[CR] ^^ไกด์จำเป็นพาเด็กเที่ยว Hongkong day 2 ไหว้พระใหญ่ ไป Disneyland ช๊อป CityGate Outlet^^

โปรแกรมวันที่ 2 ต้องทำความฝันของเด็กคนหนึ่งให้สำเร็จครับ ด้วยการไป Hongkong Disneyland แต่ว่ากว่าดีสนีย์แลนด์จะเปิด ก็สิบโมงกว่า ก็เลยวางแผนจะไปไหว้พระใหญ่บนนองปิงในช่วงเช้าก่อน และถ้ามีเวลาเหลือในช่วงค่ำก็จะแวะกลับมาช๊อปปิ้งที่ CityGate Outlet จะได้เที่ยวครบบนเกาะลันเตาเลยไงครับ



ก่อนจะออกเที่ยว ผมขอแนะนำ application ดีๆสำหรับไว้ลงในโทรศัพท์มือถือ เพราะปัจจุบันนี้ทุกท่านก็แทบจะใช้ smart phone กันไปหมดแล้วใช่ไหมครับ อย่างการเที่ยวฮ่องกงครั้งนี้ เรียกว่าผมแทบจะไม่ได้พกแผนที่หรือหนังสือแนะนำที่ท่องเที่ยวเลย ก็อาศัยแอปบนมือถือ 3 ตัวนี้น่ะแหละครับ



Google Maps แผนที่ของกูเกิ้ลละเอียดมากๆครับ ในฮ่องกง ที่สำคัญสามารถซูมเข้าออก เพื่อมองในมุมสูง ทำให้เราเห็นตึก หรือหาสถานที่ที่ตึกต่างๆบังอยู่ได้ ช่วยวางแผนการเดินทางให้เราได้อย่างดีเลยครับ

DiscoverHK อันนี้เป็นแอปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในฮ่องกงที่เรียกว่า แทบจะครบทุกที่ ที่คนไทยไป แถมด้วยวิธีการเดินทาง ภาพในมุม 720 องศาเลย แถม link ข้อมูลไปยังเวปไซด์ได้เลย

MTR Tourist แผนที่รถไฟฟ้า MTR ของฮ่องกงครับ แถมยังสามารถวางแผนการเดินทางได้ ว่าจากสถานีต้นทางไปยังปลายทางจะใช้เวลากี่นาที มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ แถมยังบอกว่าทางออกของแต่ละช่องทางน่ะ จะพาเราไปเจออะไร เรียกว่าครบครันสำหรับ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเลยล่ะครับ

พูดถึงรถไฟฟ้าแล้วก็คงต้องพูดต่อถึงเรื่องบัตรปลาหมึก หรือ Octopus card ด้วยเลยละกันครับ บัตรนี้ก็จะเหมือนบัตร Smart purse (ที่ใช้ใน 7-11 บ้านเราน่ะเอง) เป็นบัตรเงินสดไว้ใช้จ่ายค่ารถไฟฟ้า (แถมยังได้ส่วนลดพิเศษด้วย) แต่ก็สามารถใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าทั่วๆไปในฮ่องกงได้เกือบทุกร้าน นอกจากสะดวกแล้วยังได้ส่วนลดอย่างนี้ ก็สามารถหาซื้อได้ที่เคาเตอร์ขายตั๋วภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทุกสถานีครับ ราคาบัตรก็ 150$ โดยจะเป็นเงินในบัตรให้เราใช้จ่าย 100$ และมัดจำบัตรอีก 50$ เผื่อเราซื้อสินค้าหรือจ่ายค่ารถไฟฟ้าไม่พอ มันก็จะมาดึงเงินในส่วนมัดจำน่ะเองครับ



สำหรับการเติมเงิน ก็สามารถเติมเองได้ง่ายๆที่ตู้อัตโนมัติในสถานีรถไฟฟ้า โดยทำตามเลข 1-2-3 ได้เลยครับ การเติมเงินสามารถเติมได้ขั้นต่ำ 50$ และเครื่องสามารถรับธนบัตรราคา 50$ และ 100$ เท่านั้นเอง



ส่วนการเช็คยอดเงิน เราสารถทราบได้จากการใช้งานซื้อของหรือแปะที่สถานีรถไฟขาออก แต่ถ้าจำไม่ได้ก็มีตู้เช็คยอดเงินให้เรามาแปะอ่านยอดเงินคงเหลือได้เช่นกันครับ



สำหรับอายุบัตร ถ้าเรายังไปฮ่องกงอีกในช่วง 3 ปี (บัตรจะ inactived หากไม่มีการใช้งานในระบบ 1,000 วัน) ก็สามารถนำบัตรกลับมาใช้ได้ใหม่ครับ แต่ถ้าใครอยากคืนบัตร ก็สามารถคืนได้ที่เคาเตอร์ในสถานีรถไฟได้เช่นกัน โดยจะได้รับยอดเงินคงเหลือ+ยอดเงินมัดจำคืน แต่หักค่าธรรมเนียมการคืนบัตรอีก 9$ ครับ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มนะครับ โดนหักไปไม่ถึง 40 บาท แต่แค่ส่วนลดค่ารถไฟฟ้า ถ้าเราเที่ยว 2 วันขึ้นไปนี่ก็คุ้มแล้ว

