เป็นเรื่องราวของน้องสาวของ จขกท.เองค่ะ (จขกท. เรียนจบและทำงานแล้วนะคะ)
น้องสาวแท้ๆ คนสุดท้อง เรียนอยู่ชั้นป.6 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ในอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ชื่อย่อ รศ
จริงๆ เรื่องนี้ก็อยากให้มันจบ แต่ด้วยพฤติกรรมของคุณครูโรงเรียนนี้เอง ทำให้ จขกท. คิดว่า เหมือนมันไม่จบเลย เพราะวันนี้เป็นวันรับผลการเรียนของน้องสาว ซึ่งหมายถึง น้องสาวจบ ป.6 แล้ว แต่ปัญหาที่คิดว่าจะจบก็ไม่จบสักที
เรื่องมีอยู่ว่า ประมาณเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จะเป็นช่วงกีฬาสีของโรงเรียนนี้ น้องสาวได้ถูกคัดเลือกให้เป็นดรัมเมเยอร์ของสี ทางบ้านก็สนับสนุนค่ะ ให้ร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทางโรงเรียนมาตลอด ทั้งร้องเพลง เต้น สมัครประธานนักเรียน ฯลฯ
เรื่องการเป็นดรัมเมเยอร์สี น้องสาวบอกกับจขกท.เองว่า คุณครูหัวหน้าสีฝ่ายผู้ช่ายให้สั่งตัดชุดจากครูเอง จะได้เหมือนกันทั้งเซท ทางบ้านก็โอเค ไม่มีปัญหาอะไร
จนช่วงก่อนปิดวันหยุดปีใหม่ น้องสาวต้องไปวัดตัวเพื่อตัดชุด น้องสาวบอกว่าค่าชุดตัดเช่า 1,500 บาท ไม่รวมค่าแต่งหน้า ทำผม ทางบ้าน รวมจขกท.เองก็แบบ แพงจังเลย ตั้ง 1,500 ไปหาตัดหรือหาเช่าเองดีกว่ามั้ย เพราะเชื่อว่ามีที่ถูกกว่านี้แน่ และแบบชุดที่ตัดกับทางคุณครู ก็ไม่รู้ว่าจะสวยมั้ย เพราะแบบก็ไม่เห็น
จขกท. เลยให้น้องลองคุยกับเพื่อนๆ ที่เป็นดรัมเมเยอร์ด้วยกันว่าจะเอายังไง เพราะชุดแพงเกินไป จขกท.เลยเสนอว่าลองไปตัดชุดกันเองมั้ย ทั้งหมดเลย เผื่อจะได้ถูกกว่า 1,500 บาท (ซึ่งถูกกว่าแน่ๆ) เด็กๆ ที่เป็นดรัมเมเยอร์ 7 คน ก็ตกลงกันว่าจะไปตัดชุดด้วยกัน เพราะที่จขกท.หาได้ ชุดละ 700 บาท ถ้าแต่งหน้าด้วย เพิ่มอีก 100 บาท
พอเปิดปีใหม่ จขกท.ก็ไปหาคุณครูหัวหน้าสีผู้ชาย เพื่อคุยเรื่องชุดของน้องๆ ดรัมเมเยอร์
ปรากฎว่า คุณครูหัวหน้าสีไม่ยอม บอกว่าชุดทางร้านตัดไปแล้ว เสร็จแล้วด้วย จะให้ทำไง ยังไงก็ต้องจ่ายตังค์นะ 1500 ถ้าจะไปตัดชุดเอง หรือจะให้ครูเป็นคนออกเงินให้ 7 คน 1,500 ก็ปาไป 10,500 แล้ว ครูเป็นแค่ครูเงินเดือนแค่นี้ครูไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ยังไงนร.ก็ต้องเอา
จขกท.ก็ว่า เพิ่งวัดตัวไป ไม่น่าจะเริ่มตัดนะคะ เพราะที่ผ่านมาก็วันหยุดปีใหม่ ทางร้านก็คงไม่เริ่มตัดที ครูก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกให้ไปคุยกับคุณครูหัวหน้าสีฝ่ายหญิง จขกท.ก็ไปหาแต่ไม่เจอ เลยให้น้องสาวและน้องๆ คุยกับคุณครูแทนให้หน่อย
