ข้อมูล Bias ของผู้เขียนโดยสังเขป
0.ไม่ใช่นักวิจารณ์ แค่รีวิวส่วนตัว อย่าเชื่อถือมาก
1.แฟนคลับณเดชน์ ส่วนที่เกี่ยวกับณเดชน์แนะนำให้หาร 100 วะฮ่าๆๆ
2.เอาใจช่วยน้องนางเอก ส่วนที่เกี่ยวกับนางเอกหารซัก 10 ละกัน
3.ไม่เคยดูผลงานผู้กำกับ ค่ายหนัง เพิ่งเคยเห็น โลโก้ M39 บนจอครั้งแรก
4.ไม่เคยอ่านบทประพันธ์ ไม่เคยดูหนัง หรือละครคู่กรรม แต่ก็รู้แบบคนทั่วไปต้องถูกบังคับให้รู้ คือ พระเอกเป็นทหารญี่ป่น นางเอกเป็นสาวไทย และตอนจบพระเอกตาย
5.หนังไทยที่ชอบที่สุด โหมโรง
ส่วนแรกออกแนว Guideline แนะนำเนื้อเรื่องมากกว่าวิจารณ์หนังนะขอรับแฟนบทประพันธ์ หรือคนเคยดูคู่กรรมแล้ว อ่านแล้วอาจบอกว่าคู่กรรมอะไรของเมริงแต่สำหรับคนสีขาวผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์
หนังเริ่มด้วยจุดมุ่งหมายในการมาเมืองไทยของโกโบริ ซึ่งทุกคนที่ได้ดูตัวอย่างหนังก็รู้กันทั้งบางแล้วว่า โกโบรินั่งรถไฟมาเมืองไทย
ก็ไม่รู้ล่ะว่าพระเอกหมายมั่นจะมาเจออะไรที่นี่ แต่หนังโปรยไว้ว่า เพื่อภารกิจปกป้องและเชื่อมสัมพันธไมตรีกับไทย ภายใต้ความเคลือบแคลงสงสัยว่าการพยายามจะต่อถ้วยแก้วที่มันแตกแล้ว เป็นการพยายามที่ไร้ค่าหรือไม่
โกโบริ นายร้อยทหารญี่ปุ่นหนุ่มที่มีลุงเป็นนายทหารระดับสูง ที่แกได้เป็นนายร้อยนี่ไม่รู้เพราะลุงแกเป็นนายพล หรือ เพราะแกเรียนมาสูงหนังไม่ได้บอกแต่น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะเป็นถึงนายช่าง และ ทำหน้าที่เป็นล่ามด้วย โกโบริ คงเป็นทหารญี่ปุ่นที่คงไม่ใช่ทหารโดยสายเลือด ถ้าให้เดาจากหนังคงออกแนวพลเรือนที่ถูกเกณฑ์มากกว่า แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ความไม่เป็นนายทหารโดยสายเลือดนี่แหละ ที่เมื่อทหารญี่ปุ่นหนุ่มรูปหล่อจากญี่ปุ่นมาเมืองไทย แล้วเจอสาวน้อยตกน้ำมาลอยคอแอบดูทหารญี่ปุ่นก็เกิดปิ้งทันทีตั้งแต่แรกเห็น จากนั้นก็ขายขนมจีบเทียวไล้เทียวขื่อสาวไทยชื่อ อังศุมาลิน ตลอดเวลา และถึงแม้ทางการทหารจะยังอ่อนเชิง แต่ชั้นเชิงจีนสาวของหนุ่มอาทิทย์อุทัยคนนี้ต้องเรียกว่าเข้าขั้นเอกอุ กอปรกับหน้าตาอันหล่อเหลาละม้ายกับดาราซุปตาเมืองไทย มีหรือ อังศุมาลิน สาวน้อยชาวไทยจะไม่หลงรัก ช่วงจีบกันมีฉากน่ารัก กุ๊กกิ๊กพอหัวเราะในลำคอได้หลายฉาก แบบหนังฟีลกู้ด ไปดูกันเอาเองนะจ๊ะ
