รัฐบาลครับ ผมเบื่อการทำงานแบบไม่รู้เขารู้เราของพวกท่านจริงๆนะครับ

กระทู้สนทนา
จนป่านนี้รัฐบาลยังไม่รู้อีกหรือครับ การศึกนั้น รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา ดังนั้นวันนี้ผมจึงอยากนำเสนอวิธีการใหม่ เพื่อให้การทำงานราบรื่นกว่าที่ควรเป็นครับ

รัฐบาลครับ ทำไมรัฐบาลไม่บอกว่า การเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้ รัฐบาลจะไม่กู้ด้วย พรก.กู้เงินเหมือนที่ ปชป.ทำไว้ แต่จะใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีในการขับเคลื่อนประเทศล่ะครับ

แล้วคุณอภิสิทธิ์จะได้ออกมาทักท้วงการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี หากเกิดความไม่แน่นอน อาจทำให้การนำเงินมาใช้สะดุดก็ได้ ที่ถูกควรจะเป็น พรบ.กู้เงิน ที่ต้องผ่านสภากลั่นกรองจะดีกว่า รัฐบาลต้องรู้จักคิดยาวๆ คิดไกลๆนะครับ อย่าแค่หาเสียงระยะสั้นแบบนั้น

รัฐบาลก็อาจแย้งไปว่า พรบ.กู้เงินอาจจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้

คุณอภิสิทธิ์คงจะตอกกลับมาว่า พรบ.กู้เงิน ต้องตั้งคุณกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด และเป็นหน้าที่ของรัฐสภา จะขัดต่อกฎหมายได้อย่างไรกัน ข้อสำคัญ พรบ.กู้เงินยังต้องกลั่นกรองจากสภา ไม่ใช่ พรก.กู้เงินสมัยผม ที่นำเข้าสภาแค่ให้รับหรือไม่เท่านั้น ซึ่งสุดท้ายสภาก็ใช้พวกมากลากไปจนสำเร็จ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลใช้ พรบ.กู้เงินดีกว่า โปร่งใสกว่า พรก.กู้เงินและยังไม่ต้องบิดบังงบประมาณประจำอีกด้วย เรื่องดีๆอย่างนี้รัฐบาลกลับคิดไม่เป็น ผมล่ะอดเป็นห่วงไม่ได้

รัฐบาลอาจต้องเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้ รัฐบาลจะค่อยๆทำให้สำเร็จลุล่วงเป็นโครงการๆไป เพื่อไม่ให้กระทบกับฐานะด้านการเงิน

คุณอภิสิทธิ์คงต้องเสนอแนวคิด ควรจะจัดทำการทั้งระบบให้ทั่วถึง เพื่อให้ประเทศได้พัฒนาพร้อมๆกัน อีกทั้งยังสามารถรู้กรอบวงเงินที่ชัดเจน ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ซึ่งไม่รู้ว่าต่อไปจะขึ้นอีกเท่าไหร่ รัฐบาลต้องหัดคิดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศมากกว่าผลประโยชน์ของตัวเองและพรรค

รัฐบาลต้องออกมาแสดงความเป็นห่วงเรื่องหนี้ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน อัตราดอกเบี้ยอาจเพิ่มมากกว่าที่คาดการณ์ นั่นหมายถึงประชาชนอาจเป็นหนี้เพิ่มอีก จนชาตินี้หรือชาติหน้าก็ใช้ไม่หมด

คุณอภิสิทธิ์คงจะออกมาแสดงวิสัยทัศน์ เรื่องแผนพัฒนามีระยะเวลา 7 ปี หลังจากโครงการเสร็จเรียบร้อย นั่นหมายถึงผลประโยชน์อันมหาศาลที่จะได้รับกลับคืนมา อาจจะมากเพียงพอที่จะให้รัฐบาลชำระหนี้ให้หมดก่อนกำหนดมากมายก็ได้ ตัวอย่างเหมือนกรณีไอเอ็มเอฟ ที่ตอนนั้นใครๆก็คิดชาติหน้าถึงจะใช้หนี้หมด แต่คุณชวนก็สามารถชะระหนี้จนเหลือไม่กี่พันล้าน แล้วสุดท้ายก็มีคนมาชุบมือเปิบใช้หนี้หมดก่อนกำหนดเสียด้วยซ้ำไป ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่โง่จนทำให้ประเทศต้องหยุดชะงักอีกเลย เราเสียเวลากันมามากพอแล้ว

รัฐบาลคงต้องเสนอการพัฒนาคมนาคมครั้งนี้ ต้องครอบคลุมไปทั้งประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเป็นเส้นทางสำหรับเชื่อมต่อกับต่างประเทศ เพื่อต้อนรับเออีซีที่ใกล้จะถึงในสองปีข้างหน้า

คุณอภิสิทธิ์คงจะออกมาสอน ควรจะทำให้เท่าที่จำเป็นก่อน แล้วค่อยต่อยอดทีหลัง เพราะถ้าครอบคลุมทั้งประเทศ คงต้องใช้เม็ดเงินเกินกว่าเป้า 2.2 ล้านล้านที่ตั้งไว้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าส่วนไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน เดี๋ยวจะต้องเสียค่าโง่เหมือนกรณีโฮปเวลก็ได้ เส้นไม่ใหญ่อย่าริเลยครับ เดี๋ยวจะทำให้กระบวนการยุติธรรมเราเสื่อมเสียมากไปกว่านี้เปล่า