จนตอนเที่ยง น้องสาวโทรมาหาบอกว่า ครูผู้หญิงไม่ว่าอะไร จะไปตัดชุดเองก็ได้ ไม่มีปัญหา ทางจขกท. เลยบอกว่าเดี๋ยวจะให้วัดตัวนะ จะได้สั่งตัดเลย ผ่านไปสัก 30 นาที น้องสาวโทรมาบอกว่า คุณครูหัวหน้าสีฝ่ายชายเรียกดรัมเมเยอร์ ทั้ง 7 คนไปพบ บอกว่าถ้าใครจะไปตัดชุดกับน้องสาวจขกท. ก็ไปหาที่เดินเองละกัน ทำไมไม่คิดถึงครูบ้างเลย ครูต้องจ่ายเองเลยน่ะ ถ้าจะไปตัดเองทำไมไม่บอกครูก่อนตั้งแต่แรก ครูจะได้ไม่ต้องไปติดต่อทางร้านไว้ ครูถามอีกครั้งว่าใครจะไปตัดชุดกับน้องสาวจขกท.บ้าง ปรากฎว่าเด็กทั้งหมด ยกเว้นจขกท. บอกว่าไม่ตัดแล้ว จะไปตัดกับคุณครูเอง กลายเป็นว่างานนี้น้องสาวจขกท.ผิดไปเองเลย
จขกท.เลยบอกว่า อาว ก็ครูเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ไม่ให้ไปตัดชุดที่อื่น ทางเราก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าครูจัดการให้ก็ดี และค่าชุดคงไม่กี่บาท น้องก็บอกว่าไม่มีใครตัดชุดด้วยแล้วนะ จะให้ทำไง จขกท.เลยถามว่าอยากเดินมั้ย? น้องสาวบอกว่าไม่อยากเดินแล้ว เริ่มต้นก็มีปัญหา ค่าชุดก็แพง เจ้หาได้ที่ถูกแล้วแต่ไม่ได้ก็ไม่เอา ก็เลยวางสายไป
สักพักหนึ่ง คุณครูใหญ่ของโรงเรียนก็โทรเข้ามาทางมือถือของจขกท.เองเลยค่ะ คุยเรื่องชุดนี้ละคะ บอกว่าทางโรงเรียนไม่ได้บังคับนะคะที่ให้เด็กต้องตัดชุดกับคุณครู จะไปหาตัดเองก็ได้ จขกท.เองก็บอกว่าเข้าใจค่ะ ไม่เป็นไร แต่คิดว่าชุดที่คุณครูหามามันแพงจัง เพราะตอนเรียนมัธยม จัดกีฬาสี เรียนมหาลัย ค่าชุด ค่าใช้จ่าย ไม่ได้สูงขนาดนั้น คนละ 300 บาท รวมแต่งหน้าแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากมีปัญหา
จนตอนเย็นน้องสาวกลับจากโรงเรียน ก็นั่งคุยกัน ว่าจะเอายังไงดี
คุณพ่อ คุณแม่ก็อธิบายให้น้องสาวฟังว่า บ้านเราไม่ใช่จนนะ มีเงิน มีฐานะ แต่ไม่อยากให้ใช้จ่ายแบบไม่จำเป็นเลย 1500 บาท จ่ายได้ ไม่มีปัญหาหรอก แต่เหมือนมันไม่มีประโยชน์เลยนะ จ่าย 1500 เดินแค่ 2-3 ชม.ก็ต้องคืนร้านแล้ว ซื้อชุด ซื้อเสื้อผ้าดีๆ ในห้างมาใส่ยังได้เลย เป็นของตัวเองด้วย แต่นี้เหมือนเอาตังค์ไปทิ้งยังไงก็ไม่รู้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่งหน้า ไม่ใช่ไม่สนับสนุนให้ทำกิจกรรม แต่ถ้าเราเจอที่ดีกว่า หรือที่ถูกกว่าเหมาะสมแก่การจ่าย ก็ควรทำ
เรื่องการใช้จ่ายเงินควรต้องฝึกฝนตั้งแต่เด็ก ไม่ควรให้จ่ายฟุ่มเฟือย รู้ว่าควรค่าแก่การจ่ายเรื่องไหนบ้าง จริงๆ รร. คุณครูก็น่าจะสอนนะ มันเป็นภาคปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนเอาแต่ตำรา
ทางเราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่เราต้องคิดเป็น หากน้องคิดว่า ถ้าคิดไม่เหมือนคนอื่นแล้วมันผิด เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เราคิดว่าเราทำถูกรึเปล่า เราเก็บเงินไปทำอย่างอื่นก็ได้นะ
คุณพ่อยกตัวอย่างให้น้องสาวฟัง เรื่องตอนสร้างบ้านใหม่ ไปเดินดูงานเกี่ยวกับพวกวัสดุก่อสร้าง ไปเจอก๊อกน้ำอันนึง ราคา25,000 บาท สวยดีนะ แต่ตอนนั้นคุณพ่อไม่ตัดสินใจซื้อ เดินผ่านไปแค่บล็อคเดียว เจอก๊อกน้ำหน้าตาเหมือนกันเลย ราคา 7,000 บาท ใช้งานเหมือนกันด้วย ถามน้องสาวว่า เป็นน้องสาวจะเลือกซื้ออันไหน แม้ว่ามันจะคนละยี่ห้อกันก็ตาม คุณพ่อบอกว่าที่ใช้งานมา 7-9 ปี มันก็คือก๊อกน้ำอัน 7,000 บาทนั้นละ เห็นมั้ย เราได้เหมือนกัน แต่มูลค่าที่เสียไปต่างกัน อยู่ที่ว่าเรารู้ว่าเราควรเลือกอะไร อย่าเอาแต่ซื้อ และเป็นทาสของเงินนะ
น้องสาวบอก เข้าใจ ไม่อยากเดินแล้วด้วย วันรุ่งขึ้นน้องสาวก็ไปคุยกับคุณครูบอกว่าไม่เดินแล้วนะคะ ไม่อยากให้มีปัญหาใหญ่โต อีก 6 คน เค้ายังเดินเหมือนเดิม ยกเว้นหนูคนเดียวนะคะ และในวันนั้นครูก็หาเด็กมาเดินแทนน้องสาวได้เช่นกัน
จนวันกีฬาสี น้องสาวไม่ได้ไปร่วม เพราะถือว่าสละสิทธิ์แล้วเรื่องเดินพาเหรด เลยไปสมัครสอบเข้าต่อม.1 ที่กทม.
พอเปิดเรียน น้องสาวโดนคุณครูหัวหน้าสีผู้ชายคนเดิม ถามว่าทำไมไม่มาร่วมกิจกรรม อย่างนี้ต้องโดนทำโทษหรือหากิจกรรมอื่นแทนนะ น้องสาวก็ยอมทำกิจกรรมเพราะถือว่าไม่ได้มาร่วมกิจกรรมนี้จริงๆ (แต่น้องสาวก็เป็นนักกีฬาด้วยนะคะ) คุณครูให้น้องสาวทำความสะอาดบันไดอาคารเรียนตั้งแต่ชั้น 1-3 3 เวลา เช้า เที่ยง เย็น เป็นเวลา 5 วัน น้องสาวทำจนขาปวด ต้องหยุดเรียนเพราะเดินไม่รอดด้วย
เรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไป ก็คิดว่ามันคงจบจริงๆ เพราะทำกิจกรรมชดเชยแล้ว
แต่วันนี้ น้องสาวไปรับสมุดรายงานผลการเรียน ซึ่งน้องสาวก็เรียนดีค่ะ 3.8 กว่า แต่ Comment ที่คุณครูเขียนในสมุดรายงานคือ
เป็นเด็กที่กระตือรือร้นในการเรียน การทำกิจกรรมดี ช่วยเหลืองาน .......ว่าไป แต่มีประโยคหนึ่งบอกว่า ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัด
ทำให้จขกท.รู้สึกว่า มันไม่แฟร์สำหรับเด็กเลย เพราะน้องสาวก็ทำกิจกรรมชดเชยไปแล้ว มันน่าจะจบไปแล้ว คุณครูสับสนในตัวเองรึเปล่าไม่เข้าใจ หรือว่าน้องสาวของจขกท.ผิด ที่ไม่ยอมเสียตังค์ 1500 ให้มันจบเรื่อง ยอมเดินพาเหรดนั้น จะได้ไม่ต้องมาทำความสะอาดบันไดอยุ่หลายวัน ไม่ต้องมีปัญหากับเพื่อนๆ ที่ผิดคำพูดว่าจะยอมไปตัดชุดด้วยเพราะโดนคุณครูข่มขู่ว่าไปหาที่เดินเอง
