แชร์ประสบการณ์ ครั้งนึงเมื่อเราได้เข้าไปใช้ชีวิต 2 คืนห้อง NICU จึงทำให้เห็นว่าสมัยนี้คุณแม่อายุเริ่มน้อยลง...

ขอมาเล่าประสบการณ์ที่เราไปพบเจอมาเองค่ะ เป็นครั้งนึงในชีวิตเราเลยที่จะได้ใช้ชีวิตในห้อง NICU
หรือห้องดูแลเด็กที่คลอดก่อนกำหนด  ที่เราได้ไปสัมผัสชีวิตที่ห้องนี้มาเพราะลูกเราเกิดมาแล้วตัวเหลือง
จึงต้องนอนส่องไฟเพื่อให้ค่าตัวเหลืองลดลง  เราได้พาลูกเข้า ร.พ. รัฐบาลย่านนนทบุรี
เพราะช่วงเช้าเราไป ร.พ. ที่เราคลอดเจ้าตัวเล็กเพื่อนัดดูผลตรวจเลือด  แต่พอไปถึงพยาบาลและหมอได้ทักเรา
ว่า ลูกคุณแม่ตัวเหลืองนะคะ ต้องนอนส่องไฟนะแต่นอนที่นี่ไม่ได้ต้องส่งตัวไป ร.พ. ใกล้บ้านคุณแม่
คุณหมอก็เลยเขียนใบส่งตัวไป ร.พ. ดังกล่าว เราก็รีบพาลูกบึ่งไปที่ ร.พ.
เมื่อพบคุณหมอตรวจเรียบร้อยแล้วสรุปลูกเราค่าตัวเหลือง 19.7 ต้องนอนส่องไฟ
คุณหมอถามว่าคุณแม่จะเลือกห้องแบบไหนห้องพิเศษหรือห้องรวม ห้องพิเศษคือห้องพักปกติแต่จะพาลูกมานอนส่องไฟในห้อง
ส่วนห้องรวมก็คือห้องสำหรับส่องไฟรวมอยู่ภายในห้อง NICU แต่คุณแม่นอนค้างได้มีห้องนอนติดกัน
สามารถนอนตื่นมาให้นมลูกได้ตลอดเวลา  เราก็ห้องรวมละกันอย่างน้อยได้มีเพื่อนแม่ๆ คนอื่นเป็นเพื่อนคุย
บุรุษพยาบาลก็พาเราไปห้องดังกล่าวซึ่งอยู่อีกตึกนึง ไปถึงเราก็ไปติดต่อทำเรื่อง ขณะที่เรายืนคุยกับพยาบาลอยู่
นางพยาบาลอีกคนก็เรียก คุณพ่อมาเซ็นตกลงในสมุดด้วยค่ะ พอเราหันไปดูต้องแอบถอยหลังไปสองก้าว
คุณพ่อคนนั้นท่าทางน่าจะอายุ 17-19 ปี เสื้อผ้าที่ใส่ดำเขรอะมาก ทรงผมกระเซิงชี้แบบไม่สระผมนาน มือและเล็บมือดำมาก
จนมียุงบินตามตลอด เรามองแล้วดูเหมือนอาการคนดมกาว เพราะพยาบาลพูดถามอะไรก็ตอบไม่ตรงคำถาม
เลยเหมือนน่าจะแม่ฝ่ายผู้หญิงต้องเข้ามาคุยแทน พอทางด้านนี้ทำเรื่องเสร็จเดินไปแล้ว พยาบาลก็คุยกัน
(เรายืนทำเรื่องอยู่ก็พลอยได้ยินไปด้วย) สงสารเด็กมีแผลเป็นตุ่มขึ้นเต็มตัวจากความไม่สะอาดไม่ดูแล ทำให้เด็กต้องติดเชื้อ
อายุก็ยังน้อยกันบอกให้ตัวแม่เด็กไปพบหมอสูติฯ เพื่อตรวจภายในก็ไม่ยอมไปพบ ทางยายที่พามาก็กลัวจะท้องอีกให้ทำหมันก็ไม่ยอม
แค่ 15 ก็ต้องทำหมันแล้ว  หืมมมม เราฟัง 15 มีลูกแล้วและจะต้องทำหมันอีก ได้แต่ยืนฟังทำหน้างง แล้วก็ยิ้มแห่ะๆ ให้พยาบาล
ทำเรื่องเสร็จแล้วลูกเราก็นอนส่องไฟ เราก็แยกไปห้องสำหรับแม่เพื่อเก็บของใช้เข้าไปในห้องก็เจอกลุ่มผู้หญิง 3 คน
เป็นคุณแม่ที่มาอยู่เหมือนเราก็มีคนนึงทักเรา>>>“พี่มาใหม่หรอลูกพี่เป็นอะไรมา”  เรียกเราพี่ก็แน่สิดูหน้าแต่ละคนแล้ว
ไม่น่าเกิน 20 เลยด้วยซ้ำแถมคนที่ถามยังผมสั้นเสมอใบหูเลย   เราก็ยิ้มๆ ตอบไปว่า “ลูกตัวเหลืองค่ะต้องนอนส่องไฟ”
เมื่อเก็บของแล้วเราก็รีบเดินไปดูลูกที่กำลังนอนส่องไฟอยู่ก็เห็นลูกนอนหลับ  ว่างแล้วเราทำอะไรหล่ะมองไปรอบๆบริเวณนั้น
ภายในห้อง NICU จะเป็นห้องกระจกกั้นทำให้เห็นกันหมดว่าเป็นอะไรยังไง ห้องที่ติดกับห้องส่องไฟจะเป็นห้องตู้สำหรับเด็กแรกเกิด
(เราเรียกตู้อบเด็กถูกหรือเปล่า?) มีประมาณ 10 ตู้มีเด็กก็ 9 ตู้ไปแล้ว ยืนมองไปสักพักพวกน้องๆในห้องแม่ก็เดินกันมาเพื่อให้นมลูกกัน
น้องๆ ก็ชวนเราคุยไปเรื่อยเปื่อย  เราก็อารมณ์คนขี้สงสัยก็คุยถามกลับไปเรื่อยเหมือนกัน  
จนน้องแอน (คุยกันก็เลยถามชื่อกันแล้วเรียบร้อย) ถามเราว่าพี่อายุเท่าไรค่ะ?
เรา : 28 ค่ะ
น้องแอน : โหพี่ 28 แล้วหรอ แล้วลูกพี่คนที่เท่าไรแล้วหล่ะ (ทำเสียงแบบเนี้ย เราแก่มากเลยหรอเนี้ย เอ่อมมม)
เรา : คนแรกเลยค่ะ
น้องแอน : พี่ทำไมมีลูกช้าจัง หนู 18 คนที่ 2 แล้วเนี้ย (ทำเสียงภูมิใจ)
(เราคิดในใจ นี่ตรูมีลูกช้าหรอเนี้ย ทั้งที่บอกกับตัวเองมาตลอดว่ามีเร็วไปเปล่า ยังอยากเที่ยวอยากไปนู้นนี่กับเพื่อนอยู่เลย
สรุปเรามีช้า หรือน้องเขามีเร็วไป)
เรา : อ่าาา หรอค่ะ คงช้าไปมั้ง