รัฐบาลต้องพูดถึงเรื่องรถไฟความเร็วสูง มีไว้เพื่อจุดมุ่งหมายสำคัญคือการขนส่งนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง

คุณอภิสิทธิ์คงต้องออกมาตำหนิรัฐบาลที่ไม่มีวิสัยทัศน์ เพราะยังมีที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การขนส่งด้านเกษตร ซึ่งประเทศไทยต้องสูญเสียกับการเน่าเสีย ด้วยการขนส่งที่ล้าหลัง จนทำให้ประเทศเสียหายปีหนึ่งเท่าโน้นเท่านี้ ดังนั้นรัฐบาลควรจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางเกษตรควบคู่กันไป เรื่องแบบนี้คิดเป็นไหม

รัฐบาลควรจะเสนอการลงทุนรถไฟความเร็วสูง จะใช้วิธีลงนามความเข้าใจกับต่างประเทศ เพื่อความสบายใจหลายฝ่าย

คุณอภิสิทธิ์ก็จะออกมาสอนมวยรัฐบาล การลงนามเอ็มโอยูอาจมีข้อจำกัด เพราะประเทศที่มาลงทุนคงไม่ยอมเสียเปรียบ อาจเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยี่ของเขา หรือสัญญา 50 ปี ต้องให้สิทธิการใช้ที่ดิน และอื่นๆอีกจิปาถะ แล้วรัฐจะยอมรับอย่างนั้นหรือ คิดตื้นๆอย่างนี้ ไม่รู้เป็นรัฐบาลได้อย่างไรกัน

รัฐบาลอาจต้องหารือกับดีเอสไอ ให้หาทางออกด้วยการยกเลิกการฟ้องทุกข้อหาของคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกถึงการกลั่นแกล้ง

คุณอภิสิทธิ์ก็คงไม่ยอม แล้วออกมาสอนเชิงเรื่องการแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ สุ่มเสี่ยงต่อผิดกฎหมายมาตรา 157 ควรจะดำเนินให้เต็มที่ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อรักษากฎหมายบ้านเมือง อย่าไปแคร์เสียงนกเสียงกาเลยเรื่องการกลั่นแกล้ง เพราะเคยทำงานร่วมกับอธิบดีคนนี้ดี รู้ว่าท่านอธิบดีคนนี้เป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการไทยในเวลานี้

รัฐบาลครับ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรบอกให้เลิกแก้ไขเถิดครับ อ้างไปเลยว่า เพื่อไม่ต้องการอุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรง จนนำไปสู่ความขัดแย้ง

คุณอภิสิทธิ์ก็อาจออกมาต่อว่าที่รัฐบาลไม่ยอมทำตามนโยบายที่นำเสนอ เท่ากับโกหกประชาชน และยังไม่มีความกล้าหาญพอ ปล่อยให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งฝ่ายค้านรับไม่ได้

ส่วนเรื่องการปรองดอง รัฐบาลอาจต้องแสดงจุดยืน หยุดปรองดอง หยุดสมานฉันท์ แล้วเดินหน้าบริหารประเทศเพียงอย่างเดียว เพื่อไม่ให้สังคมต้องขัดแย้งมากไปกว่านี้

คุณอภิสิทธิ์ก็คงออกมาตำหนิในความคิดไม่สร้างสรรค์แบบนี้ เพราะคุณอภิสิทธิ์รู้ดีว่า ประเทศยากจะเดินหน้าได้ ถ้าคนในประเทศยังแตกแยกกันอยู่ แล้วคุณอภิสิทธิ์ก็จะยกเอาสมัยเป็นรัฐบาลที่พยายามจะปรองดองด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยกันให้คนร้องเพลงชาติ และถึงขั้นพยายามปราบปรามอย่างหนัก เพื่อให้อีกฝ่ายยอมสยบแล้วมาปรองดองกันเสีย แต่ก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นคุณอภิสิทธิ์อาจแนะให้รัฐบาลลองใช้แผนนิรโทษกรรมดูบ้าง ไม่ต้องห่วงว่าคุณทักษิณจะได้ประโยชน์ เพราะคนในพรรคล้วนแต่ก้าวพ้นคุณทักษิณไปหมดแล้ว และถ้าการนิรโทษกรรมเพียงคนเดียว สามารถทำให้หยุดความแตกแยกได้ รัฐบาลควรจะลองดู เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ที่คุณอภิสิทธิ์ยึดมั่นมาตลอด

อย่างนี้แล้วรัฐบาลค่อยกระมิดกระเมี้ยนทำตามที่คุณอภิสิทธิ์เสนอแนะ และยอมรับกับการท้วงติงของคุณอภิสิทธิ์แล้วกัน ปัญหาจะได้จบ

ส่วนเรื่องจุดยืนของคุณอภิสิทธิ์ รัฐบาลก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เพราะคุณอภิสิทธิ์เล่นการเมืองแบบวันต่อวัน เหมือนเล่นหุ้นครับ มีขึ้นมีลงทุกวัน ดังนั้นแม้แต่ตัวคุณอภิสิทธิ์เอง ผมยังมั่นใจว่า แกคงลืมไปหมดแล้วว่า แกเคยแสดงจุดยืนอะไรไว้บ้าง เพราะฉะนั้น ยห. อย่าห่วงเลยครับ เชื่อผมเต๊อะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่