ฝ่าดง.. มาให้กำลังใจคู่กรรม 2013 เราชอบมาก เจ๋ง ดิบ แนว ชมอย่างเดียวค่ะ (ใครไม่ชอบไม่ต้องเข้ามาก็ได้ค่ะ)

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าเราไปดูคู่กรรมมาแล้ว วันที่ 4  เมษายน ที่ผ่านมาจึงขออนุญาตออกความคิดเห็นบ้าง  ในทางบวกนะคะเพราะด้านลบคงมีบ้างแล้ว  ขออนุญาตอธิบายเหตุผลส่วนตัวที่ชอบของหนังนะคะ
เหตุผล
1. คือ ชอบผลงานคุณเรียว เป็นการส่วนตัว ชอบมุมมองการนำเสนอ  ของเค้าที่บางทีเรามองเห็นแต่ไม่ได้คิดตามหรอก  แต่เค้าคิดแล้วละเอียดเวลาทำหนังเราเลยชอบ ชอบโกลคลับมากที่สุด ดูตั้งแต่ตอนเด็ก ติดใจ ไม่ได้ชอบทุกเรื่องแต่เรื่องนี้ที่สุด
2. อยากชมผลงานของ ณเดชน์เรื่องแรกในการเล่นภาพยนต์
3. อยากดูการแสดงในส่วนของญี่ปุ่น เพราะเราศึกษาเรื่องนี้และเรียนด้านนี้อยู่

สำหรับหนัง
รอบแรก  ไปดูวันแรกด้วยอารมณ์ล้วนๆ ปรากฏว่าเราผิดหวังนิดๆ เราประติดประต่อเรื่องไม่ได้ เนื้อเรื่องดำเนินไปเร็วและยังไม่เข้าถึงที่มาและที่ไปมากนักหลายฉาก หาเหตุผลกับนางเอกไม่ได้ว่าทำไมเศร้าในตอนสุดท้าย ทำไมเราไม่เศร้า  และไม่เข้าใจฉากมนัส  เลยกลับมานั่งคิดว่าต้องไปอีกรอบ เพราะไม่เชื่อว่าคุณเรียวจะทำหนังไม่มีอะไร คือเราดูรอบแรกความคิดของเรายังไม่ตกตะกอนดี ยังมีคำถามว่าจริงเหรอที่ผู้กำกับคนที่เราชอบคนนี้จะทิ้งท้ายแค่นางเอกรักพระเอกแต่บอกไม่ได้จนตายจากกัน????

รอบที่ 2 เลิกงานรีบไปทันทีเพราะมันติดในหัว
กลับออกมาเราว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้เจ๋งมาก  นุ่มลึกออนเดอะร็อค
รอบนี้เราดูจบอยากปรบมือให้ดังดังค่ะ  ชอบมากเป็นคู่กรรมที่กล้าสร้าง กล้าที่จะนำเสนอ จริงๆต้นเรื่องคีย์เวิร์ดมันอยู่ที่ บทพูด”น้ำท่วมปาก”
ที่นางเอกกล่าวลอยๆในต้นเรื่อง  แต่ถ้าดูโดยรวมมันไม่ราบรื่นหรอกอะไรน้ำท่วมปาก? ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าไม่ได้เป็นหน้าม้า เป็นแค่คนอยากดูหนังด้วยอารมณ์ล้วนๆ  คือหนังเรื่องนี้เป็นคู่กรรมที่นำเสนอได้แบบที่ไม่สามารถทำเป็นละครได้เนื่องจากสิ่งที่ทีมงานต้องการนำเสนอเข้าไปในบางมุมเพราะมีข้อจำกัดที่ผู้กำกับอยากทิ้งท้าย ให้ต่างจากที่เคยสร้างกันมา มีบทสรุปด้านความรักแต่ไม่มีบทสรุปของสงคราม...
อย่างบทพูดของโกโบริที่ว่า “สงครามเปลี่ยนแปลงทุกวันแหละฮิเดโกะ” เรื่องนี้ค่อยข้างละเอียด  เราชมทีมงานนะ  บทต้องดี ต้องมีแนวทางตัวเอง ต้องคงโครงเรื่องเดิม พร้อมกับลบภาพเดิมด้วย เนื้อความที่จะสื่อออกไปนั้นต้องระวังมากเพราะมันค่อนข้าง sensitive เพราะต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเอาไว้   หากนำเสนอผิดนั่นหมายถึงเกี่ยวกับการเมือง บิดเบือนประวัติศาสตร์ รวมถึงไม่เคารพบทประพันธ์  แต่ทีมงานเลือกต้องทำอย่างสุดท้ายเพื่อประกาศตัวทำแนวหนังสงครามรักแบบฉบับ2013  แก้ปัญหาด้วยการให้เครดิตกับผู้ประพันธ์อย่างท่านทมยันตี  
มีการชี้แจง ทำความเข้าใจบทภาพยนต์นี้เพื่ออธิบายถึงปมที่ต้องการนำเสนอไว้ลึกๆ และยังคงให้เครดิตชื่อเรื่องว่า “คู่กรรม”