มาจะกล่าวบทไปถึงอังศุมาลิน (นั้นลิเกแระ )เท่าที่หนังสื่อออกมา อังศุมาลินคือสาวน้อยที่ยังไม่รู้จักโลกดี ยังจัดการชีวิตตัวเองได้ไม่ดีนัก แต่ก็ไมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวพอที่จะรับรู้ถึงปัญหาของชาติ แถมยัง มีอุดมการณ์ร่วมช่วยกันกับขบวนการใต้ดินที่ต่อต้านญี่ปุ่นในไทยอีกด้วย และเป็นผู้หญิงที่มีความยึดมั่นถือมั่นสูง ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เธอมีความสุขดีอยู่กับชีวิตหรือเปล่า แต่ความไม่สุขเริ่มเข้ามาเยือนเธอเมื่อมีโกโบริเข้ามาในชีวิตนี่แหละ ที่ทำให้อังศุมาลินดูเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะ โกโบริคือตัวซวย แต่ เพราะโกโบริคือ สิ่งดีๆที่เข้ามาในขณะที่อังศุมาลินคิดว่าเธอมีมันอยู่แล้วต่างหาก และ ปัญหามันก็เกิดจากตรงนี้แหละ
ถามกันมาเหลือเกินว่าแล้วจีบกันไปจีบกันมา โกโบริ กับ อังศุมาลินไปรักกันตอนไหน ตอบได้เลยว่าเขาไม่ได้รักกันตอนจีบหรอก แค่เริ่มชอบๆ แต่ก็ดันมีเรื่องที่ทำให้ความเกลียดพุ่งปรี๊ด แซงความชอบเพราะทั้งคู่ถูกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายบังคับให้แต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง เหมือนเอามะม่วงที่ยังไม่สุกไปคลุมถุงบ่มยังไงยังงั้น จากที่เคยชอบๆ อังศุมาลินก็เลยปรี๊ดแตก คราวนี้แหละ คงมอง โกโบริเป็นตัวซวยนำความยุ่งยากในชีวิตมาให้เธอไปจริงๆเลย ในขณะที่โกโบริ หนุ่มญี่ปุ่นหน้ามนของเรา กลับจัดการปัญหานี้ได้ดีกว่า ใช้ความร่าเริง มองโลกในแง่ดี และ ความรักจากหัวใจที่ไร้เหตุผลสิ้นดี พยายามเอาชนะใจเธอ
ถึงตอนนี้ถ้าถามอีกที่ว่าไอ้แดงนี่จำเป็นมั๊ย เอ้ย โกโบริ กับอังศุมาลินไปรักกันตอนไหน ผมก็ตอบได้เลยตอนนี้ทันทีว่า ก็หลังจากตอนที่ได้เสียเป็นผัวเมียกันในฉากเลิฟซีนขึ้นหิ้งอันลือลั่นสนั่นเน็ตนั้นแหละ ฉากนี้เล่าไม่ได้ต้องไปดูบทรักของหนุ่มญี่ปุ่นกับสาวไทยในโรงเอาเอง
ถ้าเรื่องมันมีแค่นี้ หนังมันควรจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งไปได้เลย แต่มันไม่ใช่ เพราะเมื่ออะไรๆมันทำท่าจะลงตัว คนรักเก่าของนางเอกดันกลับมาจากเมืองนอกพอดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไกด์ให้แค่นี้ที่เหลือไปดูเองนะจ๊ะ หนังมันก็แนวๆรักวัยรุ่นนี้แหละแต่มีฉากหลังเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีภาพสวยงาม มีสงคราม การเมือง เข้ามาเกี่ยวข้อง
จบ Guideline สำหรับคนสีขาว ที่เหลือข้างล่างนี่วิจารณ์ปน Spoil คนที่ยังไม่ดูไม่จำเป็นไม่ต้องอ่านจ้า
