ตอนนี้เราเครียดมาก เหนื่อยด้วย เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ เหนื่อยไปหมด ความคิดมันวนเวียนอยู่ในหัว เราไม่อยากคิดแบบนี้แต่ก็อดคิดไม่ได้
เราเกิดมาในครอบครัวของพ่อแม่ที่เลิกกัน เราต้องไปอาศัยอยู่กับปู่กับย่า และป้าเป็นคนเลี้ยงเรามาส่งเสียเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือ พ่อกับแม่ไม่ต้องพูดถึงต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแต่ก็ไม่คิดจะรับผิดชอบเรา เราเองก็ลำบากตามมีตามเกิด ทำงานหาค่าขนม บางวันก็ไม่มีเงินไปกินข้าวที่โรงเรียน อาศัยเดินกลับบ้านซึ่งระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เพื่อมาหาป้า อาจจะได้กินข้าวหรือว่าอาจได้ค่าขนมกลับไป แต่บางวันก็ไม่ได้มาเก้อ แต่เราก็เรียนจบมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะกู้เงินเรียน ถึงแม้จะมีบ้างที่ไม่กินข้าวเลยถึง 2-3 วันกินแต่น้ำก๊อกช่วงที่เงินกู้เกิดเข้าล่าช้า
พอเราเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายแม่ก็มาหา หลังจากที่ไม่เคยติดต่อเราเลย เราดีใจมาก ก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ พอเราเรียนจบแม่ก็ย้ายมาอยู่กับเรา แม่มีสามีใหม่ สามีไม่ทำงาน เราอึดอัด แต่ก็พูดอะไรไม่ออก เรามีความรู้สึกลึกๆว่า แม่มีแต่สร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้เราตลอด เราต้องขึ้นโรงพักแจ้งความที่เขาทำร้ายแม่ พาแม่หนี ย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ชีวิตเราไม่มีความสุขเลย ทางคนที่เลี้ยงเรามาไม่มีใครรับรู้ปัญหานี้เราปิดมาตลอด เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่าเราหน้าชื่นอกตรม
สุดท้ายอะไรๆก็เหมือนจะดีขึ้น สามีเก่าแม่ก็เลิกตามรังควาน ทุกอย่างมันน่าจะดีขึ้น แต่เรากลับไม่มีความสุขเลย เรากำลังคิดว่าภาระที่เราแบกมันหนักเกินไป ไม่มีใครเข้าใจเราเลย ทุกเดือนพอเงินเดือนออก เราต้องโอนให้ไปทางครอบครัวปู่กับย่า เงินค่าขนมให้ลูกของพ่ออีก 2 คนกับภรรยาใหม่ และก็ให้แม่ ถามว่าที่เราให้คนในครอบครัวไปเยอะไหมมันคือเงินเดือนของเราทั้งเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายของเราเกิดจากรายได้พิเศษที่เราทำทุกวิธีทางให้มันเพิ่มขึ้นมา ถึงแม้จะแทบทุกเดือนที่เขามักจะขอพิเศษ แต่เราก็เต็มใจเพราะเขาลำบากเลี้ยงเรามา ถ้าไม่ได้เขาเราก็คงไม่มีวันนี้ เพื่อนๆที่ทำงานจะชอบบ่นแกบ้าเหรอให้ที่บ้านมากขนาดนี้ เราจะยิ้มแล้วบอกว่า เราไม่มียังมีคนให้หยิบยืมกินข้าว แต่ที่บ้านเราเขาไม่มีเขาเลยต้องขอ ซึ่งเราเป็นที่พึ่งเดียวที่เขามี
