วัยรุ่น ไหว้พระ 9วัด อุบัติเหตุที่จะให้ต้องรู้สึกบาปไปตลอดชีวิต/ขับรถชนพระ/กับบทสรุปที่ว่าอย่าปากพล่อย

กระทู้คำถาม
เรื่องที่ผมจะแชร์ในวันนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23/03/12  ผมกับเพื่อนเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีฯ กันทั้งหมด5คน
มีเจตนาว่าจะไปไหว้พระ 9 วัดให้ครบ เพราะก่อนหน้านี้เคยไปแล้วแต่ ไหว้ไม่ครบ 9 วัด
จนมาทริปนี้วัดที่ 9 (วัดสุดท้าย) เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่จะต้องทำให้ผม และเพื่อนต้องจดจำไปตลอดชีวิต
_________________________________________________________


เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่ 6 โมงครับโดย ทริปนี้ผมเป็นคนจัดการเรื่องเส้นทางทั้งหมดโดยอาศัยข้อมูลตามเว็บต่างๆ
เราเดินทางกันไปถึงพระนครศรีอยุธยาประมาณ 8 โมงได้จากนั้นก็แวะวัดต่างๆที่กำหนดไว้ตามแผนที่
พอไหว้พระประธานที่วัดเสร็จก็จัดการถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญๆต่างๆ

ก็ตามภาษาวัยรุ่นครับ ไปถึงวัดไหนก็อัพรูปลง facebook
ระหว่างทาง เราก็หยอกล้อกันไปหยอกล้อกันมา ภาษาหยาบคาย กู- สิงฆ์สา ลา สัตว์ มากันเต็มไปหมด
ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้คิดกันเลยว่าสถานที่ไปเป็นสถานที่โบราญ มีนักรบ มีกษัตริย์ มีประมุก
มีดวงวิญญาญที่ปกปักรักษาสถานที่แห่งนั้น จนมาถึงวัดที่ 9 เราก็เจอกับอุบัติเหตุกับน้ำใจของคนพระนครครับ
ขอเล่าเรื่องต่อจากนี้ด้วยรูปเลยนะครับ ( ใช้กล้อง Iphone ถ่ายนะครับรูปอาจไม่ชัด )

- วัดที่ 1 วัดใหญ่ชัยมงคล


- วัดที่ 2 พันญเชิงวรวิหาร

- วัดที่ 3 วัดมงคลบพิตร

- วัดที่ 4 วัดแม่นางปลื่ม

- วัดที่ 5 มาถึงวัดธรรมมิกราช

- วัดที่ 6 พระเมรุราชิการาม

- วัดที่ 7 เดินทางสู่วัดเชิงท่า

- วัดที่ 8 วัดท่าการ้อง



__________________________________________
หลังจากเราไหว้พระวัดที่ 8 จบกำลังไปวัดที่ 9 (วัดสุดท้ายแล้วเชียว)

ขณะที่ผมกำลังจะขับรถเข้าวัด วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ขณะที่รถเลี้ยวเข้าหน้าปากซอยได้ครึ่งคัน
ก็ได้ยินเสียงร้องจากเพื่อนที่นั่งข้างหลัง ตอนแรกผมนึกว่าเพื่อนจะแค่ร้องธรรมดาเหมือนทุกๆครั้ง คงเพราะมีรถสวนมา หรือตามหลังมามั้ง
จู่ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์ มีพระสงฆ์ซ้อนท้ายมาด้วย ลักษณะรถมอเตอร์ไซค์เบียดมาทางซ้ายแล้วแซงขึ้นข้างหน้าเพื่อที่จะแซงผมไป
จากนั้นโคร่ม..... !!! อุบัติเหตุเกิดขึ้นครับ รถผมเฉี่ยวชนเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์ คนเจ็บตกรถและ ไถหลไปข้างหน้า(ไส่หมวกกันนอก)
ส่วนพระกลิ่งหลายตลบ



หลังจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นผมรีบเปิดประตูออกวิ่งไปหาพระก่อนเลย แต่พระกลับบอกว่า '' ไปดูคนขับเถอะนอนนิ่งเลยหน่ะ... ''
(คนเจ็บโดนรถมอเตอร์ไซค์ทับร่างอยู่ผมจัดการยกมอเตอร์ไซค์ขึ้นแล้ว พยุงพี่คนขับไปนั่งตรงร่มไม้ )
พี่คนขับมอเตอรไซค์บาดเจ็บมีรอยถหลอก ช้ำ ไม่มีอาการชาหรือตึงบริเวณไหน น่าจะไม่มีอะไรหัก
เมื่อรถร่วมกตัญญูมาถึงก็จัดแจงนำทั้งสองคนส่ง โรงพยาบาลครับ
ผมให้เพื่อนสองคนติดามรถคันนั้นไปด้วยเพื่อดูอาการ    

