ร่มเกล้า เป็นฝีมือของกองกำลังชุดดำที่มีการวางแผนจัดตั้งมาเป็นอย่างดีโดยนั่งรถตู้พร้อม
อาวุธสงครามเข้ามาสมทบกับม็อบเสื้อแดงที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยาก่อนเปิดฉากระดมยิงกระสุน
ระเบิดเอ็ม 79 และขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่ฝ่ายทหารที่รักษาความสงบ ซึ่งมีทั้งภาพถ่ายทั้งของ
สื่อต่างประเทศและของไทย ตลอดจนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นหลักฐานชัดเจน
ผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมาธิการฯสอดคล้องกับผลสรุปการตรวจสอบก่อนหน้านี้ของ
คณะกรรมการอิสระและตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ที่มี ดร.คณิต
ณ นครเป็นประธานที่ยืนยันในความมีอยู่จริงของกองกำลังชุดดำ
นายขวัญชัยไพร พนา ประธานชมรมคนรักอุดร หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงและ
เป็นหนี่งในผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองออกมาเปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ว่า 3 แกนนำสำคัญ
ของกลุ่มคนเสื้อแดงคือ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิใสเกื้อเป็น
ผู้สั่งให้เขานำกำลังคนเสื้อแดงบุกไปยังกองทัพภาคที่ 1 เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองทำอย่างเป็นขบวนการใหญ่โตมาก
ขณะที่ก่อนหน้านี้นายเมธี อมรวุฒิกุล หนึ่งในกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งถูกจับกุม
และถูกดีเอสไอกันตัวไว้เป็นพยานปากเอกได้รับสารภาพเปิดเผยความลับแผนก่อการร้ายเผาบ้าน
ทำลายเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก แต่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่
สามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้วางแผนและผู้ก่อเหตุจำนวนมากที่ขณะนี้ยังหนีรอดเงื้อมมือกฏหมาย
และที่น่าสงสัยก็คือหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศนายเมธีซึ่งกุมความลับสำคัญ
และเป็นพยานปากเอกกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่อยรอย
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการของวุฒิสภายังตั้งข้อสังเกตุการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายอัยการในการดำเนิน
คดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะจำเลยที่ 1 ในคดีก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 รวมทั้ง
การสอบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่ล่าช้าผิดปกติซึ่งจนบัดนี้คดีแทบจะไม่มีอะไร
คืบหน้าทั้งๆที่มีพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ นางทิชา ธุวธรรม ภรรยาของ
พล.อ.ร่มเกล้า พยายามทวงถามความคืบหน้าของคดีจากดีเอสไอมาอย่างต่อเนื่อง แต่จนล่าสุดเรื่อง
กลับเงียบไม่มีคำตอบจากดีเอสไอแต่อย่างใด
นอกจากความล่าช้าส่อเจตนาแช่แข็งในไม่ทำความจริงให้ปรากฏแล้วที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือดีเอสไอ
สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกตั้งข้อสงสัยว่าพยายามบิดเบือนคดีจากดำ
เป็นขาวจากขาวเป็นดำเพื่อช่วยเหลือขบวนการก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ถือ
เป็นการสุมไฟทำลายชาติบ้านเมืองขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเพียงพยายามหาทางที่จะนำไปสู่การสร้าง
ความปรองดองอย่างแท้จริง
http://www.naewna.com/politic/columnist/6277
เสื้อแดงก็ติดตามคดีทั้งหลาย อยู่เหมือนกัน เพราะปชช.ที่มาชุมนุม ติดร่างแหไปอยู่ในคุกก็หลายคน
ลำบากยากเข็ญกันทั้งนั้น ...
แล้ว...แนวหน้า...ไม่ติดตามคดี ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน บุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT บ้างหรือ
มันเกิดก่อน คดีนปช. ตั้งเป็นปี ...เลื่อนการฟ้องมาตั้งหลายครั้งแล้ว
รวมถึงคดี อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ ใช้เอกสารไม่ถูกต้อง เข้ารับราชการอ.จ.ร.ร.นายร้อย ...ก็หายเงียบ
ไป มันมีอีกตั้งหลายคดี นะ ...แนวหน้า ..มั่นคง ...ตรงไปตรงมา ...จริงตามคำขวัญหรือเปล่า .....
ทำไมต้องเจาะจง เฉพาะคดี นปช.