แต่ก็นั้นแหละ สำหรับที่บ้านเราเราจะมีเหตุผลที่จะแก้ตัวแทน หรือจะหาทางตามใจในการที่จะเงินตามที่เขาขอ แต่สำหรับแม่ไม่ใช่ เรากลับมองว่าแม่เรียกร้อง แม่เรายังทำงานอยู่ แม่เรายังอายุไม่เยอะ เพราะมีเราตอนอายุน้อยมาก ถ้าเดินด้วยบางครั้งคนจะนึกว่าพี่สาวด้วยซ้ำ เงินทำงานของแม่แม่จะเก็บ รวมทั้งเงินของเราที่เราให้ไปทุกเดือนแม่ก็เก็บ แทบจะไม่เอาเงินออกมาใช้ จะทำอะไรไม่ว่าจะกินอะไรก็จะโทรให้เราซื้อให้กิน (ตอนนี้เราย้ายมาอยู่หอกับเพื่อนแถวที่ทำงาน) เราจะถามว่าทำไมแม่ไม่เอาเงินที่เราให้ซื้อ แม่บอกว่ามันแพงให้ลูกซื้อให้กินดีกว่า แม่ไม่สบายก็ต้องรอให้เราพาไปหาหมอเพราะถ้าเราพามาแม่ไม่ต้องจ่ายเงินเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่เข้า รพ อยู่ 5 วัน ค่าใช้จ่ายเกินจากประกันที่เราทำให้อยู่ไม่กี่ร้อย แม่ก็ไม่จ่าย ต้องให้เราโอนไปเพราะทำงานปลีกตัวออกมาไม่ได้
ใกล้สิ้นเดือนแม่จะโทรมาหาเพื่อบอกว่าโน้นนี้นั้นหมด เพื่อจะมาหาเราเพื่อจะเอาเงินเดือน และจะถามทุกครั้งว่า ไม่มีอะไรให้แม่ติดไม้ติดมือกับไปอีกเหรอ หมายถึงขนมนมเนยที่แม่ต้องได้ไปทุกครั้ง ช่วงไหนที่เราได้โบนัส แม่จะย้ำถามว่าได้เท่าไร ไม่มีพิเศษเหรอ ยิ่งย้ำความคิดว่าจริงๆแม่ไม่ได้รักเราเลย แต่รักเงินของเรา ทุกวันนี้เราไม่รับโทรศัพท์แม่ แต่แค่เห็นเบอร์โทรแม่ที่โทรเข้ามาก็ทำให้เราเครียด ร้องไห้ ในหัววนเวียนแต่ความคิดแย่ๆ ถ้าเราไม่มีแม่จะดีกว่านี้ไหม ถ้าเราตายไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยจะดีไหม
เราเหนื่อย เราท้อ พูดระบายกับเพื่อนหรือใครก็ไม่ได้เพราะเพื่อนก็รู้จักกับแม่ เราจะทำยังไงดีให้ความคิดบ้าๆนี้ออกไปจากหัวสมองเราเีเรารู้ว่าคิดแบบนี้มันไม่ดีแต่ตัวเอง ต่อครอบครัวแต่เราเอามันออกไปจากสมองไม่ได้ พยายามหากิจกรรมทำ แต่พอแม่โทรมาเราก็เป็นอีก เราอยากพูดกับแม่ตรงๆ แต่เราไม่รู้จะพูดยังไง เรากลัวท่านเสียใจ
เราคิดแบบนี้เราผิดมากไหมคะ
เราเกิดมาในครอบครัวของพ่อแม่ที่เลิกกัน เราต้องไปอาศัยอยู่กับปู่กับย่า และป้าเป็นคนเลี้ยงเรามาส่งเสียเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือ พ่อกับแม่ไม่ต้องพูดถึงต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแต่ก็ไม่คิดจะรับผิดชอบเรา เราเองก็ลำบากตามมีตามเกิด ทำงานหาค่าขนม บางวันก็ไม่มีเงินไปกินข้าวที่โรงเรียน อาศัยเดินกลับบ้านซึ่งระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เพื่อมาหาป้า อาจจะได้กินข้าวหรือว่าอาจได้ค่าขนมกลับไป แต่บางวันก็ไม่ได้มาเก้อ แต่เราก็เรียนจบมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะกู้เงินเรียน ถึงแม้จะมีบ้างที่ไม่กินข้าวเลยถึง 2-3 วันกินแต่น้ำก๊อกช่วงที่เงินกู้เกิดเข้าล่าช้า
พอเราเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายแม่ก็มาหา หลังจากที่ไม่เคยติดต่อเราเลย เราดีใจมาก ก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ พอเราเรียนจบแม่ก็ย้ายมาอยู่กับเรา แม่มีสามีใหม่ สามีไม่ทำงาน เราอึดอัด แต่ก็พูดอะไรไม่ออก เรามีความรู้สึกลึกๆว่า แม่มีแต่สร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้เราตลอด เราต้องขึ้นโรงพักแจ้งความที่เขาทำร้ายแม่ พาแม่หนี ย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ชีวิตเราไม่มีความสุขเลย ทางคนที่เลี้ยงเรามาไม่มีใครรับรู้ปัญหานี้เราปิดมาตลอด เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่าเราหน้าชื่นอกตรม
