~o~o~O..รสก..O~o~o~ ....... มาลาพวงดอกไม้ ...... ~o~o~O..รสก..O~o~o~

กระทู้สนทนา

มาลาดวงดอกไม้ (ซ้ำ)           มาตั้งไว้เพื่อบูชา
ขอบูชาคุณพระพุทธ (ซ้ำ)       ผู้ได้ตรัสรู้มา
มาลาดวงดอกไม้  (ซ้ำ)          มาตั้งไว้เพื่อบูชา
ขอบูชาคุณพระธรรม (ซ้ำ)       ผู้ได้นำคำสอนมา
มาลาดวงดอกไม้ (ซ้ำ)           มาตั้งไว้เพื่อบูชา
ขอบูชาคุณพระสงฆ์(ซ้ำ)        ผู้ดำรงค์พระวินัย
คุณพระตรัยทั้งสามนี้(ซ้ำ)       พวกข้านี้ ขอบูชา
นำมาได้พร้อมแล้ว(ซ้ำ)          นำดวงแก้วอัญชลี
ขอให้พวกข้านี้ (ซ้ำ)              มีความสุข  ทุกเมื่อเทอญ......

                  http://www.youtube.com/watch?v=qB79Y7oKFms       







มาลัย   หมายถึง  ดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยลักษณะหนึ่ง โดยการนำดอกไม้ กลีบดอกไม้ และใบไม้ มาร้อยด้วยเข็ม
แล้วรูดออกใส่ด้ายผูกเป็นพวง มีลักษณะต่างๆ กัน  เช่น มาลัยกลม มาลัยเกลียว มาลัยสองชาย มาลัยซีก มาลัยลูกโซ่
เป็นต้น   ( พจนานุกรม   ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2546 :  859 )

"การร้อยมาลัยคงมีมาแต่ครั้นสมัยสุโขทัย เป็นการช่างฝีมือถือกำเนิดขึ้นภายในราชสำนัก  มาลัยถือเป็นของสูงใช้สำหรับ
เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินถวายเป็นพุทธบูชา  และใช้ในการประดับตกแต่งหมู่พระวิมาน พระแท่น  
ประโยชน์ของมาลัยนั้นแม้แห้งเหี่ยวไป ก็จำต้องนำมาอบน้ำปรุง ทำเป็นบุหงาถวายเจ้านาย  หาได้ทิ้งเสีย ด้วยถือกันว่าเป็น
ของสูง มิอาจจำเริญน้ำตามอย่างอื่นได้"  

การร้อยมาลัย เฟื่องฟูมากในสมัยรัชกาลที่ห้า แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  มีพระราชนิยมการทำดอกไม้สดของไทยเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะมีงานพระราชพิธีใด ๆ เจ้านายฝ่ายใน ต้องประกวดกันจัดแต่งดอกไม้มาถวายให้ทรงใช้ในงานนั้น ๆ เสมอ
                                                                                           ที่มา :  (เว็บเรือนไทย.com)



สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้รับการยกย่องว่า มีพระนามเลื่องลือในการร้อยพวงมาลัย คือแต่เดิมนั้นพวงมาลัย
ของไทยร้อยด้วยดอกมะลิ เป็นมาลัยสีขาวกลมแต่อย่างเดียว จะมีพิเศษบ้างก็เพียงทำเป็นเกลียว วนไปเรียกว่า มาลัยเกลียว
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงประดิษฐ์คิดร้อยมาลัย ด้วยดอกไม้ต่าง ๆ ไม่ใช้เพียงดอกมะลิอย่างเดียว แต่มีการ
ใช้ใบไม้แทรก ทำให้เกิดลวดลายและสีสันแปลกๆ

ในงานพระศพสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทร์มาตา ซึ่งเป็นพระมารดาของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง
และสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระองค์นี้ พระศพประดิษฐานอยู่ ณ วังสะพานถ่าน ( คือ ที่ตลาด
บำเพ็ญบุญ) สมเด็จพระพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ดำรัสให้ ท้าววรคณานันท์ ( ม.ร.ว.ปั้ม มาลากุล ) จัดทำมาลัยไปประดับพระศพ
เช่น ตกแต่งตามฉัตรรัดพระโกษ และแขวนตามประตู หน้าต่าง ตามประเพณีงานใหญ่ ๆ ของเจ้านายตลอดงานนี้ มาลัยตกแต่งเปลี่ยนสี
เปลี่ยนรูป เปลี่ยนแบบเรื่อย ๆ

จึงนับได้ว่าตั้งแต่บัดนั้น การร้อยมาลัยได้มีการวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าเดิม ที่เป็นต้นมาหลายแบบ และในระหว่างนั้นท่านเจ้าคุณ
ประยูรวงศ์ ก็ได้จัดทำมาลัยครุยขึ้นมา ท้าววรคณานันท์ เป็นผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าของมาลัยงามหลายแบบ และความรู้ความชำนาญ
ในเรื่องมาลัย ได้สืบต่อมาจนถึง ม.ล.ป้อง มาลากุล ผู้ซึ่งมีความสามารถ ในเรื่อง การทำดอกไม้สด และดอกไม้แห้งเป็นอย่างยิ่ง
                                                                                   ( อุมานราชธน, พระยา, 2516 :  11 )

