หลังจากเพิ่งสึกมา ได้แง่คิดได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง อยากจะมาแชร์ครับ

เพิ่งจะสึกมาครับบวชได้ 15 วันเป็นการบวชทดแทนคุณของพ่อแม่
แต่เมื่อแล้วพบว่ามันไม่ใช่เรื่องของการทดแทนบุญคุณเท่านั้น มันได้แง่คิดหลายๆอย่างมาก
สิ่งที่ผมจะพิมมันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่มันคือความจริง ที่ได้พบเจอกับตัว ซึ่งมีทั้งด้านดีด้านร้าย
และทำให้ผมมองศาสนาพุทธ พระสงฆ์ และ การทำบุญในมุมใหม่ๆ
และก็แทคห้องหว้อกอด้วยครับ เพราะในฐานะผมเรียนคณะวิทยาศาสตร์ก็อยากจะแชร์ความเห็นความรู้สึก
เพราะ ผมจะพยายามเช้าใจ ศาสนาตามหลักวิทยศาสตร์ครับ

และต้องขอขอบคุณพระดีๆ อาจารย์ดีๆที่ได้ให้ความรู้ อยากมากสงสัยอะไรก็ได้คำตอบทั้งหมดเลยครับ

ผมก็เป็นเด็กกทมคนหนึงครับ ที่ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ทางบ้านมีฐานะอยากได้อะไรก็ได้ อยู่ห้องแอร์  เล่นมือถือเล่นคอมทั่วไป พูดง่ายๆคือติดความสบายติดเพื่อน ไม่เคย
ศึกษาพุทธศาสนามาบ้าง นานๆเข้าวัดที ท่องได้แค่นะโม3จบ
แต่ไหนๆบวชทั้งที คิดในใจว่าเอาวะ!! ของทุกอย่างมาจากการถวายหมดไม่มีมือถือ เครื่องอำนวยความสะดวกอย่างเดียวคือพัดลม พร้อมเปิดใจเต็มที่เลย

เพืี่อ ทุกท่านอ่านง่่ายๆจะขอสรุปเป็นข้อๆไปครับ

1. ศีล
    จะบวชทั้งทีต้องศึกษาธรรมวินัย ศีลของพระสงฆ์ สรุปแล้วก็คือ เป็นข้อปฏิบัติไปเพื่อความเรียบร้อยของพระนั่นเอง
    คือผมมีความเห็นว่า ศีลของพระก็คือหลักการสำรวม+มรรยาททางสังคมเนี่ยแหละ ซึ่งคนธรรมดาผมว่าสามารถปฏิบัติได้เกิน 200 ข้อ
    มีศีลแปลกๆเช่น ห้ามจี้พระ ห้ามเอาของพระไปซ่อน ผมอ่านไปก็ขำไปในใจ
2. ปัจจัย
    พระมีทั้งพระดีและไม่ดี ถามว่าคนเป็นพระเพราะเงินไหม ตอบว่ามี ผมเป็นพระซึ่งบวช เงินปัจจัยที่ได้รับถวาย ขอบอกว่าถ้าอยู่ทั้งเดือน ก็สามารถผ่อนรถได้สบายๆเลย
    นี่คือขอพูดตรงๆ ทั้งบิณบาตร ออกงานศพ ฉันเช้า ฉันเพลได้หมด ซึ่งถ้าเป็นพระดี ก็จะไปทะนุบำรุงศาสนาทางด้านต่างๆ ช่วยเหลือสังคม
    แต่ถ้าไม่ดีคือ. ผมลองมองลอดเข้าไปในห้อง นอนเล่นipad tv led เครื่องเสียง 7.1 ตู้เย็น ไมโครเวฟ ง่ายคือ ไม่ได้เป็นพระแต่มี''อาชีพเป็นพระ''
    ผมไม่ได้หมายความว่า พระรับเงินไม่ได้นะ รับหนะรับได้ พระก็คน เงินเป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าใช้ไปในทางที่ผิดผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน
3. บิณฑบาตร
    ตามธรรมวินัย ห้ามพระบิณบาตรเกินความจำเป็น แต่ง่ายๆเลยเดี๋ยวนี้พระในกทม. หรือวัดดังๆ พระองค์1 ลูกศิษยฺ 2-3 คน รถตามเป็นขบวน
    ถามว่าพระจะฉันหมดไหม ตอบเลยคือไม่ เค้าเลือกแต่ของอร่อย ที่เหลือเอาไปขาย ไม่ก็แจก แลัสิ่งที่สำคัญคือปัจจัย บิณเยอะได้เยอะนั่นแหละ
    พระดีๆเค้าสอนผมว่ามันผิดนะตามหลักก็ว่ากันไป แต่ผมสังเกตพระดีๆพระที่อยู่ในกฏเกณ์ไม่บิณบาตรเยอะเลย ไม่ต้องมีลูกศิษ์ ซึ่งส่วนตัวก็เคยออกบิณฑบาตร
    เอง เดินไม่เกิน 100 เมตร ต้องบอกว่าไม่ไหว ถือไม่ไหวจริงๆครับ ต้องรีบเดินกลับ แถมบางทีเดินกลับไม่ได้ โยมยังไม่หมดทำไง ก็เดินกระเพกกลับวัดหนะสิครับ
    โยมเห็นผมตอนนั้นจวนเจียนช้าวจะหล่นเลย ต้องมีลูกศิษย์แบบไม่ตั้งใจ ก็เป็นมุมที่น่ารักอีกมุม
    