ส่วนอื่นๆ ถ้าเล่าละเอียดคงยาวยืดเป็นรถไฟบรรทุกสินค้าไปภาคเหนือแน่นอน สรุปว่าเราได้ไปอยู่ในห้อง NICU 2 คืน 3 วัน
ทำให้เราได้พบเห็น และรู้อะไรอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่น่าตกใจ เช่น สมัยนี้อายุของแม่น้อยลงมากที่เราเจอและเห็นก็ 14
เฉลี่ยก็น่าจะ 13-20 ปี  เรายอมรับว่าน้องๆ เขาคิดดีไม่เลือกทำบาปโดยการทำแท้ง  แต่ก็อ่อนเรื่องการคุมกำเนิดด้วย
และส่วนมากพอมีลูกกัน คนที่ต้องเลี้ยงก็พ่อแม่น้องๆ  ยิ่งอายุน้อยแล้วมีลูก เด็กที่เกิดมาก็มีความอัตราความเสี่ยงเกิดมาแล้ว
จะผิดปกติไปด้วย  ตัวเราก็เลยยิ่งกลัวเลยค่ะพอได้ไปสัมผัสแบบนี้ยิ่งลูกเป็นผู้หญิงด้วยก็ต้องคิดวางแผนการเลี้ยง สอน ดูแลเขาอย่างดี
เพื่อให้ผจญกับสังคมปัจจุบันที่อยู่ยากมากขึ้นทุกที

เขียนยืดยาวมากค่ะที่จริงอยากจะเขียนเล่าต่อถึงมุมมองของโลกในเกมส์ออนไลน์ (เพราะเราทำงานเกี่ยวกับเกมส์ค่ะ)
เพื่อมาแชร์ว่าเดี๋ยวนี้เด็กๆ เป็นกันอย่างไร? แค่นี้ก่อนละกันค่ะ ^___^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่