จริงๆ สมุดรายงานนี้มันไม่มีผลอะไรแล้วกับการเรียนต่อเข้า ม.1 เพราะน้องสาวสามารถสอบเข้าโรงเรียนประจำหญิงได้แล้วที่ กทม. น้องสาวเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่เคยมีปัญหามาก่อน แต่เพราะเรื่องนี้ เรื่องชุดเดินพาเหรด ทำให้น้องสาวมีปัญหากับคุณครูในรร. มาตลอด จนเรียนจบ เข้าใจน้องสาวเพราะถูกกดดันจากคุณครูที่คิดต่าง คิดไม่ตามครู เหมือนเด็กนักเรียนคนอื่นๆ
เลยอยากถามว่า การเป็นนักเรียนที่ดี ต้องเชื่อฟังทุกเรื่องของคุณครูเลยรึเปล่า เด็กมีสิทธิ์ที่จะคิดเองได้มั้ย ถ้าคิดต่างแสดงว่าเด็กคนนี้ไม่ดี คุณครูไม่รักเหรอค่ะ
อาจยาวไปหน่อย (ไม่หน่อยเลย) แต่ไม่รู้ว่าจะบอกกล่าวเล่าเป็นประสบการณ์ให้คนอื่นฟังได้ยังไง
ติด Tag ห้องชานเรือน คิดว่า เหล่าคุณแม่คงจะให้ความคิดเห็นด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
ติด Tag ห้องสยามสแควร์ คิดว่า เป็นกลุ่มที่อยู่ในแวดล้อมการเรียนของโรงเรียน มหาลัย และคงเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ด้วย
เป็นนักเรียน ครูพูดอะไรต้องเชื่อและทำตามหมด ถึงจะเรียกว่านร.ที่ดีรึเปล่า? ถ้าคิดไม่เหมือน ต่างจากครู ก็เป็นเด็กนร.ไม่ดี?
น้องสาวแท้ๆ คนสุดท้อง เรียนอยู่ชั้นป.6 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ในอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ชื่อย่อ รศ
จริงๆ เรื่องนี้ก็อยากให้มันจบ แต่ด้วยพฤติกรรมของคุณครูโรงเรียนนี้เอง ทำให้ จขกท. คิดว่า เหมือนมันไม่จบเลย เพราะวันนี้เป็นวันรับผลการเรียนของน้องสาว ซึ่งหมายถึง น้องสาวจบ ป.6 แล้ว แต่ปัญหาที่คิดว่าจะจบก็ไม่จบสักที
เรื่องมีอยู่ว่า ประมาณเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จะเป็นช่วงกีฬาสีของโรงเรียนนี้ น้องสาวได้ถูกคัดเลือกให้เป็นดรัมเมเยอร์ของสี ทางบ้านก็สนับสนุนค่ะ ให้ร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทางโรงเรียนมาตลอด ทั้งร้องเพลง เต้น สมัครประธานนักเรียน ฯลฯ
เรื่องการเป็นดรัมเมเยอร์สี น้องสาวบอกกับจขกท.เองว่า คุณครูหัวหน้าสีฝ่ายผู้ช่ายให้สั่งตัดชุดจากครูเอง จะได้เหมือนกันทั้งเซท ทางบ้านก็โอเค ไม่มีปัญหาอะไร
จนช่วงก่อนปิดวันหยุดปีใหม่ น้องสาวต้องไปวัดตัวเพื่อตัดชุด น้องสาวบอกว่าค่าชุดตัดเช่า 1,500 บาท ไม่รวมค่าแต่งหน้า ทำผม ทางบ้าน รวมจขกท.เองก็แบบ แพงจังเลย ตั้ง 1,500 ไปหาตัดหรือหาเช่าเองดีกว่ามั้ย เพราะเชื่อว่ามีที่ถูกกว่านี้แน่ และแบบชุดที่ตัดกับทางคุณครู ก็ไม่รู้ว่าจะสวยมั้ย เพราะแบบก็ไม่เห็น