     ยังไม่จบเรื่องบิณฑบาตร ข้อคิดที่ได้หลักๆคือ
     1. ไม่ควรตักบาตรกับพระเกิน 8:00 เพราะผิดหลักวินัยสงฆ์ที่เป็นกฏเกณณ์ออกมาก พระสามารถโดนตำรวจเรียกได้เลยนะครับ
          แต่เดี๋ยวนี้กฏมันหย่อนยาน กลัวจะเสียภาพลักษณ์ ตำรวจจับพระเนี่ยนะ
          วิธีคือ: บุญที่เกิดมันไม่ได้เกิด ที่เราเอา ของหย่อนลงบาตรหรือรับพรหรอกครับ แค่เราคิดก็ได้บุญแล้ว
                   วันไหนตื่นไม่ทันก็หยอดกระปุกไว้ก่อน เก็บตังไว้ ไว้คราวหน้าโอกาสเหมาะๆก็ค่อยก็ได้
                   ไหนๆจะทำบุญทั้งทีควรจะทำให้ถูกต้อง
           เพราะ: เพื่อป้องกันพระหากินปัจจัยครับ เพราะเดี๋ยงนี้พระองค์ที่หากินเค้าจะมีเส้นทางเดินเลย
                      เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางหากินว่างั้นเหอะ ต่างวัดก็มีต่างเส้นทาง ถ้ามีพระไม่รู้เรื่องราวไปบิณฑบาตร
                      ทับเส้นทาง ถึงขั้นด่าทอกันก็มี เพราะไม่อยากให้สนับสนุนทางอ้อมครับ
       2. อาหาร และของบิณฑบาตร อยากให้เพิ่มการเอาใจใส่นิดหนึง ไม่ใช่พระเลือกกินนะครับ
           เพราะอาหารบางอย่างมันทานแล้วส่งผลเสียมากกว่าผลดีครับ ทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น ขนมกะทิ
           ตอนเป็นพระผมก็อยากฉันเพราะโยมอุตส่าให้มา แต่มันไม่ไหวจริงๆ
           อาหารที่ควรถวาย 1. ผักผลไม้สดๆ
                                     2. น้ำพริก ( ต้องการมาก ยิ้ม )
                                     3. หนังสือพิมพ์ ( เคยได้รับ1ขอบอกว่าดีใจมาก เนื่องจากไม่เอาอะไรไปเลย อยากรู้ผลบอล )
                                     4. หนังสือต่างๆ ก็ได้ครับ
4. กิจของสงฆ์
    เชื่อหรือไม่ พระบางพวก ตื่นมาเพื่อบิณฑบาตรเอาเงิน กินข้าว ตอนสายๆรับงาน บ่ายๆดูหนังเล่นเกม วนไปอย่างนี้ทุกวันไม่เคยทำวัดสักครั้ง
    ซึ่ง ถ้าไม่ได้มาอยู่ที่วัด อาจจะไม่ได้เห็นภาพเหล่านี้