สุดท้ายอะไรๆก็เหมือนจะดีขึ้น สามีเก่าแม่ก็เลิกตามรังควาน ทุกอย่างมันน่าจะดีขึ้น แต่เรากลับไม่มีความสุขเลย เรากำลังคิดว่าภาระที่เราแบกมันหนักเกินไป ไม่มีใครเข้าใจเราเลย ทุกเดือนพอเงินเดือนออก เราต้องโอนให้ไปทางครอบครัวปู่กับย่า เงินค่าขนมให้ลูกของพ่ออีก 2 คนกับภรรยาใหม่ และก็ให้แม่ ถามว่าที่เราให้คนในครอบครัวไปเยอะไหมมันคือเงินเดือนของเราทั้งเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายของเราเกิดจากรายได้พิเศษที่เราทำทุกวิธีทางให้มันเพิ่มขึ้นมา ถึงแม้จะแทบทุกเดือนที่เขามักจะขอพิเศษ แต่เราก็เต็มใจเพราะเขาลำบากเลี้ยงเรามา ถ้าไม่ได้เขาเราก็คงไม่มีวันนี้ เพื่อนๆที่ทำงานจะชอบบ่นแกบ้าเหรอให้ที่บ้านมากขนาดนี้ เราจะยิ้มแล้วบอกว่า เราไม่มียังมีคนให้หยิบยืมกินข้าว แต่ที่บ้านเราเขาไม่มีเขาเลยต้องขอ ซึ่งเราเป็นที่พึ่งเดียวที่เขามี
แต่ก็นั้นแหละ สำหรับที่บ้านเราเราจะมีเหตุผลที่จะแก้ตัวแทน หรือจะหาทางตามใจในการที่จะเงินตามที่เขาขอ แต่สำหรับแม่ไม่ใช่ เรากลับมองว่าแม่เรียกร้อง แม่เรายังทำงานอยู่ แม่เรายังอายุไม่เยอะ เพราะมีเราตอนอายุน้อยมาก ถ้าเดินด้วยบางครั้งคนจะนึกว่าพี่สาวด้วยซ้ำ เงินทำงานของแม่แม่จะเก็บ รวมทั้งเงินของเราที่เราให้ไปทุกเดือนแม่ก็เก็บ แทบจะไม่เอาเงินออกมาใช้ จะทำอะไรไม่ว่าจะกินอะไรก็จะโทรให้เราซื้อให้กิน (ตอนนี้เราย้ายมาอยู่หอกับเพื่อนแถวที่ทำงาน) เราจะถามว่าทำไมแม่ไม่เอาเงินที่เราให้ซื้อ แม่บอกว่ามันแพงให้ลูกซื้อให้กินดีกว่า แม่ไม่สบายก็ต้องรอให้เราพาไปหาหมอเพราะถ้าเราพามาแม่ไม่ต้องจ่ายเงินเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่เข้า รพ อยู่ 5 วัน ค่าใช้จ่ายเกินจากประกันที่เราทำให้อยู่ไม่กี่ร้อย แม่ก็ไม่จ่าย ต้องให้เราโอนไปเพราะทำงานปลีกตัวออกมาไม่ได้
ใกล้สิ้นเดือนแม่จะโทรมาหาเพื่อบอกว่าโน้นนี้นั้นหมด เพื่อจะมาหาเราเพื่อจะเอาเงินเดือน และจะถามทุกครั้งว่า ไม่มีอะไรให้แม่ติดไม้ติดมือกับไปอีกเหรอ หมายถึงขนมนมเนยที่แม่ต้องได้ไปทุกครั้ง ช่วงไหนที่เราได้โบนัส แม่จะย้ำถามว่าได้เท่าไร ไม่มีพิเศษเหรอ ยิ่งย้ำความคิดว่าจริงๆแม่ไม่ได้รักเราเลย แต่รักเงินของเรา ทุกวันนี้เราไม่รับโทรศัพท์แม่ แต่แค่เห็นเบอร์โทรแม่ที่โทรเข้ามาก็ทำให้เราเครียด ร้องไห้ ในหัววนเวียนแต่ความคิดแย่ๆ ถ้าเราไม่มีแม่จะดีกว่านี้ไหม ถ้าเราตายไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยจะดีไหม
เราเหนื่อย เราท้อ พูดระบายกับเพื่อนหรือใครก็ไม่ได้เพราะเพื่อนก็รู้จักกับแม่ เราจะทำยังไงดีให้ความคิดบ้าๆนี้ออกไปจากหัวสมองเราเีเรารู้ว่าคิดแบบนี้มันไม่ดีแต่ตัวเอง ต่อครอบครัวแต่เราเอามันออกไปจากสมองไม่ได้ พยายามหากิจกรรมทำ แต่พอแม่โทรมาเราก็เป็นอีก เราอยากพูดกับแม่ตรงๆ แต่เราไม่รู้จะพูดยังไง เรากลัวท่านเสียใจ