จขกท. เลยให้น้องลองคุยกับเพื่อนๆ ที่เป็นดรัมเมเยอร์ด้วยกันว่าจะเอายังไง เพราะชุดแพงเกินไป จขกท.เลยเสนอว่าลองไปตัดชุดกันเองมั้ย ทั้งหมดเลย เผื่อจะได้ถูกกว่า 1,500 บาท (ซึ่งถูกกว่าแน่ๆ) เด็กๆ ที่เป็นดรัมเมเยอร์ 7 คน ก็ตกลงกันว่าจะไปตัดชุดด้วยกัน เพราะที่จขกท.หาได้ ชุดละ 700 บาท ถ้าแต่งหน้าด้วย เพิ่มอีก 100 บาท
พอเปิดปีใหม่ จขกท.ก็ไปหาคุณครูหัวหน้าสีผู้ชาย เพื่อคุยเรื่องชุดของน้องๆ ดรัมเมเยอร์
ปรากฎว่า คุณครูหัวหน้าสีไม่ยอม บอกว่าชุดทางร้านตัดไปแล้ว เสร็จแล้วด้วย จะให้ทำไง ยังไงก็ต้องจ่ายตังค์นะ 1500 ถ้าจะไปตัดชุดเอง หรือจะให้ครูเป็นคนออกเงินให้ 7 คน 1,500 ก็ปาไป 10,500 แล้ว ครูเป็นแค่ครูเงินเดือนแค่นี้ครูไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ยังไงนร.ก็ต้องเอา
จขกท.ก็ว่า เพิ่งวัดตัวไป ไม่น่าจะเริ่มตัดนะคะ เพราะที่ผ่านมาก็วันหยุดปีใหม่ ทางร้านก็คงไม่เริ่มตัดที ครูก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกให้ไปคุยกับคุณครูหัวหน้าสีฝ่ายหญิง จขกท.ก็ไปหาแต่ไม่เจอ เลยให้น้องสาวและน้องๆ คุยกับคุณครูแทนให้หน่อย
จนตอนเที่ยง น้องสาวโทรมาหาบอกว่า ครูผู้หญิงไม่ว่าอะไร จะไปตัดชุดเองก็ได้ ไม่มีปัญหา ทางจขกท. เลยบอกว่าเดี๋ยวจะให้วัดตัวนะ จะได้สั่งตัดเลย ผ่านไปสัก 30 นาที น้องสาวโทรมาบอกว่า คุณครูหัวหน้าสีฝ่ายชายเรียกดรัมเมเยอร์ ทั้ง 7 คนไปพบ บอกว่าถ้าใครจะไปตัดชุดกับน้องสาวจขกท. ก็ไปหาที่เดินเองละกัน ทำไมไม่คิดถึงครูบ้างเลย ครูต้องจ่ายเองเลยน่ะ ถ้าจะไปตัดเองทำไมไม่บอกครูก่อนตั้งแต่แรก ครูจะได้ไม่ต้องไปติดต่อทางร้านไว้ ครูถามอีกครั้งว่าใครจะไปตัดชุดกับน้องสาวจขกท.บ้าง ปรากฎว่าเด็กทั้งหมด ยกเว้นจขกท. บอกว่าไม่ตัดแล้ว จะไปตัดกับคุณครูเอง กลายเป็นว่างานนี้น้องสาวจขกท.ผิดไปเองเลย
จขกท.เลยบอกว่า อาว ก็ครูเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ไม่ให้ไปตัดชุดที่อื่น ทางเราก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าครูจัดการให้ก็ดี และค่าชุดคงไม่กี่บาท น้องก็บอกว่าไม่มีใครตัดชุดด้วยแล้วนะ จะให้ทำไง จขกท.เลยถามว่าอยากเดินมั้ย? น้องสาวบอกว่าไม่อยากเดินแล้ว เริ่มต้นก็มีปัญหา ค่าชุดก็แพง เจ้หาได้ที่ถูกแล้วแต่ไม่ได้ก็ไม่เอา ก็เลยวางสายไป
