เมษาฯเดือดทักษิณสั่งลุย ปล้น2ล้านล้าน-แก้รธนสุไฟวิกฤติ ....วิเคราะห์.... ...แนวหน้าออนไลน์

กระทู้สนทนา
การเมืองเดือนเมษาฯนี้ส่อเค้าร้อนระอุเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้มีบารมีเหนือรัฐบาล
หุ่นเชิดและเจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงฉีกหน้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯหุ่นเชิด
ผู้เป็นน้องสาวด้วยการเข้ามาคุมพรรคเพื่อไทยด้วยตัวเองแบบ 100 % เต็มโดยล่าสุด
สไกป์มายังที่ประชุมพรรคเพื่อไทยสั่งการกำชับและถึงกับคาดโทษใน 2 เรื่องสำคัญยิ่งยวด
ที่ต้องผลักดันให้สำเร็จตามแผนการนั่นคือ เร่งผ่านร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน
2.2 ล้านล้านบาทเพื่อสร้างระบบคมนาคมขนส่งทั่วประเทศกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเป้าหมาย
แอบแฝงที่แท้จริงเพื่อฟอกโทษความผิดให้ตัวเองและปูทางไปสู่แผนผูกขาดอำนาจยึดครอง
ประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในอนาคต

รัฐบาลหุ่นเชิดที่บงการโดย พ.ต.ท.ทักษิณ เร่งรีบลุกลี้ลุกลนผลักดันโครงการเงินกู้ที่มีมูลค่าสูง
ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยซึ่งจะก่อหนี้เป็นภาระให้กับคนรุ่นหลังไปอีกนานถึง 50 ปีกว่าจะ
ใช้หนี้หมด โดยส่อพิรุธหมกเม็ดไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของโครงการ ตลอดจนใช้วิธีการ
นอกงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบและยังขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและ
กฏหมายว่าด้วยการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอีกหลายฉบับสะท้อนพิรุธส่อเจตนาที่จะทุจริต
คอร์รัปชั่นแสวงหาผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลและมีการตั้งข้อสังเกตุว่าโครงการนี้ถือเป็นเค้ก
ก้อนโตที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ความสำคัญและถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดในขณะนี้ยิ่งเสียกว่า
ความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเป้าหมายรองลงไป

สำหรับมูลค่าช่องทางการทุจริตหากประเมินเปรียบเทียบกับตัวเลขผลสำรวจวิจัยของมหาวิทยาลัย
หอการค้าไทยก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่าภายใต้รัฐบาลชุดนี้ผู้ประกอบการนักธุรกิจต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ
ผู้มีอำนาจทางการเมืองไม่ต่ำกว่า 30 % ของมูลค่าโครงการ นั่นเท่ากับว่าโครงการเงินกู้ก้อนมหึมา
2.2 ล้านล้านบาทจะมีการแสวงหาผลประโยชน์จากเงินสกปรกเป็นมูลค่าถึง 6.6 แสนล้านบาทเป็น
อย่างน้อยซี่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้ในการซื้อเสียงขยายอิทธิพลเพื่อผูกขาดอำนาจยึดครอง
ประเทศได้อย่างถาวร

นอกจากผลประโยชน์การกินค่าหัวคิวจากโครงการแล้ว ยังไม่ร่วมถึงผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งจาก
การกว้านซื้อที่ดินล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไรหรือธุรกิจต่างๆบริเวณที่เกิดโครงการมูลค่าอีกมหาศาล

ปฏิบัติการที่ส่อทุจริตครั้งมโหฬารเป็นประวัติการณ์ครั้งนี้ถูกตรวจสอบและต่อต้านอย่างหนักจาก
หลายฝ่าย ขณะที่รัฐบาลหุ่นเชิดพรรคเพื่อไทยพยายามแก้เกมด้วยการโหมโฆษณาชวนเชื่อสร้าง
ภาพอ้างความจำเป็นในการพัฒนาระบบคมนาคมให้ทันสมัยและลดต้นทุนการขนส่ง ขณะเดียวกัน
พยายามบิดเบือนว่าฝ่ายที่ออกมาต่อต้านว่าพยายามขัดขวางความเจริญของประเทศ ทั้งๆที่ความ
จริงประเด็นที่หลายฝ่ายคัดค้านไม่ใช่ตัวโครงการ แต่ต่อต้านวิธีการก่อหนี้มูลค่ามหาศาลอย่างไม่
ชอบมาพากลให้ประเทศด้วยวิธีการพิรุธหมกเม็ดซี่งเปิดช่องทางให้มีการทุจริตปล้นแผ่นดินอย่าง
มโหฬาร

