๑๑๑ บรรยง'ชี้หุ้นไทยร้อนจาก10หุ้นเก็งกำไร ๑๑๑๑

กระทู้สนทนา


หุ้นไทยวอลุ่มทะลัก! แรงเก็งกำไรหุ้นเล็ก 3 เดือนก่อน ซื้อขายกระจุกตัวใน 10 หุ้นเก็งกำไร ชี้"ฟองสบู่"หุ้นเล็กไม่กระทบภาพรวมตลาด

นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า การที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวคึกคัก และส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมาอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาทต่อวันนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากแรงเก็งกำไร ซึ่งปัจจุบันมาร์เก็ตแคปของตลาดอยู่ ที่ 12.5 ล้านล้านบาท พบว่ามีการซื้อขายหมุนเวียนประมาณ 2.2 เท่าฟรีโฟลทหุ้นทั้งหมด ขณะที่นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศมีค่าเฉลี่ยการซื้อขายอยู่ที่ 1 รอบ และนักลงทุนรายบุคคลมีการซื้อขายเฉลี่ย 7-8 รอบ รวมทั้งมีบางรายวมีการซื้อขายเก็งกำไรกันจำนวนมาก และมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 10-20 รอบ

ทั้งนี้ การเก็งกำไรที่มีการซื้อขายเก็งกำไร ในลักษณะหลายๆ หากพิจารณาการซื้อขายในระดับโลก พบว่าการซื้อขายที่ประสบความสำเร็จและสามารถได้กำไรจะเป็นการซื้อขายในส่วนของพอร์ตลงทุนของโบรกเกอร์มากกว่าบุคคลธรรมดา เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า บุคคลธรรมดา

"สิ่งที่น่าสนใจก็คือหากแยกหุ้นเป็น 2 ส่วนได้แก่ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมาร์เก็ตประมาณ 85% ของตลาดมีการซื้อขาย 65% ส่วนบริษัทขนาดเล็กที่มีมาร์เก็ตคิดเป็น 15% มีการซื้อขายระดับ 20% แต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายขยับขึ้นมาถึงระดับ 30% และหุ้นขนาดเล็กประมาณ 10 หุ้นที่มีพฤติกรรมการซื้อขายที่อันตราย ดังนั้นจึงอยากเตือนนักลงทุนให้ใช้ความระมัดระวังการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ด้วย"นายบรรยงกล่าว

เขากล่าวว่า สิ่งที่นักลงทุนจะพิจารณาว่าหุ้นใดเป็นหุ้นอันตราย ก็ควรพิจารณาที่ปริมาณการซื้อขาย เช่นถ้าหุ้นตัวไหนมีปริมาณการซื้อขายเกินรอบตัวเอง หมายถึงถ้ามีจำนวนหุ้นทั้งหมด 100 ล้านหุ้น และมีฟรีโฟล 30-40 ล้านหุ้น หากใน 1 สัปดาห์มีการซื้อขายปริมาณ 100 ล้านหุ้น แสดงว่าเป็นหุ้นอันตราย หรือเป็นหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง รวมถึงดูว่าราคาเทียบพีอีเรโชเกิน 50-100 เท่า

นอกจากนี้ หากนำมาดูย้อนหลังไป 5 ปีจะพบว่าหุ้นที่มีการซื้อขายในลักษณะดังกล่าว ราคาหุ้นที่มีการเทรดมากเกินไปในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากนั้น ราคาหุ้นจะปรับลดลงเหลือไม่ถึง 30% ของราคาที่เคยปรับตัวขึ้นไป จึงถือว่าเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงมาก

ส่วนกรณีการเกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้นไทยนั้น โดยส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทย เพราะกรณีฟองสบู่น่าจะเป็นเรื่องโกลบอล แต่อาจจะเกิดบางจุดเช่นในหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันต่างชาติถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70% สถาบันไทยถือ 15% ดังนั้นคนที่จะกำหนดราคาหุ้นคือต่างชาติ และสถาบัน ซึ่งราคาหุ้นถูกกำหนดจากนักลงทุนระดับโลกมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หากหุ้นเล็กเกิดฟองสบู่ มองว่าจะไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมตลาดหุ้น แต่อาจมีผลต่อหุ้นใหญ่บ้าง และใช้ไม่นาน ซึ่งปัจจุบันต่างชาติถือหุ้นมูลค่ารวม 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และหากต่างชาติเทขายหุ้นประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ ก็จะมีโอกาสทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงไปถึงระดับ 800 จุด


ปล. ตอนนี้เราเล่นหุ้นอะไร ถ้ามีสติอย่าไปเล่นเลยครับ เดินตามเกมส์โอกาสได้ตังค์ ตลอดรอดฝั่งไม่ค่อยเจอหรอกครับ แรกๆได้ ต่อไปโดนทวงคืนแน่นอนครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่