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อันนี้เป็นรีวิวตามสัญญา ไม่รู้ว่าเพราะผลข้างเคียงจากการเป็นแฟนคลับณเดชน์ ความสงสาร โกโบริ เห็นใจอังศุมาลิน หรือ เพราะเสียง ซื้ดๆ จากคุณผู้หญิงที่นั่งข้างๆกันแน่ ที่ทำให้ผมเสียน้ำตากับหนังเรื่องนี้จนได้ แต่ไม่ใช่เสียน้ำตาให้โกโบรินะ ผมเสียน้ำตาให้ อังศุมาลินเฉยเลย ผิดวัตถุประสงค์ผู้สร้างปะเนี่ย 55+ ผมรู้สึกว่าโกโบริเป็นคนเข้มแข็งร่าเริง มองโลกในแง่ดีเป้นนิตย์ แม้จะตายโดยปราศจากคนที่เขารัก ก็ยังยิ้มบอกลากับหมอโยชิได้ (โกโบริไม่รู้นิว่าหนูอังฯจะมาดูใจไหม ) แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่เข็มแข็ง จึงไม่สงสารกับการตายของโกโบริซักเท่าไหร่
ถึงตายไปนิสัยอย่างแกก็คงไม่เศร้าอยู่ดี ประกอบกับหนังขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน ลงท้ายเป็นมะนิลาซะงั้น เพราะเหมือนจะเริ่มให้เป็นเรื่องของโกโบริ โกโบริควรจะเป็นตัวเดินเรื่อง และ ควรจะจบด้วยเรื่องของโกโบริ แต่ผมเห็นว่าทุกอย่างที่โกโบริทำ เหมือนการวิ่งวนรอบตัวอังศุมาลิน ณเดชน์มีบท มีความเคลื่อนไหวมากกว่าก็จริง แต่ริชชี่ก็ต้องแบกน้ำหนักของเรื่องไม่น้อยกว่ากัน ยิ่งช่วงท้ายเรื่อง ผลการกระทำของตัวละครกลับตกไปที่ อังศุมาลินทั้งหมด แม้กระทั่งตอนจบ คำโปรยหัวเรื่องถึงจุดหมายการมาเมืองไทยของโกโบริในการรพยายามจะต่อถ้วยแก้วที่แตกหนังกลับไม่ให้คำตอบเลยว่า โกโบริได้ทำมั๊ย อะไรยังไง แต่สิ่งที่รู้ก็คือ โกโบริเหมือนเป็นดวงอาทิตย์ที่สว่างสดใส ให้ความอบอุ่น แก่หัวใจที่ตึงเครียดและอมทุกข์ของอังศุมาลิน (น่าจะสลับความหมายชื่อกันนะ ) แต่อังศุมาลินพยายามที่จะไม่ยอมรับมันเพราะมีเหตุผลที่ขัดแย้งกับความตั้งใจของตนเองอยู่ลึกๆภายใน เลยกลายเป็นอังศุมาลินที่ดูระทมทั้งเรื่อง และพอความขัดแย้งในใจถูกปลดชนวนโดยแฟนเก่าซึ่งถ้ามาไวกว่านี้คงจบแฮปปี้ไปแล้ว อังศุมาลิน แทนที่จะประสบกับความสุข กลับ พบโศกนาฎกรรมรออยู่แทนซะงั้น ดูหนังจบผมสงสัยเลยว่า แล้วชีวิตผู้หญิงชื่ออังศุมาลิน จะอยู่ต่อไปยังไง จบแล้ว เลยโคตรสงสารอังศุมาลิน
สรุป: ผมคิดว่าหนังหลงทาง ตั้งใจจะแหวกแนว Present ในมุมโกโบริ แต่อาจถูกบทประพันธ์ดึงกลับเลยกลับไปออก อังศุมาลิน รึเปล่า ? หนังแบบนี้มันต้องจบด้วยเสียงบรรยาย หรือข้อสรุป ของโกโบริด้วยซ้ำว่าตัวเองมาสงครามเมืองไทยครั้งนี้ ได้อะไร เสียสิ่งใด ยังไง พอใจไหมกับการตายครั้งนี้ ประมาณนั้น ด้วยบทสรุปไม่ชัดเจนอะไรมากไปกว่าพระเอกตาย และ หนังทำในแนวคิดเอาว่าคนดูรู้เรื่องอยู่แล้วมั้ง คนไม่เคยดูเลยไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้น และ ภาพช่วงเวลาแห่งความสุขของโกโบริและอังศุมาลินถูกดึงขึ้นไม่สุด (เหมือนจะมีแค่ 2 ฉากเอง คือฮากนั่งกันเป็นครอบครัวในหลุมหลบภัย และ ฉากบอกรักที่ท่าน้ำ ) เวลาขยี้ด้วยการพลัดพรากจากความตายความเศร้ามันจึงไม่แรง
