555 อ่านสัมภาษณ์คุณเรียวจากกระทู้แนะนำแล้วฮาจริงๆ คนอะไรให้สัมภาษณ์ให้คนมาด่าหนังของตัวเองได้ขนาดนั้น
อารมณ์แรกที่อ่านจบคือ นี่ผู้กำกับเขาทะเลาะกับพ่อตาก่อนมาทำหนังรึเปล่า (วะ)
แต่อีกใจก็นึกค้าน เอ๊ะ ... หรือจะพูดเพราะอารมณ์ติสต์
มันคาใจจนต้องมานั่งคิดทบทวนอยู่หลายวัน ในที่สุดก็คิดว่าเดาใจ ผกก ได้ละ
เดาว่าสำหรับคุณเรียว คู่กรรม ที่เป็นบทประพันธ์อันงดงามละเอียดละออที่ครองใจคนมาทุกยุคทุกสมัย
แท้ที่จริงแล้ว แก่นของเรื่องก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องของหนุ่มสาวกับแรกรัก ที่สำหรับเด็กทั่วไป แค่นี้ก็ยุ่งยากใจ ... รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก ... มากพอแล้ว
แต่คู่กรรมยังโยนปมความขัดแย้งระหว่างสองเชื้อชาติในภาวะสงครามเข้าใส่ตัวเอกทั้งสองให้ยุ่งยากลำบากใจยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะฉะนั้น ผกก ถึงได้มองว่า รายละเอียดสวยงาม เวิ่นเว้อต่างๆ ที่พรรณนาไว้งามหยดย้อยในหนังสือนั้น หลายๆ อย่าง (หรือส่วนมาก) ไม่มีความจำเป็น อะไรตัดทิ้งได้ก็ตัดๆ ไปเถอะ
เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมุ่งเน้นที่จะนำเสนอและทำความเข้าใจหัวใจที่สับสนของวัยรุ่นทั้งสองเท่านั้น
แหม.... ถ้าคิดอย่างนี้จะปะชื่อ คู่กรรม ให้แฟนหนังสือ/แฟนหนังคาดหวังไปทำไมเนี่ย
หน้าหนังไปทาง เนื้อในไปอีกทาง คนดูไม่สรรเสริญกันทั่วบ้านทั่วเมืองก็แปลกแล้ว
ตั้งชื่อใหม่เป็น ฮิเดโกะร้อนรักไฟสงคราม หรือ รักใสใสหัวใจโกฯ อะไรไป ให้คนดูคาดหวังให้ถูกต้องตามเนื้อหา เผลอๆ ผลลัพธ์อาจออกมาอีกหน้าหนึ่งก็เป็นได้
ส่วนที่ว่าจับมาแค่แก่นของเรื่องแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ ที่เหลือของหนังมันมีดีหรือมีคุณค่าพอหรือไม่ ตรงนี้ก็แล้วแต่ผู้ชมแต่ละท่านจะพิจารณาด้วยตัวเอง
ส่วนตัว จขกท ด้วยความเป็นแอนตี้แฟนของพระเอก บวกกับไม่เคยได้สัมผัสคู่กรรมมากพอจะรู้สึกซาบซึ้งเหมือนใครเขา
คงไม่ขอไปพิสูจน์คู่กรรม 2556 ในช่วงเวลาใกล้ๆ นี้แน่นอน
แต่ก็ยอมรับนะว่า ด้วยแนวคิดของคุณเรียวที่อ่านระหว่างบรรทัดได้อย่างลึกซึ้ง(?) ทำให้สนใจอยากจะสัมผัสหนังสือคู่กรรมขึ้นมาบ้างแล้ว
[คู่กรรม] ขี้เกียจ ไม่จำเป็น ตัดทิ้งๆๆ
อารมณ์แรกที่อ่านจบคือ นี่ผู้กำกับเขาทะเลาะกับพ่อตาก่อนมาทำหนังรึเปล่า (วะ)
แต่อีกใจก็นึกค้าน เอ๊ะ ... หรือจะพูดเพราะอารมณ์ติสต์
มันคาใจจนต้องมานั่งคิดทบทวนอยู่หลายวัน ในที่สุดก็คิดว่าเดาใจ ผกก ได้ละ
เดาว่าสำหรับคุณเรียว คู่กรรม ที่เป็นบทประพันธ์อันงดงามละเอียดละออที่ครองใจคนมาทุกยุคทุกสมัย
แท้ที่จริงแล้ว แก่นของเรื่องก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องของหนุ่มสาวกับแรกรัก ที่สำหรับเด็กทั่วไป แค่นี้ก็ยุ่งยากใจ ... รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก ... มากพอแล้ว
แต่คู่กรรมยังโยนปมความขัดแย้งระหว่างสองเชื้อชาติในภาวะสงครามเข้าใส่ตัวเอกทั้งสองให้ยุ่งยากลำบากใจยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะฉะนั้น ผกก ถึงได้มองว่า รายละเอียดสวยงาม เวิ่นเว้อต่างๆ ที่พรรณนาไว้งามหยดย้อยในหนังสือนั้น หลายๆ อย่าง (หรือส่วนมาก) ไม่มีความจำเป็น อะไรตัดทิ้งได้ก็ตัดๆ ไปเถอะ
เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมุ่งเน้นที่จะนำเสนอและทำความเข้าใจหัวใจที่สับสนของวัยรุ่นทั้งสองเท่านั้น
แหม.... ถ้าคิดอย่างนี้จะปะชื่อ คู่กรรม ให้แฟนหนังสือ/แฟนหนังคาดหวังไปทำไมเนี่ย
หน้าหนังไปทาง เนื้อในไปอีกทาง คนดูไม่สรรเสริญกันทั่วบ้านทั่วเมืองก็แปลกแล้ว
ตั้งชื่อใหม่เป็น ฮิเดโกะร้อนรักไฟสงคราม หรือ รักใสใสหัวใจโกฯ อะไรไป ให้คนดูคาดหวังให้ถูกต้องตามเนื้อหา เผลอๆ ผลลัพธ์อาจออกมาอีกหน้าหนึ่งก็เป็นได้
ส่วนที่ว่าจับมาแค่แก่นของเรื่องแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ ที่เหลือของหนังมันมีดีหรือมีคุณค่าพอหรือไม่ ตรงนี้ก็แล้วแต่ผู้ชมแต่ละท่านจะพิจารณาด้วยตัวเอง
ส่วนตัว จขกท ด้วยความเป็นแอนตี้แฟนของพระเอก บวกกับไม่เคยได้สัมผัสคู่กรรมมากพอจะรู้สึกซาบซึ้งเหมือนใครเขา
คงไม่ขอไปพิสูจน์คู่กรรม 2556 ในช่วงเวลาใกล้ๆ นี้แน่นอน
แต่ก็ยอมรับนะว่า ด้วยแนวคิดของคุณเรียวที่อ่านระหว่างบรรทัดได้อย่างลึกซึ้ง(?) ทำให้สนใจอยากจะสัมผัสหนังสือคู่กรรมขึ้นมาบ้างแล้ว