ได้ยินได้ฟังจากเขามาอีกที แต่รับรองว่า original แท้ๆแน่นอนครับ ....
.......
บ่ายจัดๆ ของ วันร้อนวันนึง เมล์แอร์สาย 75 มีโอกาสรับหนุ่มน้อย 2 คนในชุดนักเรียนจากป้ายรถเมล์หนึ่ง
บนถนนเจริญกรุง บนรถที่ยังว่าง แต่ทั้งคู่สมัครใจยืนพิงอิงแอบกันหน้าทางขึ้นหน้าบันได ( ดีที่กระเป๋าใจดี
ไม่ไล่เข้าใน ตามแบบฉบับ )
ไม่แต่กะหนุงกะหนิง พลอดคำหวานกันไม่หยุด ฝ่าย..เอ่อ..ที่น่าจะเป็นชาย ( กว่า ) ยืนด้านหลัง เอามือ
ซ้าย เอื้อมไปจับมือซ้ายของชาย ( ที่ชายน้อยกว่า ) สองมือกุมกันแน่น ราวกับหวั่นว่าจะหลุดหายยามรถ
เบรค บทสนทนาแผ่วเบา แต่ไม่ดังเกินกว่าที่คนสาระแนที่นั่งอยู่ติดกันจะไม่ได้ยิน เป็นไงเหนื่อยมั้ย กลาง
วันทานอะไร คิดถึงเค้ามั้ย.... สารพัดคำเพราะๆ และใบหน้าที่เปี่ยมสุขของทั้งสอง
รถเมล์จอดป้าย ผู้โดยสารก้าวขึ้น - ก้าวลง แม้แต่ระหว่างเบรคช่วงติดไฟแดง ไม่ทำให้สองคนเปลี่ยนหัวข้อ
สนทนา กระเป๋ามีแอบอมยิ้ม พยักพเยิดกับคนขับ เหมือนดูเลืฟซีนหนังเรื่องหนึ่ง
ช่วงวิ่งมาถึงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ฝ่ายหลัง ( หมายถึงยืนอยู่ข้างหลัง ) ต้องลง แต่เหมือนอารมณ์ยัง
ไม่ลงตาม กว่าจะคลายมือจากกันก็กินเวลาหายวินาทีอยู่ ประตูอัตโนมัติเปิดกว้างออก ได้เวลาลาจากกัน
สักที
แต่เหมือนกามเทพเป็นใจ รถติดอยู่นาน ... ฝ่ายที่ลงจากรถยังยืนอาลัยอาวณ์ ไม่เดินจากไปไหน อีกฝ่าย
หยิบ ไอโฟน ออกมา เลื่อนมือกดโทรออก ชั่วอึดใจ...นี่คือบทสนทนาที่เค้าคุยกัน ( เท่าที่หูสาระแนทำหน้าที่ )
....
ทำไมไม่ไปอีกล่ะ ?
.... ???
....
ไปเถอะ..ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวคุยกัน ( พลางทำนิ้วเพมือนพิมพ์คีบอร์ด )
.... ???
....
เค้าคิดถึงเหมือนกัน
.... ???
....
ไปได้แล้ว รถจะไปแล้ว
.... ???
....
รักสิ รักมากด้วย ....
คนขับปล่อยเบรค เหยียบคันเร่งออกตัว ท้ังคู่ส่งสายตาร่ำลาอย่างอาลัยอาวรณ์ ท่ามกลางรอยยิ้ม
ของคนที่นั่งอยู่ไม่ใกล้
.................................................
ใช่...มันอาจเป็นความรักที่เห็นได้ดาษดื่นในยุคสังคมที่เปิดกว้าง ผิดปกติ ผิดเพศ ผิดมนุษย์มนา หรือไม่...
แล้วแต่มุมมอง แต่อย่างน้อยมันคือแง่มุมความรักในอีกแบบ ที่เผอิญได้รับฟังมาจึงนำมาบอกต่อ............
ดีไม่ดี เหมาะหรือไม่ แล้วแต่วิจารณญาณครับ
เพราะมันคือ บันทึก " รักแห่งสยาม " บทหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงบนรถเมล์แอร์สาย 75
รักแห่งสยาม .. บนรถเมล์สาย 75
.......