สักพักหนึ่ง คุณครูใหญ่ของโรงเรียนก็โทรเข้ามาทางมือถือของจขกท.เองเลยค่ะ คุยเรื่องชุดนี้ละคะ บอกว่าทางโรงเรียนไม่ได้บังคับนะคะที่ให้เด็กต้องตัดชุดกับคุณครู จะไปหาตัดเองก็ได้ จขกท.เองก็บอกว่าเข้าใจค่ะ ไม่เป็นไร แต่คิดว่าชุดที่คุณครูหามามันแพงจัง เพราะตอนเรียนมัธยม จัดกีฬาสี เรียนมหาลัย ค่าชุด ค่าใช้จ่าย ไม่ได้สูงขนาดนั้น คนละ 300 บาท รวมแต่งหน้าแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากมีปัญหา
จนตอนเย็นน้องสาวกลับจากโรงเรียน ก็นั่งคุยกัน ว่าจะเอายังไงดี
คุณพ่อ คุณแม่ก็อธิบายให้น้องสาวฟังว่า บ้านเราไม่ใช่จนนะ มีเงิน มีฐานะ แต่ไม่อยากให้ใช้จ่ายแบบไม่จำเป็นเลย 1500 บาท จ่ายได้ ไม่มีปัญหาหรอก แต่เหมือนมันไม่มีประโยชน์เลยนะ จ่าย 1500 เดินแค่ 2-3 ชม.ก็ต้องคืนร้านแล้ว ซื้อชุด ซื้อเสื้อผ้าดีๆ ในห้างมาใส่ยังได้เลย เป็นของตัวเองด้วย แต่นี้เหมือนเอาตังค์ไปทิ้งยังไงก็ไม่รู้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่งหน้า ไม่ใช่ไม่สนับสนุนให้ทำกิจกรรม แต่ถ้าเราเจอที่ดีกว่า หรือที่ถูกกว่าเหมาะสมแก่การจ่าย ก็ควรทำ
เรื่องการใช้จ่ายเงินควรต้องฝึกฝนตั้งแต่เด็ก ไม่ควรให้จ่ายฟุ่มเฟือย รู้ว่าควรค่าแก่การจ่ายเรื่องไหนบ้าง จริงๆ รร. คุณครูก็น่าจะสอนนะ มันเป็นภาคปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนเอาแต่ตำรา
ทางเราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่เราต้องคิดเป็น หากน้องคิดว่า ถ้าคิดไม่เหมือนคนอื่นแล้วมันผิด เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เราคิดว่าเราทำถูกรึเปล่า เราเก็บเงินไปทำอย่างอื่นก็ได้นะ
คุณพ่อยกตัวอย่างให้น้องสาวฟัง เรื่องตอนสร้างบ้านใหม่ ไปเดินดูงานเกี่ยวกับพวกวัสดุก่อสร้าง ไปเจอก๊อกน้ำอันนึง ราคา25,000 บาท สวยดีนะ แต่ตอนนั้นคุณพ่อไม่ตัดสินใจซื้อ เดินผ่านไปแค่บล็อคเดียว เจอก๊อกน้ำหน้าตาเหมือนกันเลย ราคา 7,000 บาท ใช้งานเหมือนกันด้วย ถามน้องสาวว่า เป็นน้องสาวจะเลือกซื้ออันไหน แม้ว่ามันจะคนละยี่ห้อกันก็ตาม คุณพ่อบอกว่าที่ใช้งานมา 7-9 ปี มันก็คือก๊อกน้ำอัน 7,000 บาทนั้นละ เห็นมั้ย เราได้เหมือนกัน แต่มูลค่าที่เสียไปต่างกัน อยู่ที่ว่าเรารู้ว่าเราควรเลือกอะไร อย่าเอาแต่ซื้อ และเป็นทาสของเงินนะ
น้องสาวบอก เข้าใจ ไม่อยากเดินแล้วด้วย วันรุ่งขึ้นน้องสาวก็ไปคุยกับคุณครูบอกว่าไม่เดินแล้วนะคะ ไม่อยากให้มีปัญหาใหญ่โต อีก 6 คน เค้ายังเดินเหมือนเดิม ยกเว้นหนูคนเดียวนะคะ และในวันนั้นครูก็หาเด็กมาเดินแทนน้องสาวได้เช่นกัน
จนวันกีฬาสี น้องสาวไม่ได้ไปร่วม เพราะถือว่าสละสิทธิ์แล้วเรื่องเดินพาเหรด เลยไปสมัครสอบเข้าต่อม.1 ที่กทม.