หนังภาพสวยดี ฉาก คน พร๊อพ ดูลงทัน อลังการ ไม่ขัดตา ดูได้เพลินๆ แถมดนตรีประกอบทำให้เคาะเท้าไปดูไปได้ ผมชอบดนตรีประกอบหนังนะ แต่ก็มีจุดขัดใจคือเสียงนางเอก และ เสียงในหัวตัวละครที่ว่ากันนั้นแหละ ส่วนการตัดต่อดำเนินเรื่อง ไม่รู้แหะ ผมไม่รู้เรื่องคู่กรรมมาก่อนแต่คิดว่าดูเข้าใจนะ ( เข้าใจตามที่เขียนมานะแหละ คนเขียนบทอาจด่ายับแล้วก็ได้ 555+)
ณเดชน์ :คงไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะเป็นที่ยอมรับนฝีมือโดยทั่วกัน แต่เฉพาะฉากเลิฟซีนนี่ต้องบอกว่ามีความเป็นศิลปินในตัวสูงจริงๆ ฉากนี้ ณเดชน์แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่าง ดารานำยอดนิยม กับ Somebody ในการแสดงได้เป็นอย่างดี (อวยเต็มที่อะ )
ริชชี่ :หน้าตาน่ารัก การแสดงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่โดนเขาด่า เป็นอังศุมาลินที่ จิ้มลิ้มน่าจีบมักๆ แต่เสียงพูดยังต้องปรับปรุง อย่างแรง พากษ์ทับใหม่ได้ก็ดี
โอกาสในต่างประเทศ : ผมว่าคนต่างชาติดูก็ต้องเข้าใจประมาณที่ผมดูนี่แหละ แถมเสียงนางเอกถูกพากษ์ทับน่าจะช่วยเหลือหนังดีขึ้น 555+
คะแนน : เอาเทียบกับหนังไทยที่ชอบละกันนะ ให้น้อยกว่าโหมโรง 5555+
ขอขอบคุณที่ทนอ่าน จบละจ้า
[CR] ภาพยนตร์ คู่กรรม 2013 สำหรับคนสีขาวที่ไม่เคยดู คู่กรรม เวอร์ชั่นใดๆ ไม่เคยอ่านบทประพันธ์มาก่อน น่าจะมีประโยชน์
0.ไม่ใช่นักวิจารณ์ แค่รีวิวส่วนตัว อย่าเชื่อถือมาก
1.แฟนคลับณเดชน์ ส่วนที่เกี่ยวกับณเดชน์แนะนำให้หาร 100 วะฮ่าๆๆ
2.เอาใจช่วยน้องนางเอก ส่วนที่เกี่ยวกับนางเอกหารซัก 10 ละกัน
3.ไม่เคยดูผลงานผู้กำกับ ค่ายหนัง เพิ่งเคยเห็น โลโก้ M39 บนจอครั้งแรก
4.ไม่เคยอ่านบทประพันธ์ ไม่เคยดูหนัง หรือละครคู่กรรม แต่ก็รู้แบบคนทั่วไปต้องถูกบังคับให้รู้ คือ พระเอกเป็นทหารญี่ป่น นางเอกเป็นสาวไทย และตอนจบพระเอกตาย
5.หนังไทยที่ชอบที่สุด โหมโรง
ส่วนแรกออกแนว Guideline แนะนำเนื้อเรื่องมากกว่าวิจารณ์หนังนะขอรับแฟนบทประพันธ์ หรือคนเคยดูคู่กรรมแล้ว อ่านแล้วอาจบอกว่าคู่กรรมอะไรของเมริงแต่สำหรับคนสีขาวผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์
หนังเริ่มด้วยจุดมุ่งหมายในการมาเมืองไทยของโกโบริ ซึ่งทุกคนที่ได้ดูตัวอย่างหนังก็รู้กันทั้งบางแล้วว่า โกโบรินั่งรถไฟมาเมืองไทย
ก็ไม่รู้ล่ะว่าพระเอกหมายมั่นจะมาเจออะไรที่นี่ แต่หนังโปรยไว้ว่า เพื่อภารกิจปกป้องและเชื่อมสัมพันธไมตรีกับไทย ภายใต้ความเคลือบแคลงสงสัยว่าการพยายามจะต่อถ้วยแก้วที่มันแตกแล้ว เป็นการพยายามที่ไร้ค่าหรือไม่