บ่ายจัดๆ ของ วันร้อนวันนึง เมล์แอร์สาย 75 มีโอกาสรับหนุ่มน้อย 2 คนในชุดนักเรียนจากป้ายรถเมล์หนึ่ง
บนถนนเจริญกรุง บนรถที่ยังว่าง แต่ทั้งคู่สมัครใจยืนพิงอิงแอบกันหน้าทางขึ้นหน้าบันได ( ดีที่กระเป๋าใจดี
ไม่ไล่เข้าใน ตามแบบฉบับ )
ไม่แต่กะหนุงกะหนิง พลอดคำหวานกันไม่หยุด ฝ่าย..เอ่อ..ที่น่าจะเป็นชาย ( กว่า ) ยืนด้านหลัง เอามือ
ซ้าย เอื้อมไปจับมือซ้ายของชาย ( ที่ชายน้อยกว่า ) สองมือกุมกันแน่น ราวกับหวั่นว่าจะหลุดหายยามรถ
เบรค บทสนทนาแผ่วเบา แต่ไม่ดังเกินกว่าที่คนสาระแนที่นั่งอยู่ติดกันจะไม่ได้ยิน เป็นไงเหนื่อยมั้ย กลาง
วันทานอะไร คิดถึงเค้ามั้ย.... สารพัดคำเพราะๆ และใบหน้าที่เปี่ยมสุขของทั้งสอง
รถเมล์จอดป้าย ผู้โดยสารก้าวขึ้น - ก้าวลง แม้แต่ระหว่างเบรคช่วงติดไฟแดง ไม่ทำให้สองคนเปลี่ยนหัวข้อ
สนทนา กระเป๋ามีแอบอมยิ้ม พยักพเยิดกับคนขับ เหมือนดูเลืฟซีนหนังเรื่องหนึ่ง
ช่วงวิ่งมาถึงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ฝ่ายหลัง ( หมายถึงยืนอยู่ข้างหลัง ) ต้องลง แต่เหมือนอารมณ์ยัง
ไม่ลงตาม กว่าจะคลายมือจากกันก็กินเวลาหายวินาทีอยู่ ประตูอัตโนมัติเปิดกว้างออก ได้เวลาลาจากกัน
สักที
แต่เหมือนกามเทพเป็นใจ รถติดอยู่นาน ... ฝ่ายที่ลงจากรถยังยืนอาลัยอาวณ์ ไม่เดินจากไปไหน อีกฝ่าย
หยิบ ไอโฟน ออกมา เลื่อนมือกดโทรออก ชั่วอึดใจ...นี่คือบทสนทนาที่เค้าคุยกัน ( เท่าที่หูสาระแนทำหน้าที่ )
....ทำไมไม่ไปอีกล่ะ ?
.... ???
....ไปเถอะ..ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวคุยกัน ( พลางทำนิ้วเพมือนพิมพ์คีบอร์ด )
.... ???
....เค้าคิดถึงเหมือนกัน
.... ???
....ไปได้แล้ว รถจะไปแล้ว
.... ???
....รักสิ รักมากด้วย ....
คนขับปล่อยเบรค เหยียบคันเร่งออกตัว ท้ังคู่ส่งสายตาร่ำลาอย่างอาลัยอาวรณ์ ท่ามกลางรอยยิ้ม
ของคนที่นั่งอยู่ไม่ใกล้
.................................................
ใช่...มันอาจเป็นความรักที่เห็นได้ดาษดื่นในยุคสังคมที่เปิดกว้าง ผิดปกติ ผิดเพศ ผิดมนุษย์มนา หรือไม่...
แล้วแต่มุมมอง แต่อย่างน้อยมันคือแง่มุมความรักในอีกแบบ ที่เผอิญได้รับฟังมาจึงนำมาบอกต่อ............
ดีไม่ดี เหมาะหรือไม่ แล้วแต่วิจารณญาณครับ
เพราะมันคือ บันทึก " รักแห่งสยาม " บทหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงบนรถเมล์แอร์สาย 75