"กรณ์" ยันรถไฟด่วนจี๋ของรบ.ทำได้ไม่ต้องเป็นหนี้50ปี

กระทู้ข่าว



"กรณ์" ตามจวก"ชัชชาติ" โกหกกลางสภาฯ หลอกปชช.รถไฟความเร็วสูงวิ่งถึงหนองคาย ปาดังเบซาร์ แท้จริงถึงแค่โคราช หัวหิน เหตุเทงบทำทางไปเชียงใหม่เอาใจ'นายใหญ่-นายหญิง' ก่อนแก้เอกสารกลัวคะแนนเสียงหด จนถูกจับได้ ชี้กฎหมายกู้ 2 ล้านล้านพบพิรุธอื้อ ยันปชป.ทำได้ไม่ต้องแบกหนี้ 50 ปี แค่ใช้วิธีร่วมทุนกับจีนแทน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่6เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij ภายใต้หัวข้อ "เรื่องของรถไฟความเร็วสูง - แล้วถ้าเป็นประชาธิปัตย์เราจะทำอย่างไร?" ดังนี้
       
       นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ถูกแฉกลางสภาฯว่า 'โกหก' ที่ระบุในเอกสารประกอบการพิจารณาว่ารถไฟฟ้าจะวิ่งไปถึงหนองคาย และทางใต้ไปถึงปาดังเบซาร์
       
       ก็อาจจะว่ากันแรงไปหน่อย แต่ท่านพยายามแก้ตัวในสภาฯ แต่ก็ไปไม่รอด สุดท้ายทางกระทรวงจึงออกมายอมรับว่ามีงบเงินกู้จัดไว้ให้ไปแค่โคราชและหัวหิน ลึกๆคุณชัชชาติพลาดเพราะไปยอมทุ่มเงินกับเส้นทางไปเชียงใหม่ตามความต้องการของ 'นายใหญ่-นายหญิง' ทั้งๆที่คุณชัชชาติก็คงจะรู้ว่าไม่ได้เป็นเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด จากนั้นพอสส.อีสานกลัวเสียคะแนนก็เลยยอมมาแก้เอกสาร จนถูกจับได้
       
       ถ้าใครอยู่ในวงการหุ้น จะรู้นะครับว่าบริษัทใหนทำเอกสารประกอบการขอเงินเพิ่มทุนอย่างนี้ ถึงกับผิดอาญาเลยทีเดียว โทษสูงสุดติดคุกสองปี และนั่นเขาขอเงินกันเพียงหลักร้อยล้านพันล้าน
       
       แต่นี่จะเอาเงิน ๒ ล้านล้าน แต่เอกสารที่อ้างว่าครบถ้วนเรียบร้อยนั้น จริงแล้วยังขาดความน่าเชื่อถือในอีกหลายจุดสำคัญ และเป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลจึงไม่ยอมยืนยันให้เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย
       
       วันก่อนผมนั่งคุยกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านเล่าให้ผมฟังว่าตอนที่ท่านไปคุยกับจีนเรื่องนี้ ผู้ที่จีนให้มาคุยด้วยก็คือผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน ขณะนั้นทั้งสองท่านยังเป็นรองนายกฯอยู่ และท่านทั้งสองได้วาดแผนว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงจีนเข้ามากับอาเซี่ยนด้วยเส้นทาง คุนหมิง-สิงคโปร์ ที่ผ่านเมืองไทยจากหนองคายไปสู่ปาดังเบซาร์ และที่สำคัญข้อตกลงเบื้องต้นกับจีนคือการร่วมลงทุนที่จะทำให้ภาระการลงทุนของไทยเราลดลงอย่างมาก
       
       แนวคิดเราคือ
       ๑. เริ่มลงทุนด้วยเส้นแรกสาย 'เอเซียใต้' คุนหมิง-ลาว-ไทย-มาเลย์ฯ-สิงคโปร์
       ๒. เราใช้พื้นที่ทางรางเป็นส่วนทุนของเรา
       ๓. จีนลงเงินค่าวางราง ซึ่งใช้ส่วนนี้เป็นทุนของเขา
       ๔. ทั้งหมดจดทะเบียนเป็นบริษัทร่วมทุน ไทยถืออย่างน้อย ๕๑% มีสัมปทานบริหารเส้นทางรางประมาณ ๕๐ปี
       ๕. บริษัทนี้กู้เงินเองเพื่อมาลงทุนในตัวรถไฟและการบริหารจัดการ เท่ากับประชาชนคนไทยผู้เสียภาษีต้องใส่เงินน้อยมาก
       ๖. ใครคนอื่นอยากวิ่งรถไฟบนรางนี้ก็ได้ แต่ต้องเสียค่าเช่ารางให้บริษัทร่วมทุนในช่วงสัมปทาน
       ๗. ส่วนเงินที่ไทยต้องใช้ จะมาจากงบประมาณ
       ๘. ทุกขั้นตอนผ่านรัฐสภาฯ และได้พิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ แล้วด้วย
       
       นี่คือการ 'แปลงสินทรัพย์เป็นทุน' ที่รัฐมนตรีชัชชาติตอบในสภาฯว่า 'ยากเกินไป' และทั้ง'ผู้คิดแทนพรรค'และสส.พรรคเพื่อไทยทุกคนก็กลับลำคำสัญญาว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะ 'ไม่กู้'
       
       แถมดันไปกู้นอกระบบงบประมาณอีกต่างหาก และไม่ยอมยืนยันว่าจะใช้ระเบียบการพัสดุในการจัดซื้อจัดจ้าง
       
       เรื่องเดียวกัน แต่วิธีคิด วิธีทำต่างกันชัดเจน ผลต่อประเทศ ต่อประชาชนก็ต่างกันด้วยครับ

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000041949

โอว์  ปรึกษาใครไม่ปรึกษา ดันไปปรึกเทพเมือก ผลงานเป็นที่เลื่องลือเลยล่ะ กลอนมือสอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่