พบพิรุธคดีก่อการร้ายเผาเมืองไม่คืบ ? ...บทบรรณาธิการ ...แนวหน้าออนไลน์
ทั้งประชาชนทั่วไป มวลชนคนเสื้อแดง และเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหารผ่านมานานถึง 3 ปีแล้ว
แต่การคลี่คลายคดีนี้โดย 3 หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กลับไม่คืบหน้าเท่าที่ควรในการ
สืบสวนเพื่อเสาะหาหลักฐานหรือติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฏหมายโดยเฉพาะ
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่บริเวณสี่แยกคอกวัวซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งว่า มีกอง
กำลังชุดดำที่ปะปนอยู่กับม็อบคนเสื้อแดงได้ปฏิบัติการก่อการร้ายใช้อาวุธสงครามร้ายแรงระดม
ยิงและขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหารจนทำให้ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และทหารเสียชีวิต
ทันที 5 นาย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
จากผลสรุปการสอบสอบของคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้า
ทางคดีของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิ
เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ชัดว่า การเสียงชีวิตของ
พล.อ.ร่มเกล้า เป็นฝีมือของกองกำลังชุดดำที่มีการวางแผนจัดตั้งมาเป็นอย่างดีโดยนั่งรถตู้พร้อม
อาวุธสงครามเข้ามาสมทบกับม็อบเสื้อแดงที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยาก่อนเปิดฉากระดมยิงกระสุน
ระเบิดเอ็ม 79 และขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่ฝ่ายทหารที่รักษาความสงบ ซึ่งมีทั้งภาพถ่ายทั้งของ
สื่อต่างประเทศและของไทย ตลอดจนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นหลักฐานชัดเจน
ผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมาธิการฯสอดคล้องกับผลสรุปการตรวจสอบก่อนหน้านี้ของ
คณะกรรมการอิสระและตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ที่มี ดร.คณิต
ณ นครเป็นประธานที่ยืนยันในความมีอยู่จริงของกองกำลังชุดดำ
นายขวัญชัยไพร พนา ประธานชมรมคนรักอุดร หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงและ
เป็นหนี่งในผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองออกมาเปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ว่า 3 แกนนำสำคัญ
ของกลุ่มคนเสื้อแดงคือ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิใสเกื้อเป็น
ผู้สั่งให้เขานำกำลังคนเสื้อแดงบุกไปยังกองทัพภาคที่ 1 เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองทำอย่างเป็นขบวนการใหญ่โตมาก
ขณะที่ก่อนหน้านี้นายเมธี อมรวุฒิกุล หนึ่งในกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งถูกจับกุม
และถูกดีเอสไอกันตัวไว้เป็นพยานปากเอกได้รับสารภาพเปิดเผยความลับแผนก่อการร้ายเผาบ้าน
ทำลายเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก แต่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่
สามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้วางแผนและผู้ก่อเหตุจำนวนมากที่ขณะนี้ยังหนีรอดเงื้อมมือกฏหมาย
และที่น่าสงสัยก็คือหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศนายเมธีซึ่งกุมความลับสำคัญ
และเป็นพยานปากเอกกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่อยรอย
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการของวุฒิสภายังตั้งข้อสังเกตุการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายอัยการในการดำเนิน
คดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะจำเลยที่ 1 ในคดีก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 รวมทั้ง
การสอบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่ล่าช้าผิดปกติซึ่งจนบัดนี้คดีแทบจะไม่มีอะไร
คืบหน้าทั้งๆที่มีพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ นางทิชา ธุวธรรม ภรรยาของ
พล.อ.ร่มเกล้า พยายามทวงถามความคืบหน้าของคดีจากดีเอสไอมาอย่างต่อเนื่อง แต่จนล่าสุดเรื่อง
กลับเงียบไม่มีคำตอบจากดีเอสไอแต่อย่างใด
นอกจากความล่าช้าส่อเจตนาแช่แข็งในไม่ทำความจริงให้ปรากฏแล้วที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือดีเอสไอ
สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกตั้งข้อสงสัยว่าพยายามบิดเบือนคดีจากดำ
เป็นขาวจากขาวเป็นดำเพื่อช่วยเหลือขบวนการก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ถือ
เป็นการสุมไฟทำลายชาติบ้านเมืองขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเพียงพยายามหาทางที่จะนำไปสู่การสร้าง
ความปรองดองอย่างแท้จริง
http://www.naewna.com/politic/columnist/6277
เสื้อแดงก็ติดตามคดีทั้งหลาย อยู่เหมือนกัน เพราะปชช.ที่มาชุมนุม ติดร่างแหไปอยู่ในคุกก็หลายคน
ลำบากยากเข็ญกันทั้งนั้น ...
แล้ว...แนวหน้า...ไม่ติดตามคดี ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน บุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT บ้างหรือ
มันเกิดก่อน คดีนปช. ตั้งเป็นปี ...เลื่อนการฟ้องมาตั้งหลายครั้งแล้ว
รวมถึงคดี อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ ใช้เอกสารไม่ถูกต้อง เข้ารับราชการอ.จ.ร.ร.นายร้อย ...ก็หายเงียบ
ไป มันมีอีกตั้งหลายคดี นะ ...แนวหน้า ..มั่นคง ...ตรงไปตรงมา ...จริงตามคำขวัญหรือเปล่า .....
ทำไมต้องเจาะจง เฉพาะคดี นปช.