สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
จะได้ผลตรงข้ามครับ
ปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์เป็น Nuclear Fusion ที่ใช้ ไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิง และ น้ำ 1 โมเลกุล มีไฮโดรเจนอยู่ 2 อะตอม
การลดอุณหภูมิของน้ำเป็นแค่การเปลี่ยนสถานะ ดูดซับ Latent heat ได้ก็แค่ 128 J/mol
แต่การเสียมวลจาก 4H11 -> He24 มันได้พลังงานคือ 2.58x1012J/molHe
หรือ
1.29x1012J/molH2O
สรุปแล้ว ใส่น้ำลงไป ยิ่งสว่างไสวโชติช่วงชัชวาลย์ เด๊อ
อีกกรณีคำถาม ที่คุณอาจสงสัย ดาวเคราะห์ไฮโดรเจน มันจะเป็นอย่างไร
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์คือมีมวลสูงพอจะเกิดปฏิกิริยา Thermo Nuclear ต่อเนื่องไปโดยใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง
ในกรณีที่ดาวมีไฮโดรเจนน้อยกว่าจะเป็นเชื้อเพลิง เราก็จะได้ดาวแบบดาวพฤหัสหรือดาวเสาร์
ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ก๊าซ ใจกลางเป็นแกนโลหะไฮโดรเจน ไฮโดรเจนเป็นก๊าซ แต่ถ้ามีความดันมากพอ มันจะกลายเป็นของแข็งได้ซึ่งของแข็งนั้นจะมีสมบัติเป็นโลหะ (ต้องไม่ลืมว่า ไฮโดรเจนเป็นธาตุหมู่เดียวกับ Sodium เป็นธาตุ Alcali) ส่วนบรรยากาศข้างนอกก็เป็นไฮโดรเจนในสถานะก๊าซครับ
ปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์เป็น Nuclear Fusion ที่ใช้ ไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิง และ น้ำ 1 โมเลกุล มีไฮโดรเจนอยู่ 2 อะตอม
การลดอุณหภูมิของน้ำเป็นแค่การเปลี่ยนสถานะ ดูดซับ Latent heat ได้ก็แค่ 128 J/mol
แต่การเสียมวลจาก 4H11 -> He24 มันได้พลังงานคือ 2.58x1012J/molHe
หรือ
1.29x1012J/molH2O
สรุปแล้ว ใส่น้ำลงไป ยิ่งสว่างไสวโชติช่วงชัชวาลย์ เด๊อ
อีกกรณีคำถาม ที่คุณอาจสงสัย ดาวเคราะห์ไฮโดรเจน มันจะเป็นอย่างไร
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์คือมีมวลสูงพอจะเกิดปฏิกิริยา Thermo Nuclear ต่อเนื่องไปโดยใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง
ในกรณีที่ดาวมีไฮโดรเจนน้อยกว่าจะเป็นเชื้อเพลิง เราก็จะได้ดาวแบบดาวพฤหัสหรือดาวเสาร์
ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ก๊าซ ใจกลางเป็นแกนโลหะไฮโดรเจน ไฮโดรเจนเป็นก๊าซ แต่ถ้ามีความดันมากพอ มันจะกลายเป็นของแข็งได้ซึ่งของแข็งนั้นจะมีสมบัติเป็นโลหะ (ต้องไม่ลืมว่า ไฮโดรเจนเป็นธาตุหมู่เดียวกับ Sodium เป็นธาตุ Alcali) ส่วนบรรยากาศข้างนอกก็เป็นไฮโดรเจนในสถานะก๊าซครับ
แสดงความคิดเห็น
ถ้านำน้ำ จำนวนมากไปราดใส่ดวงอาทิต จนไฟที่ดวงอาทิตดับหมด