หลังจาก ผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
แพทย์แจ่งว่าคนขับมอเตอร์ไซค์ให้พักรักษาตัว รพ 1 คืนไม่มีอาการมึนหรือชา ตามส่วนต่างๆ ไม่มีกระดูกหัก
ส่วนประสงฆ์ปลอดภัย หัวมีรอยถลอก ตามแขนขามีรอยถลอก ฟกช้ำ แพทย์ก็ให้ยาและทำแผลให้

** พระนครศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี ***

หลังจากนำคนเจ็บส่ง รพ. ผมรอประกันที่จุดเกิดเหตุในใจคิดว่า เราไม่ผิดนะฝั่งเขา นั่นแระผิดแซงซ้ายขึ้นมา
แต่ก็คิดเผื่อไว้แล้วว่าคู่กรณี (มอเตอร์ไซค์) ต้องหัวหมอแน่คงจะเรียกค่าเสียหายแล้ว เบี่ยงเบนประเด็นคำให้การว่าฝ่ายตนเองถูก แล้วเรียกค่าเสียหายเยอะๆแน่อน (ในใจคิดเงินเดือน กูก็ไม่เยอะมากมายจะมีปัญญาจ่ายไหมวะเนี่ย จะเอาเงินที่ไหนสมองตอนนั้นอื้อไปหมด แต่เอาวะถ้าไม่มีตังก็ขึ้นศาล)

แต่เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ พระสงฆ์ (ขอใช้คำว่าหลวงพี่ เพราะพี่ท่านอายุไม่ถึง 30 อีกอย่างตอนพบกันท่านบอกให้เรียกหลวงพี่)
หลวงพี่ไม่แสดงอาการหงุดหงิดไม่พอใจ หรือโกธเลยแม้แต่น้อย ยิ้มแย้มแจ่มใส คุยตลกเฮฮามาก ไม่คุยเรื่องปัจจัยอะไรเลยสักนิด
( ตรงนี้ผมงง มากเพราะเคยเห็นพระรูปนึงแค่มอไซด์เฉี่ยวไม่โดนชน  แต่โวยวายแอ๊ะอะให้คนแถวนั้นดักมอไซค์เพื่อเอาเรื่อง )


ส่วนคนเจ็บหลังจากผมได้เข้าไปเยี่ยม ที่ รพ. ก็พบว่าพี่เค้าไม่เป็นอะไรมากแต่ให้การอะไรไม่ข้อยได้ แกบอกว่าแกมึน
มีแต่พระที่ให้การณ์ถึงเหตุการณ์ได้ดีที่สุด พระท่านก็แจงให้กับเจ้าพนักงานว่า '' ฝั่งผมไม่ผิด ฝั่งท่านก็ไม่ผิด เรามาช้าทั้งสองฝั่ง ''
เพราะมันเป็นอุบัติเหตุพอผมได้ยินเท่านั้นระครับ เอ่อ ...!  รู้สึกดีนะพระนครยังไม่สิ้นคนดีจริงๆอาจจะเป็นเพราะบุญที่เราได้ทำกันในวันนี้ด้วยมั้ง
เลยได้เจอกับคนดีๆพระดีๆคู่กรณีดีๆ อีกทั้งเจอตำรวจที่ดูแลประชาชนที่เรียกว่า ทำเพื่อประชาชนจริงๆ

หากเป็กรุงเทพฯตัวเองผิดแต่ออกมาโวยวายว่าตนถูก และพยามเรียกร้อง
ค่าเสียหายอะไรต่างๆจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่ากูไม่ยอมเจ็บฟรีหรอก  (แต่คนดีๆก็มี )

จากนั้นผมก็ ดำเนินเรื่องต่อที่ สน.
ผมได้พบกับร้อยเวรสืบสวนคนนึงชื่อ วชิระ อัมฤทธิ์ บอกได้เลยครับว่าพี่เขาทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ขอท้าวความถึงตำรวจบางคน
ที่เคยเจอนะครับพยาม เบนให้ฝั่งรถใหญ่เป็นคนผิดทั้งๆที่ถูกเพื่อได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเหตุกาณณ์ที่เกิดขึ้นแต่พี่ตำรวจคนนี้
เป็นกลางมากๆ ไม่เบนความผิดมาฝั่งผม และก็ไม่เบนความผิดฝั่งคู่กรณี   ในบันทึกประจำวัน พี่เขาก็ลงให้เป็นกลางครับ
ถ้าอ่านแล้วใจความประมาณว่า ประมาทร่วมก็ได้ ตรงนี้ต้องขอขอบคุณพี่เขาจริงๆครับ ขอบคุณมากๆ
แกแนะนำถึงการขับขี่ แกแนะนำถึงการเลี้ยวต่างๆด้วยคงเห็นพวกผมเป็นเด็กด้วยหล่ะมั้งแกเลยเอ็นดู