นอกจากแผนจ้องสวาปามเค้กก้อนมหึมาในโครงการเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทแล้ว เป้าหมายรองของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือการบงการให้เครือข่ายระบอบทักษิณทั้งพรรคเพื่อไทยและกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา
(สว.) ที่เป็นร่างทรงเร่งเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 4 ประเด็นโดยอำพรางเป้าหมายแอบแฝงที่
แท้จริงนั่นคือ การแก้ไขมาตรา 68 เพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งที่ผ่านมาถูกตั้งข้อสังเกตุว่าเป็น
ร่างทรงระบอบทักษิณมาตลอดผูกขาดอำนาจในการรับคำร้องและวินิจฉัยในกรณีคำร้องที่เกี่ยวกับ
การล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยขจัดศาลรัฐธรรมนญซึ่งที่
ผ่านมาเป็นอุปสรรคขวากหนามของระบอบทักษิณให้พ้นทาง ซึ่งจะเป็นการเปิดช่องให้ระบอบทักษิณ
สามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างอยู่ในวาระที่ 3 ได้อย่างสะดวก

ทั้งนี้ เพราะก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งเสนอ
โดยพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เนื่องจากการกำหนดให้มีการ
จัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเท่ากับเป็นการล้มล้าง
รัฐธรรมนูญปัจจุบันซึ่งไม่ต่างอะไรจากการรัฐประหารประเทศโดยอาศัยเผด็จการรัฐสภาในคราบ
ประชาธิปไตย

การที่ระบอบทักษิณมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าผ่านวาระ 3 การแก้ไขมาตรา 291 อันจะนำไปสู่การมีส.ส.ร.
ร่างทรงมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับมีเป้าหมายแอบแฝงสำคัญอยู่ที่การมุ่งฟอกโทษความผิด
ทั้งหมดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อสามารถกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างเท่ๆ  และได้ทรัพย์สิน
46,000 ล้านบาทที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืน และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือแผนการที่จะแก้ไข
รัฐธรรมนูญเพื่อยุบเลิกหรือลดอำนาจของสถาบันหลักต่างๆของชาติ ตลอดจนองค์กรอิสระต่างๆที่เป็น
อุปสรรคขวากหนามต่อการแสวงหาผลประโยชน์และการผูกขาดอำนาจตามแผนยึดครองประเทศ
ในอนาคตของระบอบทักษิณ

เพราะฉะนั้นจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเองโดยไม่คำนึงถึงความหายนะของ
ชาติบ้านเมืองด้วยการบงการสั่งลุยใน 2 เรื่องใหญ่ดังกล่าวจึงเหมือนจุดชนวนระเบิดเวลาทางการเมือง
ลูกใหญ่ 2 ลูกซึ่งจะทำให้อุหภูมิการเมืองเดือนเมษาฯนี้มีแนวโน้มที่จะเดือดพล่านมากขึ้นทั้งในและ
นอกสภา เพราะนี่คือปฏิบัติการอย่างย่ามใจในแผนคิดปล้นแผ่นดินครั้งมโหฬารและรุกคืบหวังผูกขาด
อำนาจยึดครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งถือเป็นการท้าทายพลังมหาชนที่รู้ทันระบอบทักษิณ
ซึ่งพร้อมจะลุกฮือออกมาแสดงพลังครั้งใหญ่ตลอดเวลา

ทีมข่าวการเมือง

http://www.naewna.com/creative/46755

ดูเถอะ ...บ้านเมืองกำลังจะไปได้ด้วยดี  กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูง....
แก้รธน. ให้เป็นประชาธิปไตย ...ตามที่เพื่อไทย  หาเสียงไว้  แล้วมาอ่าน
คอลัมน์..แนวหน้า..ที่มีบก.เป็นส.ส. ปชป. ...วิเคราะห์ ดูสิ...ใครกันแน่
ที่สุมไฟวิกฤติ ...  คริ คริ ...อ่านกระทู้ คุณโพ้นฟ้า  เมื่อวาน  ดู..ดี๊ ..ดี
สำหรับการทำหน้าที่ของ คุณอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์
แล้วมาอ่านคอลัมน์นี้  ดููสิคะ ...หน้ามือ ..เป็น หลัง ... ?????......ยิ้ม...
... สาวเหลือน้อย..มองว่านี่คือ  ของจริง...ของปชป. ค่ะ เพราะ แนวหน้า  ต้อง
เรียกว่า เป็นกระบอกเสียงของ ปชป. .. ในสภา ..  แค่ ..สร้างภาพ ...เท่านั้น

๐๐๐๐๐ เทียบเหตุผลกู้2ล้านล้าน รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ๐๐๐๐๐
http://pantip.com/topic/30312904
อ้อ... แค่บทบาทของ ปชป. นะคะ ..ประเด็นอื่นไม่เกี่ยว ...



หัวเราะหัวเราะหัวเราะสาวแว่น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่