โกโบริ นายร้อยทหารญี่ปุ่นหนุ่มที่มีลุงเป็นนายทหารระดับสูง ที่แกได้เป็นนายร้อยนี่ไม่รู้เพราะลุงแกเป็นนายพล หรือ เพราะแกเรียนมาสูงหนังไม่ได้บอกแต่น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะเป็นถึงนายช่าง และ ทำหน้าที่เป็นล่ามด้วย โกโบริ คงเป็นทหารญี่ปุ่นที่คงไม่ใช่ทหารโดยสายเลือด ถ้าให้เดาจากหนังคงออกแนวพลเรือนที่ถูกเกณฑ์มากกว่า แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ความไม่เป็นนายทหารโดยสายเลือดนี่แหละ ที่เมื่อทหารญี่ปุ่นหนุ่มรูปหล่อจากญี่ปุ่นมาเมืองไทย แล้วเจอสาวน้อยตกน้ำมาลอยคอแอบดูทหารญี่ปุ่นก็เกิดปิ้งทันทีตั้งแต่แรกเห็น จากนั้นก็ขายขนมจีบเทียวไล้เทียวขื่อสาวไทยชื่อ อังศุมาลิน ตลอดเวลา และถึงแม้ทางการทหารจะยังอ่อนเชิง แต่ชั้นเชิงจีนสาวของหนุ่มอาทิทย์อุทัยคนนี้ต้องเรียกว่าเข้าขั้นเอกอุ กอปรกับหน้าตาอันหล่อเหลาละม้ายกับดาราซุปตาเมืองไทย มีหรือ อังศุมาลิน สาวน้อยชาวไทยจะไม่หลงรัก ช่วงจีบกันมีฉากน่ารัก กุ๊กกิ๊กพอหัวเราะในลำคอได้หลายฉาก แบบหนังฟีลกู้ด ไปดูกันเอาเองนะจ๊ะ
มาจะกล่าวบทไปถึงอังศุมาลิน (นั้นลิเกแระ )เท่าที่หนังสื่อออกมา อังศุมาลินคือสาวน้อยที่ยังไม่รู้จักโลกดี ยังจัดการชีวิตตัวเองได้ไม่ดีนัก แต่ก็ไมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวพอที่จะรับรู้ถึงปัญหาของชาติ แถมยัง มีอุดมการณ์ร่วมช่วยกันกับขบวนการใต้ดินที่ต่อต้านญี่ปุ่นในไทยอีกด้วย และเป็นผู้หญิงที่มีความยึดมั่นถือมั่นสูง ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เธอมีความสุขดีอยู่กับชีวิตหรือเปล่า แต่ความไม่สุขเริ่มเข้ามาเยือนเธอเมื่อมีโกโบริเข้ามาในชีวิตนี่แหละ ที่ทำให้อังศุมาลินดูเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะ โกโบริคือตัวซวย แต่ เพราะโกโบริคือ สิ่งดีๆที่เข้ามาในขณะที่อังศุมาลินคิดว่าเธอมีมันอยู่แล้วต่างหาก และ ปัญหามันก็เกิดจากตรงนี้แหละ
ถามกันมาเหลือเกินว่าแล้วจีบกันไปจีบกันมา โกโบริ กับ อังศุมาลินไปรักกันตอนไหน ตอบได้เลยว่าเขาไม่ได้รักกันตอนจีบหรอก แค่เริ่มชอบๆ แต่ก็ดันมีเรื่องที่ทำให้ความเกลียดพุ่งปรี๊ด แซงความชอบเพราะทั้งคู่ถูกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายบังคับให้แต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง เหมือนเอามะม่วงที่ยังไม่สุกไปคลุมถุงบ่มยังไงยังงั้น จากที่เคยชอบๆ อังศุมาลินก็เลยปรี๊ดแตก คราวนี้แหละ คงมอง โกโบริเป็นตัวซวยนำความยุ่งยากในชีวิตมาให้เธอไปจริงๆเลย ในขณะที่โกโบริ หนุ่มญี่ปุ่นหน้ามนของเรา กลับจัดการปัญหานี้ได้ดีกว่า ใช้ความร่าเริง มองโลกในแง่ดี และ ความรักจากหัวใจที่ไร้เหตุผลสิ้นดี พยายามเอาชนะใจเธอ