พอตกเย็นสามสี่ทุ่มผมกลับไปที่ รพ. นำ นม ขนม เครื่องใช้แปรงสีฟันต่างๆที่จำเป็นไปให้พี่คนขับมอเตอร์ไซค์
ก็ยังมิวายเจอ พี่ตำรวจคนนั้น (วชิระ อัมฤทธิ์ พี่แกเข้ามาดูเหตุรถบัสชนต้นไม้ครับสภาพตอนนั้นพี่แกโคตรโทรมอะ หน้ามัน
เหงื่อนี่เต็มตัวเลย.. หากเพื่อนๆในบอร์ดผ่านไปแถวนั้นหรือเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายอะไรแนะนำเลยครับติดต่อพี่ วชิระ อัมฤทธิ์ ก็ได้
พี่แกทำงานเพื่อ ประชาชนจริงๆอยากให้ตำรวจในด้านลบที่ถูกเผยแพร่ทางโซเชี่ยลมิเดี่ยต่างได้มาเห็นการทำงานของพี่แกจริงๆ

ผมเอาของเยี่ยมไปให้พี่คนขับรถมอเตอร์ไซค์ จากนั้นก็ขอตัวกลับก่อนพี่แกก็คุยได้เริ่มปกติแร่ะ
จากนั้นผมกับเพื่อน คิดว่ายังไงวันนี้ก็ต้องครบ 9 วัดแต่เวลานั้นมัน สามสี่ทุ่มแล้วจะหาวัดไหนละทีนี้
พี่ตำรวจคนเดิม แกแนะมาวัดนนึงผมจำชื่อวัดไม่ได้ ...... กำลังมีพิธีสวด 100 วันเจ้าอาวาด

วัดที่ 9....




--
-
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีประมาณนี้ครับ
ระหว่างเราเดินทางกลับผมก็เล่าให้เพื่อนฟังว่า
ตอนกูไปส่งหลวงพี่ที่วัด จู่ๆหลวงพี่ก็ถามว่า เราได้ไปพูดจาดูหมิ่น หยอกล้อ หรือ พูดหยาบคายสถานที่แถวนั้นหรือปล่า

ผมตอบไปว่า : มีครับ ก็พูดแกล่งกัน พูดแซวกันในวัด หรือมีการแซววัดในนั้นบ้างก็มี
หลวงพี่ : นั่นหล่ะ เรารู้มั้ยสถานที่พวกนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ นักรบ บรรพบุรุษเราอยู่ที่นี่เฝ้าที่นี่มากมายเขาได้ยิน เขาอาจจะไม่ชอบ
เขาอาจจะตามพวกเองมาตั้งแต่แรกก็ได้

พอผมได้ยินเท่านี้ละครับ ขนลุกเลยเลย มันก็น่าคิดนะครับว่าทำไมจู่ๆเรากำลังจะไหว้พระครบ 9 วัดแล้วดันมาเกิดอบุัติเหตุเสียก่อน
ตอนเกิดอุบัติเหตุผม (คนขับ) ไม่เห็นรถมอเตอร์ไซคู่กรณีเลย ทั้งๆที่วิ่งมาไม่าถึง 40กิโล นึกถึงคำที่เค้าเรียกกันว่าบังตาทันที
ใครบางคนอาจจะบังตาให้เกิดเรื่องพวกนี้ หรือใครบางคนอาจจะอยากให้ผมได้เจอเรื่องเหล่านี้แล้วมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆได้รับรู้
หลวงพี่ยังบอกอีกว่าบางทีหลวงพ่อศิลา(พระพุทธรูปประจำวัดหลวงพี่) คงอยากจะให้เรามาเจอกันก็ได้
ผมกับเพื่อนฟังแล้วก็หัวเราะ  ประมาณว่ากลบเกลื่อนกันไป
แต่ก็นั่นหล่ะ จะเรื่องอะไรก็ตามแต่ หรือจะเพราะความประมาทก็ตามแต่ อยากแชร์ให้เพื่อนๆรู้ว่าไปสถานที่สำคัญ
เราควรเครารพกฎ ไม่ใช่บ้านไม่ใช่เมืองเราไปที่ไหนใครมองเราอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้

// สุดท้ายนี้คือภาพของวัดที่หลวงพี่ใจดีคนนั้น จำวัดอยู่ครับ(ตอนถ่ายบังเอิญติดท่านมาด้วย)
เป็นวัดที่ไกลจากสถานที่เกิดเหตุ/ในตัวเมือง มากหลายกิโลเลยเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสได้แวะไปอยุธยา

สามารถแวะเข้าไปไหว้ท่านได้ เพราะวัดที่หลวงพ่อศิลาพระประธานวัดนนี้ตามประวัติแล้ว
มีเรื่องอัศจรรย์เหมือนกัน ท่านลอยน้ำมา (หลวงพี่เล่าให้ฟังแค่นี้แต่ไม่ได้ถามต่อ บริเวณวัดร่มรื่นมากครับ)
ผมคิดว่าหากมีทริปหน้าผมไม่พลาดแน่นอนที่จะนำสังฆทาน ไปถวายหลวงพี่





โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่