4 ข้อนี้อาจดูเป็นเรื่องหนักๆ แต่เป็นเรื่องที่เห็นมากะตาจริงๆ

5. เด็กวัด
     เด็กวัดไม่ดีมีเยอะ แต่เด็กวัดดีๆขอบอกว่ามีเยอะมากๆเช่นกัน ซึ่งถ้าคนนอกอาจจะไม่เคยเห็นเลย
      พวกเค้าเหล่านี้ดูแล พระเป็นอย่างดี ทั้งความสะอาด จาน ชาม บาตร สะอาดกรึ้บ ผมประทับใจเด็กวัดคนหนึงมากๆ
      แก่แล้ว ผอมๆ สักเต็มตัว น่ากลัวๆหน่อย เนื่องจากผมบวชใหม่ ก็คือยังไม่รู้วิธีปฏิบัติมากนัก คนนี้เดินมาว่าผมทุกวัน
      หลวงพี่แต่งตัวดีๆหน่อย ไม่ถูกนะ ผมก็ยิ้มเขินๆทุกวัน ถึงเค้าจะไม่พูดจาดีแต่ผมกลับชอบนะ

6. Metaphysics
    เรื่องนี้ผมสนใจมากๆ เลย เพราะอาจารย์ที่เป็นพระเล่ามาเยอะ จนผมต้องขอหนังสือมาอ่านเพิ่ม
    มันน่าสนใจที่ว่ามีโลกหลายดวง มีหลายพระพุทธเจ้าคือมันอาจเป็นเรื่องที่ยืนยันไม่ได้ แต่ผมว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียว

จะเห็นว่าผมอาจนำเสนอด้านที่ไม่ดีของพระสงฆ์ออกมาหลายอย่าง แต่หลังจากที่ผมสึกมา กลับทำให้ผมรักศาสนาพุทธมากขึ้น
ผมขอยืนยันว่าถ้าเราศึกษาศาสนาพุทธดีๆ และถูกหลักจริงๆ ( ไม่ใช่อย่างธรรมกาย ) ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของ Logic จริงๆ
หลายๆสิ่งเป็นสิ่งที่ทำได้จริง พิสูจได้ เป็นศาสนาที่ทุกคนทุกเพศทุกวัย สัตว์ทุกชนิดเท่าเทียมกัน มันเหมือนหลักสิทธิมนุษยชนในปัจจุบันจริงๆ

ผมอาจจะไม่ได้เป้ะ กับหลักธรรม 100% ไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่ เอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันทำให้คิดอะไรดีๆได้มากชึ้นเยอะครับ

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของความศรัทธาครับ (หลวงตาท่านหนึ่งบอกกับผมไว้)
พระเครืี่อง ปลัดขิก ตระกุด สิ่งพวกนี้ไม่มีอยู่ในศาสนาพุทธ ใบ้หวย ถูเลข ไหว้จิ้งจก3 ขา ไม่ใช่ศาสนาพุทธเหมือนกัน

มันอยู่ที่ใจจริงๆ ระหว่าง ถวายเงินให้พระแล้วพระเอาไปทำเรื่องไม่ดี กับ เอาเงินเนี่ยไปดูแลเด็กยากไร้ อันไหนท่านๆคิดว่าดีกับเรากว่ากัน
การทำบุญไม่ได้จำกัดอยู่ที่พระกับวัดเท่านั้น ที่ไหนก็ทำบุญได้ ยิ้มกับพ่อแม่ก็ถือว่าเกิดบุญแล้วครับ

ผมอาจสื่อความรู้สึกและสิ่งที่เจอออกมาไม่หมดนะครับ
ศาสนาพุทธ กับ ตำรวจ ตอนนี้ไม่ต่างกันเลย เราเลือกมองมุมดีๆ
มุมดีๆของศาสนา มุมดีๆจองตำรวจ
การเรี่ยเงินของพระ การไถ่เงินของตำรวจ
แต่พระดีๆตำรวจๆดียังมีอยู่ ขอให้เรามองให้ถูกจุด เท่านั้นเอง

ปล. อาจพิมผิดเยอะต้องขออภัย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่