เหยื่อคับแค้น
มันฯ มือ

ารประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา มีความคล้ายคลึง กับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ของสภาผู้แทนฯ
คือพรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ของตนเองได้ไม่เต็มร้อย
อย่าง
ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านเพื่อพัฒนาประเทศด้านการคมนาคมและระบบขนส่งขนาดใหญ่
ฝ่ายค้านก็ถูกค้ำคอด้วยพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง
ซึ่งปัจจุบัน
หลายโครงการอยู่ระหว่างตรวจสอบเพราะมีข้อร้องเรียนว่าอาจไม่โปร่งใส เช่น โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง เป็นต้น
ทีนี้พอมาถึง
คิวร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ฝ่ายค้านก็ตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับกรณีร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน
ค้านได้ไม่เต็มกระบอกสูบ
เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ฝ่ายค้านเคยพูดไว้เองว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขทั้งฉบับ แต่สนับสนุนให้แก้ไขแบบรายมาตรา
หากย้อนไปไกลกว่านั้น หัวหน้าฝ่ายค้านก็เคยพูดไว้ชัดเจนตอนทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ว่า
ให้รับไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขภายหลัง
ที่สำคัญในปลายรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ
ก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ในมาตราเกี่ยวกับกฎกติกาการเลือกตั้ง เพิ่มส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลดจำนวนส.ส.เขต
จนถูกสังคมนินทาโดยเปิดเผยว่า ต้องการสร้างความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ให้พรรคตัวเอง
แต่ถึงขนาดนั้นแล้วผลสุดท้ายในการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554
ก็ยังอุตส่าห์แพ้อีกจนได้
พอถึงทีรัฐบาลเพื่อไทยขอแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง ก็เลยไม่รู้จะคัดค้านอย่างไรให้มีน้ำหนักพอจะหยุดยั้งกระบวนการดังกล่าวได้
เพราะสิ่งที่คัดค้าน คือสิ่งที่ตนเองทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น
ก็เลยต้องหันมาเล่นเกมตีรวน พุ่งเป้าลากเอา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและรองประธานรัฐสภาลงจากบัลลังก์
มาเป็นเหยื่อระบายความคับแค้นอย่างที่เห็น
ที่มา...ข่าวสดออนไลน์ 4 เม.ย.56
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5UQXdNakExTVE9PQ==§ionid=
????????????????????????????????????
".....เพราะ
สิ่งที่คัดค้าน คือสิ่งที่ตนเองทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น....."
แค่ประโยคนี้บรรทัดเดียว
"แหล ร้อยศพ" ก็ไร้ค่าไร้ราคากลายเป็นสวะข้างบ่อน้ำเน่า
ที่สังคมเมินไม่มองหนักกว่าเดิม......
ไอ้กระผมน่ะ สงสารก็สงสาร "แหล" ยู้.....
แต่สะใจและสมน้ำหน้ามากกว่าฮับ....555
เหยื่อคับแค้น โดยมันฯ มือเสือ..มาดูพฤติกรรมของ"แหล ค้านแหลก"สิ่งที่กำลังคัดค้าน คือสิ่งที่ตนเองทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น โฮะๆ
มันฯ มือ
คือพรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ของตนเองได้ไม่เต็มร้อย
อย่างร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านเพื่อพัฒนาประเทศด้านการคมนาคมและระบบขนส่งขนาดใหญ่
ฝ่ายค้านก็ถูกค้ำคอด้วยพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง
ซึ่งปัจจุบันหลายโครงการอยู่ระหว่างตรวจสอบเพราะมีข้อร้องเรียนว่าอาจไม่โปร่งใส เช่น โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง เป็นต้น
ทีนี้พอมาถึงคิวร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ฝ่ายค้านก็ตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับกรณีร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน
ค้านได้ไม่เต็มกระบอกสูบ
เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ฝ่ายค้านเคยพูดไว้เองว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขทั้งฉบับ แต่สนับสนุนให้แก้ไขแบบรายมาตรา
หากย้อนไปไกลกว่านั้น หัวหน้าฝ่ายค้านก็เคยพูดไว้ชัดเจนตอนทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ว่า
ให้รับไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขภายหลัง
ที่สำคัญในปลายรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ในมาตราเกี่ยวกับกฎกติกาการเลือกตั้ง เพิ่มส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลดจำนวนส.ส.เขต
จนถูกสังคมนินทาโดยเปิดเผยว่า ต้องการสร้างความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ให้พรรคตัวเอง
แต่ถึงขนาดนั้นแล้วผลสุดท้ายในการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554
ก็ยังอุตส่าห์แพ้อีกจนได้
พอถึงทีรัฐบาลเพื่อไทยขอแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง ก็เลยไม่รู้จะคัดค้านอย่างไรให้มีน้ำหนักพอจะหยุดยั้งกระบวนการดังกล่าวได้
เพราะสิ่งที่คัดค้าน คือสิ่งที่ตนเองทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น
ก็เลยต้องหันมาเล่นเกมตีรวน พุ่งเป้าลากเอา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและรองประธานรัฐสภาลงจากบัลลังก์
มาเป็นเหยื่อระบายความคับแค้นอย่างที่เห็น
ที่มา...ข่าวสดออนไลน์ 4 เม.ย.56
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5UQXdNakExTVE9PQ==§ionid=
????????????????????????????????????
".....เพราะสิ่งที่คัดค้าน คือสิ่งที่ตนเองทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น....."
แค่ประโยคนี้บรรทัดเดียว
"แหล ร้อยศพ" ก็ไร้ค่าไร้ราคากลายเป็นสวะข้างบ่อน้ำเน่า
ที่สังคมเมินไม่มองหนักกว่าเดิม......
ไอ้กระผมน่ะ สงสารก็สงสาร "แหล" ยู้.....
แต่สะใจและสมน้ำหน้ามากกว่าฮับ....555