ถึงตอนนี้ถ้าถามอีกที่ว่าไอ้แดงนี่จำเป็นมั๊ย เอ้ย โกโบริ กับอังศุมาลินไปรักกันตอนไหน ผมก็ตอบได้เลยตอนนี้ทันทีว่า ก็หลังจากตอนที่ได้เสียเป็นผัวเมียกันในฉากเลิฟซีนขึ้นหิ้งอันลือลั่นสนั่นเน็ตนั้นแหละ ฉากนี้เล่าไม่ได้ต้องไปดูบทรักของหนุ่มญี่ปุ่นกับสาวไทยในโรงเอาเอง
ถ้าเรื่องมันมีแค่นี้ หนังมันควรจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งไปได้เลย แต่มันไม่ใช่ เพราะเมื่ออะไรๆมันทำท่าจะลงตัว คนรักเก่าของนางเอกดันกลับมาจากเมืองนอกพอดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไกด์ให้แค่นี้ที่เหลือไปดูเองนะจ๊ะ หนังมันก็แนวๆรักวัยรุ่นนี้แหละแต่มีฉากหลังเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีภาพสวยงาม มีสงคราม การเมือง เข้ามาเกี่ยวข้อง
จบ Guideline สำหรับคนสีขาว ที่เหลือข้างล่างนี่วิจารณ์ปน Spoil คนที่ยังไม่ดูไม่จำเป็นไม่ต้องอ่านจ้า
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อันนี้เป็นรีวิวตามสัญญา ไม่รู้ว่าเพราะผลข้างเคียงจากการเป็นแฟนคลับณเดชน์ ความสงสาร โกโบริ เห็นใจอังศุมาลิน หรือ เพราะเสียง ซื้ดๆ จากคุณผู้หญิงที่นั่งข้างๆกันแน่ ที่ทำให้ผมเสียน้ำตากับหนังเรื่องนี้จนได้ แต่ไม่ใช่เสียน้ำตาให้โกโบรินะ ผมเสียน้ำตาให้ อังศุมาลินเฉยเลย ผิดวัตถุประสงค์ผู้สร้างปะเนี่ย 55+ ผมรู้สึกว่าโกโบริเป็นคนเข้มแข็งร่าเริง มองโลกในแง่ดีเป้นนิตย์ แม้จะตายโดยปราศจากคนที่เขารัก ก็ยังยิ้มบอกลากับหมอโยชิได้ (โกโบริไม่รู้นิว่าหนูอังฯจะมาดูใจไหม ) แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่เข็มแข็ง จึงไม่สงสารกับการตายของโกโบริซักเท่าไหร่
ถึงตายไปนิสัยอย่างแกก็คงไม่เศร้าอยู่ดี ประกอบกับหนังขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน ลงท้ายเป็นมะนิลาซะงั้น เพราะเหมือนจะเริ่มให้เป็นเรื่องของโกโบริ โกโบริควรจะเป็นตัวเดินเรื่อง และ ควรจะจบด้วยเรื่องของโกโบริ แต่ผมเห็นว่าทุกอย่างที่โกโบริทำ เหมือนการวิ่งวนรอบตัวอังศุมาลิน ณเดชน์มีบท มีความเคลื่อนไหวมากกว่าก็จริง แต่ริชชี่ก็ต้องแบกน้ำหนักของเรื่องไม่น้อยกว่ากัน ยิ่งช่วงท้ายเรื่อง ผลการกระทำของตัวละครกลับตกไปที่ อังศุมาลินทั้งหมด แม้กระทั่งตอนจบ คำโปรยหัวเรื่องถึงจุดหมายการมาเมืองไทยของโกโบริในการรพยายามจะต่อถ้วยแก้วที่แตกหนังกลับไม่ให้คำตอบเลยว่า โกโบริได้ทำมั๊ย อะไรยังไง แต่สิ่งที่รู้ก็คือ โกโบริเหมือนเป็นดวงอาทิตย์ที่สว่างสดใส ให้ความอบอุ่น