สิ่งสำคัญที่ควรเร่งแก้ไข สำหรับประเทศในเวลานี้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาการคอรัปชั่น หากแต่เป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง/การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายต่างหาก!!
ตามหัวข้อครับ มันเป็นการกลั่นกรองจากความผิดของผม และทำไม ผมถึงได้กล้าพูดหรือคิด ว่าปัญหาความขัดแย้ง มันควรเร่งแก้ไขมากกว่าปัญหาการคอรัปชั่น ทั้งๆที่ปัญหาการคอรัปชั่น คือปัญหาใหญ่ที่กัดกินประเทศนี้ นั้นก็เพราะว่าปัญหาการขัดแย้งและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายนี้ต่างหากที่กำลังกัดกินประเทศนี้ ยิ่งกว่าปัญหาคอรัปชั่นนั้นเอง...
อธิบายไปอาจจะมองไม่เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างดั่งนี้
สมมติว่า ในการแข่งขัน อย่างหนึ่ง มี ทีม 2 ทีม กำลังแข่งขัน โดยที่ในการแข่งขันนั้น มีกรรมการ 1 คนอยู่ในการแข่งขันนั้น ซึ่งกรรมการคนดั่งกล่าวกับมีใจเอนเอียงให้กับทีม B และเกลียดทีม A โดยที่ทีมA ไม่ว่าทำผิดกฎอะไรสักอย่าง แบบเล็กน้อยสุดๆก็ลงโทษ ขณะที่ ทีมB ใช้สารพัดกลโกง แต่ด้วยความชอบของกรรมการ กรรมการจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้ทีมB เล่นผิดกติกา และจ้องเอาผิดแก่ทีม A ต่อไป...
อ่านถึงตรงนี้แล้ว พอจะเข้าใจถึงสิ่งที่ผมสื่อ หรือ ไม่ ว่า ทำไม ความขัดแย้ง และ ความแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จึงควรเร่งแก้ไข มากกว่าการคอรัปชั่น นั้นก็เพราะ ตราบใดที่ยังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่ การทำงานของคนที่เป็นกรรมการก็จะทำเพียงแค่ 50% เท่านั้น ส่วนอีก 50% ก็ยังมีการโกงอยู่ และเป็นการโกงที่กรรมการนั้นได้ปล่อย ผ่าน อย่างไม่ทำอะไรเลยอีกด้วย...
ฉะนั้นแล้วหากเราขจัดความขจัดความขัดแย้ง ขจัดความแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ว่า ไอ้นี่เด็กบ้าน 5 เสาร์ ไอ้นี่เด็กหน้าเหลี่ยม ไปได้ละก็ นอกจากจะทำให้ ระบบการตรวจสอบกลับมาเข้มแข็งแล้ว ก็ยังสามารถทำให้บ้านเมืองพัฒนาอย่างไม่มีสะดุดอีกด้วย...
แต่หากยังคงยึดติด เช่นนี้ อย่าว่า แต่ก้าวหน้าเลย แค่ประคองให้อยู่กับที่ โดยไม่ถอยหลัง นี่ก็บุญโขแล้ว...
สิ่งสำคัญที่ควรเร่งแก้ไข สำหรับประเทศในเวลานี้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาการคอรัปชั่น หากแต่เป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ต่างหาก
ตามหัวข้อครับ มันเป็นการกลั่นกรองจากความผิดของผม และทำไม ผมถึงได้กล้าพูดหรือคิด ว่าปัญหาความขัดแย้ง มันควรเร่งแก้ไขมากกว่าปัญหาการคอรัปชั่น ทั้งๆที่ปัญหาการคอรัปชั่น คือปัญหาใหญ่ที่กัดกินประเทศนี้ นั้นก็เพราะว่าปัญหาการขัดแย้งและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายนี้ต่างหากที่กำลังกัดกินประเทศนี้ ยิ่งกว่าปัญหาคอรัปชั่นนั้นเอง...
อธิบายไปอาจจะมองไม่เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างดั่งนี้
สมมติว่า ในการแข่งขัน อย่างหนึ่ง มี ทีม 2 ทีม กำลังแข่งขัน โดยที่ในการแข่งขันนั้น มีกรรมการ 1 คนอยู่ในการแข่งขันนั้น ซึ่งกรรมการคนดั่งกล่าวกับมีใจเอนเอียงให้กับทีม B และเกลียดทีม A โดยที่ทีมA ไม่ว่าทำผิดกฎอะไรสักอย่าง แบบเล็กน้อยสุดๆก็ลงโทษ ขณะที่ ทีมB ใช้สารพัดกลโกง แต่ด้วยความชอบของกรรมการ กรรมการจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้ทีมB เล่นผิดกติกา และจ้องเอาผิดแก่ทีม A ต่อไป...
อ่านถึงตรงนี้แล้ว พอจะเข้าใจถึงสิ่งที่ผมสื่อ หรือ ไม่ ว่า ทำไม ความขัดแย้ง และ ความแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จึงควรเร่งแก้ไข มากกว่าการคอรัปชั่น นั้นก็เพราะ ตราบใดที่ยังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่ การทำงานของคนที่เป็นกรรมการก็จะทำเพียงแค่ 50% เท่านั้น ส่วนอีก 50% ก็ยังมีการโกงอยู่ และเป็นการโกงที่กรรมการนั้นได้ปล่อย ผ่าน อย่างไม่ทำอะไรเลยอีกด้วย...
ฉะนั้นแล้วหากเราขจัดความขจัดความขัดแย้ง ขจัดความแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ว่า ไอ้นี่เด็กบ้าน 5 เสาร์ ไอ้นี่เด็กหน้าเหลี่ยม ไปได้ละก็ นอกจากจะทำให้ ระบบการตรวจสอบกลับมาเข้มแข็งแล้ว ก็ยังสามารถทำให้บ้านเมืองพัฒนาอย่างไม่มีสะดุดอีกด้วย...
แต่หากยังคงยึดติด เช่นนี้ อย่าว่า แต่ก้าวหน้าเลย แค่ประคองให้อยู่กับที่ โดยไม่ถอยหลัง นี่ก็บุญโขแล้ว...