พอพูดถึงบัตร Octopus ก็จะมี sub set หรือบัตรลูกๆอีกหลายใบครับ เช่น

- Tourist Day Pass ราคา 55$ เป็นบัตรโดยสารรถไฟฟ้าฟรีหนึ่งวัน โดยนับจากครั้งแรกที่ใช้ไปอีก 24 ชม. ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ามากนะครับ ถ้าเดินทางหลายๆเที่ยวในวันเดียว ยังไงก็ลองคำนวณค่าเดินทาง วางแผนการเที่ยวจากแอป MTR Tourist ก็ได้ครับ



- Airport Express Travel Pass บัตรโดยสารรถไฟฟ้าด่วนสนามบินฮ่องกง มีทั้งแบบเที่ยวเดียว (220$) และแบบสองเที่ยว (300$) โดยจะสามารถเดินทางรถไฟฟ้าได้ฟรีอีก 3 วันเป็นของแถม และบัตรนี้ยังสามรถเติมเงินลงบัตรใช้จับจ่ายซื้อของได้เหมือนกันด้วย บัตรนี้จะคุ้มมากครับ ถ้าเราเดินทางมาจากสนามบิน แต่อย่างผม มาฮ่องกงทางมาเก๊าเลยไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควรครับ แถมบัตรนี้สามารถหาซื้อได้จากสนามบินเท่านั้น

ลองดูตัวอย่างก็ได้ครับ รถไฟฟ้าด่วนพิเศษสาย Airport Express นี่จากสนามบินมาลงสถานีเกาลูนก็ 90$ แล้ว (ถ้าลงฝั่งฮ่องกงก็ 100$) + ค่ารถไฟฟ้าแบบเหมาจ่ายสามวัน (55x3=165$) รวมแล้วก็ 255$ แต่ถ้าซื้อเป็นบัตรก็แค่ 220$ เอง

เกรื่นมาซะเยอะไปเที่ยวกันดีกว่าครับ เช้าวันนี้ ผมเริ่มต้นเดินทางจากสถานี Tsim Sha Tsui (สายสีแดง Tsuen Wan Line) แล้วจะมาเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Lai King (สายสีส้ม ของ Tung Chung Line) มาจนสุดสถานีปลายทาง Tung Chung เลย จะใช้เวลาประมาณ 38 นาที ค่ารถ 17$ (ถ้าใช้บัตรปลาหมึกก็ 14.9$)



เมื่อมาถึงสถานี ก็ใช้ทางออก B ครับ เพื่อจะไปต่อกระเช้านองปิง หรือถ้าจะเข้าตัวห้าง CityGate Outlet หรือโรงแรมโนโวเทล ก็ใช้ทางออก C





เดินตรงไปก็จะเจอทางขึ้นกระเช้านองปิงครับ



กระเช้า Nong Ping 360 จะเปิดบริการในวันธรรมดา 10.00-18.00 ครับ สำหรับวันหยุดก็ 9.00-18.30



สำหรับค่าขึ้นกระเช้าไป-กลับ ก็ 149$ สำหรับผู้ใหญ่ และ 103$ สำหรับเด็ก ถ้าเที่ยวเดียวก็ ผู้ใหญ่ 94$ เด็ก 48$



แต่ว่าวันนี้ผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่ 8 โมงเช้ากว่าๆ เราจะใช้รถบัสขึ้นไปแทนครับ จะได้ทำเวลาเพื่อให้เวลากับดีสนีย์แลนด์ได้มากขึ้น โดยป้ายรถบัส ก็จะอยู่เลยทางขึ้นกระเช้านองปิงไปอีกหน่อย เราใช้รถเมล์สาย 23 ครับ ค่ารถก็ 17.2$ จะใช้เวลาขึ้นไปถึงที่ราบสูงนองปิงประมาณ 40 นาที







ขึ้นมาถึงนองปิงตั้งแต่ 9 โมงกว่าๆ หมอกยังหนาตาอยู่เลยครับ แถมอากาศก็เย็นมากอีกด้วย เดินไปทางซุ้มประตูได้เลยครับ





ตามทางเดินจะมีขุนพลนักรบ 12 ตน ซึ่งจะมีสัญลักษณ์ตามปีนักกษัตรอยู่บนศรีษะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นขุนพลบนที่ราบสูงนองปิง ที่พิทักษ์รักษาองค์พระใหญ่ครับ