แก่หัวใจที่ตึงเครียดและอมทุกข์ของอังศุมาลิน (น่าจะสลับความหมายชื่อกันนะ ) แต่อังศุมาลินพยายามที่จะไม่ยอมรับมันเพราะมีเหตุผลที่ขัดแย้งกับความตั้งใจของตนเองอยู่ลึกๆภายใน เลยกลายเป็นอังศุมาลินที่ดูระทมทั้งเรื่อง และพอความขัดแย้งในใจถูกปลดชนวนโดยแฟนเก่าซึ่งถ้ามาไวกว่านี้คงจบแฮปปี้ไปแล้ว อังศุมาลิน แทนที่จะประสบกับความสุข กลับ พบโศกนาฎกรรมรออยู่แทนซะงั้น ดูหนังจบผมสงสัยเลยว่า แล้วชีวิตผู้หญิงชื่ออังศุมาลิน จะอยู่ต่อไปยังไง จบแล้ว เลยโคตรสงสารอังศุมาลิน
สรุป: ผมคิดว่าหนังหลงทาง ตั้งใจจะแหวกแนว Present ในมุมโกโบริ แต่อาจถูกบทประพันธ์ดึงกลับเลยกลับไปออก อังศุมาลิน รึเปล่า ? หนังแบบนี้มันต้องจบด้วยเสียงบรรยาย หรือข้อสรุป ของโกโบริด้วยซ้ำว่าตัวเองมาสงครามเมืองไทยครั้งนี้ ได้อะไร เสียสิ่งใด ยังไง พอใจไหมกับการตายครั้งนี้ ประมาณนั้น ด้วยบทสรุปไม่ชัดเจนอะไรมากไปกว่าพระเอกตาย และ หนังทำในแนวคิดเอาว่าคนดูรู้เรื่องอยู่แล้วมั้ง คนไม่เคยดูเลยไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้น และ ภาพช่วงเวลาแห่งความสุขของโกโบริและอังศุมาลินถูกดึงขึ้นไม่สุด (เหมือนจะมีแค่ 2 ฉากเอง คือฮากนั่งกันเป็นครอบครัวในหลุมหลบภัย และ ฉากบอกรักที่ท่าน้ำ ) เวลาขยี้ด้วยการพลัดพรากจากความตายความเศร้ามันจึงไม่แรง
หนังภาพสวยดี ฉาก คน พร๊อพ ดูลงทัน อลังการ ไม่ขัดตา ดูได้เพลินๆ แถมดนตรีประกอบทำให้เคาะเท้าไปดูไปได้ ผมชอบดนตรีประกอบหนังนะ แต่ก็มีจุดขัดใจคือเสียงนางเอก และ เสียงในหัวตัวละครที่ว่ากันนั้นแหละ ส่วนการตัดต่อดำเนินเรื่อง ไม่รู้แหะ ผมไม่รู้เรื่องคู่กรรมมาก่อนแต่คิดว่าดูเข้าใจนะ ( เข้าใจตามที่เขียนมานะแหละ คนเขียนบทอาจด่ายับแล้วก็ได้ 555+)
ณเดชน์ :คงไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะเป็นที่ยอมรับนฝีมือโดยทั่วกัน แต่เฉพาะฉากเลิฟซีนนี่ต้องบอกว่ามีความเป็นศิลปินในตัวสูงจริงๆ ฉากนี้ ณเดชน์แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่าง ดารานำยอดนิยม กับ Somebody ในการแสดงได้เป็นอย่างดี (อวยเต็มที่อะ )
ริชชี่ :หน้าตาน่ารัก การแสดงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่โดนเขาด่า เป็นอังศุมาลินที่ จิ้มลิ้มน่าจีบมักๆ แต่เสียงพูดยังต้องปรับปรุง อย่างแรง พากษ์ทับใหม่ได้ก็ดี
โอกาสในต่างประเทศ : ผมว่าคนต่างชาติดูก็ต้องเข้าใจประมาณที่ผมดูนี่แหละ แถมเสียงนางเอกถูกพากษ์ทับน่าจะช่วยเหลือหนังดีขึ้น 555+
คะแนน : เอาเทียบกับหนังไทยที่ชอบละกันนะ ให้น้อยกว่าโหมโรง 5555+
ขอขอบคุณที่ทนอ่าน จบละจ้า