พอเปิดเรียน น้องสาวโดนคุณครูหัวหน้าสีผู้ชายคนเดิม ถามว่าทำไมไม่มาร่วมกิจกรรม อย่างนี้ต้องโดนทำโทษหรือหากิจกรรมอื่นแทนนะ น้องสาวก็ยอมทำกิจกรรมเพราะถือว่าไม่ได้มาร่วมกิจกรรมนี้จริงๆ (แต่น้องสาวก็เป็นนักกีฬาด้วยนะคะ) คุณครูให้น้องสาวทำความสะอาดบันไดอาคารเรียนตั้งแต่ชั้น 1-3 3 เวลา เช้า เที่ยง เย็น เป็นเวลา 5 วัน น้องสาวทำจนขาปวด ต้องหยุดเรียนเพราะเดินไม่รอดด้วย
เรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไป ก็คิดว่ามันคงจบจริงๆ เพราะทำกิจกรรมชดเชยแล้ว
แต่วันนี้ น้องสาวไปรับสมุดรายงานผลการเรียน ซึ่งน้องสาวก็เรียนดีค่ะ 3.8 กว่า แต่ Comment ที่คุณครูเขียนในสมุดรายงานคือ
เป็นเด็กที่กระตือรือร้นในการเรียน การทำกิจกรรมดี ช่วยเหลืองาน .......ว่าไป แต่มีประโยคหนึ่งบอกว่า ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัด
ทำให้จขกท.รู้สึกว่า มันไม่แฟร์สำหรับเด็กเลย เพราะน้องสาวก็ทำกิจกรรมชดเชยไปแล้ว มันน่าจะจบไปแล้ว คุณครูสับสนในตัวเองรึเปล่าไม่เข้าใจ หรือว่าน้องสาวของจขกท.ผิด ที่ไม่ยอมเสียตังค์ 1500 ให้มันจบเรื่อง ยอมเดินพาเหรดนั้น จะได้ไม่ต้องมาทำความสะอาดบันไดอยุ่หลายวัน ไม่ต้องมีปัญหากับเพื่อนๆ ที่ผิดคำพูดว่าจะยอมไปตัดชุดด้วยเพราะโดนคุณครูข่มขู่ว่าไปหาที่เดินเอง
จริงๆ สมุดรายงานนี้มันไม่มีผลอะไรแล้วกับการเรียนต่อเข้า ม.1 เพราะน้องสาวสามารถสอบเข้าโรงเรียนประจำหญิงได้แล้วที่ กทม. น้องสาวเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่เคยมีปัญหามาก่อน แต่เพราะเรื่องนี้ เรื่องชุดเดินพาเหรด ทำให้น้องสาวมีปัญหากับคุณครูในรร. มาตลอด จนเรียนจบ เข้าใจน้องสาวเพราะถูกกดดันจากคุณครูที่คิดต่าง คิดไม่ตามครู เหมือนเด็กนักเรียนคนอื่นๆ
เลยอยากถามว่า การเป็นนักเรียนที่ดี ต้องเชื่อฟังทุกเรื่องของคุณครูเลยรึเปล่า เด็กมีสิทธิ์ที่จะคิดเองได้มั้ย ถ้าคิดต่างแสดงว่าเด็กคนนี้ไม่ดี คุณครูไม่รักเหรอค่ะ
อาจยาวไปหน่อย (ไม่หน่อยเลย) แต่ไม่รู้ว่าจะบอกกล่าวเล่าเป็นประสบการณ์ให้คนอื่นฟังได้ยังไง
ติด Tag ห้องชานเรือน คิดว่า เหล่าคุณแม่คงจะให้ความคิดเห็นด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
ติด Tag ห้องสยามสแควร์ คิดว่า เป็นกลุ่มที่อยู่ในแวดล้อมการเรียนของโรงเรียน มหาลัย และคงเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ด้วย