มาถึงพระใหญ่แล้ว แต่ว่ายังไม่เปิดครับ เขาจะเปิดให้ขึ้นไปนมัสการองค์พระใหญ่ทินถ่านในช่งเวลา 10.00-18.00 ครับ แต่ไม่เป็นไร ข้างบนนี้ก็มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างให้แวะเที่ยวครับ ไม่ว่าจะเสาไม้ 38 ต้นใน Wisdom Path ที่จารึกบทสวดปัญญาปารมตาหฤทัย แต่พวกเราเลือกเดินไปยังวัดโปลินครับ



วัดโปลิน แต่เดิมเป็นเพียงวัดเล็กๆที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1920 เราสามารถเข้าไปนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม พระมัญชูศรีโพธิสัตว์ และพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ สำหรับคนที่ซื้อตั๋วขึ้นนมัสการพระใหญ่ทินถ่านแบบ 30$ (ปกติขึ้นนมัสการได้ฟรี) จะสามารถเข้ามาทานอาหารเจ ได้ที่โรงอาหารของวัดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงได้ด้วยครับ ซึ่งตอนแรกหลานสาวคนโตที่กินมังสวิรัตก็สนใจ แต่ผมว่าเราไปใช้เวลาที่ดีสนีย์แทนจะดีกว่า







ใกล้ 10.00 แล้วเตรียมตัวขึ้นไปนมัสการพระใหญ่ทินถ่านกันดีกว่าครับ







พระใหญ่ทินถ่าน หรือพระใหญ่นองปิง (พระใหญ่วัดโปลิน) เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสูง 34 เมตร สร้างจากทองสัมฤทธิ์ 202 แผ่น หนัก 250 ตัน ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 1993 ถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความศรัทธาของผู้สร้าง ที่สามารถสร้างพระใหญ่บนที่สูงขนาดนี้ได้นะครับ การเดินขึ้นมาด้านบนต้องเดินเท้าถึง 268 ขั้นบันไดเพื่อมาถึงองค์พระ

ด้านข้างขององค์พระทั้งซ้ายขวา ยังมีรูปปั้นเทวดาอีก 6 องค์กำลังถวายสิ่งของ 6 อย่างอันได้แก่ ความดี เมตตา อดทน สงบ มีสมาธิ และปัญญา อันหมายถึง หนทางที่จะนำสรรพสัตว์สู้นิพพาน



สำหรับด้านบนี้ ว่ากันว่าในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เราสามารถมองเห็นไปได้ไกลถึงเกาะมาเก๊ากันเลย





เอาล่ะครับ ได้เวลากลับลงไปด้านล่างแล้ว



สังเกตุอีกอย่าง ก็สุนัขบนนี้ รู้สึกว่าจะดูดีกว่าหมาวัดในบ้านเราค่อนข้างมากนะครับ แถมเจ้าตัวนี้ เห็นฝรั่งคนนึงลูบหัวเล่นได้ซะอีก





กำลังจะเดินไปทางหมู่บ้านนองปิง สายตาก็เห็นภาษาไทย เชื้อเชิญลูกค้าให้เข้าไปทานอาหาร ว่าแล้วก็ต้องไปลองซะหน่อยครับ



เป็นร้านบะหมี่(ไข่) ที่เราสามารถเลือกเนื้อสัตว์ใส่ได้ 2 อย่าง ราคาก็ชามละ 20$ กว่าแล้วแต่ว่าเลือกเป็นเนื้อสัตว์อะไร ผมได้ลองชิมไส้กรอก ลูกชิ้นปลา และเนื้อตุ๋น ก็อร่อยครับ สั่งของหวานตบท้ายด้วย เต้าฮวยงาดำ ก็อร่อยครับ มื้อนี้เลยประหยัดไปเยอะ 6 คนหมดไปไม่ถึงพันบาท



อิ่มดีแล้วก็เตรียมตัวนั่งกระเช้ากลับกันครับ



หมู่บ้านนองปิง จะเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นมาใหม่จำลองบรรยากาศเมืองจีนสมัยก่อน โดยจะมีร้านค้า ร้านของที่ระลึก และมีการแสดง Walking with Buddha กับ Monkey's Tale Theatre (ที่โครงเรื่องมาจากนิทานชาดก) ซึ่งเราจะซื้อตั๋วแบบคอมโบ้พร้อมกระเช้าขึ้นมาชมด้วยเลยก็ได้ครับ



ว่าแล้วก็ลงไปข้างล่างเลยดีกว่าครับ ขาลงนี่ไม่มีคนเลย ในขณะที่ขาขึ้นมานี่คนเต็มทุกกระเช้าเลย





ถ้ามีโอกาสคงได้กลับมาอีกนะครับ





ขาลงนี่ฝนตกปรอยๆ แต่ว่าลมแรงมาก เลยทำให้กระเช้าแกว่งนิดหน่อย แถมแม่ของเด็กๆก็กลัว จับกระเช้าซะแน่นเลย แต่โชคยังดีที่เมฆเยอะ เลยทำให้แกไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เราลอยอยู่สูงมากขนาดไหน เดี๋ยวจะกลัวขึ้นไปใหญ่

ชื่อสินค้า:   Hongkong
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่