เมื่อรัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต ทางราชสำนักอนุญาตให้ประชาชนนำพวงมาลัยเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้ (เข้าใจว่าจะเป็น
ครั้งแรก) ภายหลังชาวบ้านชาวเมืองจึงถือเป็นแบบอย่างใช้พวงมาลัยเคารพศพ

สมัยหลังๆ ชาวบ้านก็มีการใช้พวงมาลัยจึงกว้างขวางมากขึ้น นอกจากบูชาพระรัตนตรัย แล้วยังใช้บูชาแก้บนเทวดาอารักษ์ จนเกิด
มีกำหนดกฎเกณฑ์ว่าเทวดานั้นๆ ต้องถวายพวงมาลัยอย่างนั้น เช่น เจ็ดสี เจ็ดศอก กำหนดสี และความยาวของพวงมาลัยเพื่อใช้
แก้บน

ในประเพณีการแต่งงานของชาวบ้านไทย  แต่เดิมบ่าวสาวไม่มีพวงมาลัยสวมคอ เริ่มมีขึ้นอย่างแพร่หลายในสมัยส่งเสริมวัฒนธรรม
และ นิยมใช้พวงมาลัยสองชาย นิยมให้พวงมาลัยของเจ้าบ่าวยาวกว่าของเจ้าสาวเล็กน้อย แต่ก็มีเสียงตำหนิชื่อที่เรียกว่า ไม่เป็นมงคล
คือคำว่า สองชาย ดูเป็นเจ้าสาวจะเป็นหญิงไม่มีใจเดียว เข้าตำราไม่ให้มีหมอนข้างเป็นคู่ ถือกันจนถึงว่าดอกไม้ที่ทำพวงมาลัยก็ไม่ให้
ใช้ดอกจำปา เพราะเสียงไม่เป็นมงคล คล้ายจะทิ้งจะขว้างจะปา ทำให้เกิดการแตกแยก
                                                                                                               ที่มา :  ส.พลายน้อย


ชาติไทยเราไม่ใช่ชาติใหม่ และไม่ไช่ชาติที่เป็นคนป่า ชาติไทยเราได้เจริญรุ่งเรืองมาก พวงมาลัย เป็นศิลปะจากชาววังถึงชาวบ้าน
ทุกวันนี้ การร้อยพวงมาลัย ทำเป็นอาชีพให้มีรายได้จุนเจือครอบครัวได้หลายครอบครัว

น่าแปลกอีกอย่าง คือ คนไทย สมัยก่อนจะถือว่า พวงมาลัยที่ใช้ไหว้พระ จะไม่ทิ้งลงถังขยะ เพราะจะทำให้ไม่จำเริญ ท่านสอนให้
นำไปลอยน้ำ หรือเผาไฟมอดไหม้ไปเสีย แต่ก็มีบางคน รู้ว่าไม่ควรทิ้งขยะ ไม่ลอยน้ำ ไม่เผาไฟ นำไปแขวนตามต้นไม้ ยิ่งเป็นต้น
กล้วย หรือ ต้นไม้ใหญ่ๆ จากพวงมาลัยพวงเดียวเหี่ยวแล้ว จะมีอีกหลายพวง มาแขวนตาม แล้วต่อมาไม่นาน จะมีผ้าเจ็ดสี เจ็ดศอก
มาผูก มีศาลพระภูมิมาตั้ง เจ้าของพวงมาลัยพวงแรกที่นำมาแขวนไว้ กลับมาอีกที ต้องยกมือไหว้ต้นไม้ หรือต้นกล้วยที่ตัวเอง
แขวนพวงมาลัย นั้นด้วย เพื่อความจำเริญ.....

คนไทยโบราณ มีแต่คิดและอุตสาหะ ทำสถานที่ใหญ่โต ขนบธรรมเนียมประเพณี  งดงามปราณีตบรรจง ตั้งขึ้นไว้ให้มั่นคง
ขอพวกเราลูกหลาน จงรักษา วัฒนธรรม มรดกแห่งสังคม จารีตประเพณีไทย วิถีชีวิตไทย ของเราไว้ให้ดีที่สุด







การทำพวงมาลัยให้สดและอยู่นาน เพื่อการค้า ได้กำไรที่ดีนั้น ส่งผลเสียอย่างมากต่อสุขภาพโดยเฉพาะผู้เป็นโรคเกี่ยวกับ
ทางเดินหายใจ หืดหอบ อย่างมาก กลิ่นดอกไม้ธรรมชาติ มีความหอม บางชนิดบำรุงหัวใจและปอด แต่สารเคมี ทีนำมา
ใช้โดยเพื่อหวังผลกำไร เพิ่มเพียงเล็กน้อย กลับทำลายมรดก ศิลปไทยไปอย่างมาก แล้วใครจะซื้อ พวงมาลัยผสมสารเคมี


แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่