ซึ่งคู่กรรมฉบับนี้จึงไม่สามารถทำเป็นละครได้และไม่สามารถนำเสนอในมุมกว้างได้มากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย จะสร้างให้คนไทยดู ยากจะอธิบายให้คนไทยชอบและไม่รังเกียจชาติตัวเอง(ขออภัยนะคะที่เราพูดแรงไป)  ดังนั้นจึงต้องใช้ความรักที่ใสและบริสุทธิ์มากๆผ่านตัวละคร "โกโบริ"เพียงฝ่ายเดียวที่ต้องรักให้มิด รักให้ซ่อนสงคราม รักให้ซื่อ  รักให้ผ่านการกระทำ รักไม่ที่ไม่ใช่หน้าที่  รักที่ต้องเหนือสงคราม  รักแม้กระทั่งไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก   ซึ่งบทเอกต้องสื่อออกมาให้ได้ซึ่งทำได้ดี  เพราะผู้กำกับต้องให้อังศุมารินแข็งใจ รั้นและห้ามใจ และต้องเริ่มเอ็นดูพระเอกบ้างในบางครั้ง(อันนี้สื่อได้น้อยนิดนึง) แต่เปลี่ยนหนังนำเสนอว่านางเอกกำลังสับสน ระหว่างความรักและสัญญาแทนเลยซึ้งน้อยไปนิด  แต่ส่วนตัวเราว่าเค้าทำได้เจ๋ง ไม่สามารถสรุปออกมาได้เป็นบทพูดทุกอย่างต้องคิดตามบท
ดูเสร็จเราเลยกลับนึกย้อนไปทีเซอร์ที่บอกว่า “คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผมก็พอแล้ว” ชัดเจนและเข้ากับบทหนังที่พยายามเชื่อมก่อนหน้านี้ได้ดีเพราะมีเพลง MVบิวท์มาพร้อมทีเซอร์ ตั้งแต่ตอนต้นว่าพระเอกเข้ามาช่วงที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับไทยและเป็นมิตรกับไทย ความรักที่พระเอกมีนั้นเลยบริสุทธิ์มากๆๆๆๆ  และด้วยอาชีพล่ามจึงเข้าใจเหตุผลที่นางเอกและครอบครัวทำมาตลอด รู้มาตลอดเกี่ยวกับนางเอกแต่ก็รัก ยอมทุกอย่าง ยอมทรยศชาติ ยอมสโลราบแทบเท้าอย่างฉากปล้ำ  "ร้องไห้ชอบฉากนี้มากคลาสสิกสุดๆ อธิบายความรักของพระเอกมีให้อยู่ได้ดีว่าทำอย่างไรได้บ้างเธอถึงจะมองเห็น  ผ่านการกระทำที่มีอารมณ์อาร์ทมากๆ ) ยอมแค่ขอได้รักเท่านั้น ไม่ขอเหตุผลใดเลย"ผมไม่ต้องการอะไรตอบแทนหรอกฮิเดโกะ"  นั่นคือการแสดงความรักที่ใสจริงๆของพระเอกที่ผู้กำกับดึงออกมาได้ดีบอกปัดผ่านทุกเหตุผลของนางเอกให้เป็นศูนย์เพราะรักโดยไม่ขออะไรตอบแทนเลย  

                 .........บทสุดท้ายที่พระเอกได้ตอบแทนคือการใช้เหตุผลกับความรักของอังศุมาลิน...........

ณเดชน์ทำได้เยี่ยมมากสมเป็นจุดแข็งของเรื่อง

ชอบการทำการตลาดของเรื่องนี้
เบาๆ ค่อยๆปล่อยออกมาเพื่อให้มันเชื่อมกันซึ่งมองย้อมไปแล้วทำได้ดีมากและละเอียดมากทั้งภาพ และเพลงประกอบ ฉากระเบิด และในส่วนตัวละครญี่ปุ่น  ดูดีทำให้อยากลุ้นดูหนังเบาเบา ไม่เลอะ ไม่เปื้อน

เพลง
- เพลงเพราะทั้ง 2 เพลงฮิเดโกะ– ญี่ปุ่นร้องเพลงเพราะมาก เนื้อหาดี น้ำเสียงนุ่มได้อารมณ์
- เพลงอังศุมาริน MV เพลงนี้ทำได้คลาสสิก นึกว่าจะเป็นภาพประกอบหนัง แต่เปล่าเลย ขึ้นเพลงด้วยกีต้าร์  ไฟดอกซากุระเป็นแบล็คกราวด์  มีวงไวโอลีนร่วมแจม  ได้ใจมากไม่เชยแต่ มีเสน่ห์ในแบบตัวเอง

ภาพ ฉาก
สวย คม ชัด ใหญ่อลังการดี

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทีมงานM39และคุณเรียว  พัฒนาและสร้างสรรค์งานภาพยนต์ออมาให้ชมกันอีกนะคะ สู้ต่อไปค่ะ
ความสำเร็จอาจจะวัดกันไม่ได้ด้วยเงินและปริมาณคนดูเพราะนี่คือศิลปะค่ะ
หากแต่สรรค์สร้างขึ้นมาแล้วมีคนติ ชม ทุกอย่างคือแรงบรรดาลใจค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่