(ช่วงนี้ตั้งกระทู้บ่อยจัง ผิดวิสัยอะ 555+)
เห็นกระแสเจกำลังจะกลับมา ไม่อยากให้บ้านซากุระเงียบเหงาเลยขอตั้งกระทู้พูดถึงซีรี่ส์ที่เพิ่งดูจบไปไม่นานนี้นะคะ
อาจไม่ใช่ซีรี่ส์ที่ใหม่เท่าไหร่ เพราะอยู่ในปี 2008 -2009 แต่ว่าดูแล้วก็มีความประทับใจ เลยอยากหาเพื่อนมาแชร์กันค่ะ
และถือโอกาสแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูค่ะ
Maou (2008) (รีเมคจาก The Devil ของเกาหลี)
เรื่องย่อ - เซริซาว่า นาโอโตะ นายตำรวจหนุ่มที่เลือกเส้นทางสายยุติธรรมเพื่อชดใช้บาปที่เคยก่อไว้ในอดีต เขาถูกคนร้ายที่เรียกตัวเองว่า อามาโนะ มาโคโตะ ท้าทายด้วยการส่งไพ่ทาโร่ต์มาให้ทุกครั้งก่อนจะเกิดคดีขึ้น นาโอโตะพบว่าบุคคลที่ตายไปในแต่ละคดีนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเขารวมถึงเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตของเขาด้วย ในขณะเดียวกัน นาโอโตะก็ได้รู้จักกับ นารุเซะ เรียว ซึ่งมีฉายาที่ได้รับการยกย่องจากสื่อว่าเป็น "ทนายเทวดา" ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นคนดี อ่อนโยนและมักช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน
นอกจากนี้ นาโอโตะยังได้รู้จัก ซากิตะ ชิโอริ หญิงสาวผู้มีพลังพิเศษ สามารถเห็นภาพติดตาได้จากการจับต้องสิ่งของ เขาขอให้เธอช่วยไขปริศนาต่างๆ และเธอก็ช่วยเขาอย่างเต็มที่ รวมทั้งทนายนารุเซะ ที่ได้เข้ามามีส่วนในคดีต่างๆ ที่นาโอโตะต้องตามแก้ แต่ยิ่งได้รูัจักทนายเทวดาที่แสนดีคนนี้มากเท่าไหร่ นาโอโตะก็ได้พบความจริงที่น่าเจ็บปวดและโหดร้ายมากเท่านั้น...
นักแสดงหลัก
โทมะ อิคุตะ รับบทเป็น เซริซาว่า นาโอโตะ
โอโนะ ซาโตชิ รับบทเป็น นารุเซะ เรียว
โคบายาชิ เรียวโกะ รับบทเป็น ซากิตะ ชิโอริ
ความเห็น - สารภาพว่าเลือกดูเรื่องนี้เพราะโทมะค่ะ ตอนนั้นยังไม่รู้จักโอจังเท่าไหร่ (รู้แต่ว่าแค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว 555+) เรื่องนี้แม้จะเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน แต่อารมณ์ของหนังจะเน้นไปทางความรู้สึกนึกคิด ด้านมืด และด้านสว่างของคนมากกว่า การดำเนินเรื่องจะค่อยๆ คลายปริศนาไปทีละอย่างสองอย่าง มีทั้งอารมณ์ลุ้นและอารมณ์นิ่งๆ สลับกันไปมา ถึงแม้ในละครจะเฉลยตั้งแต่ต้นเรื่องอยู่แล้วว่าคนร้ายคือใคร แต่การขมวดปมปัญหาในด้านอื่นๆ ก็ยังสามารถทำให้คนดูคอยลุ้นและติดตามตอนต่อไปได้เรื่อยๆ จุดเด่นของละครเรื่องนี้น่าจะเป็นทักษะทางการแสดงของโอโนะกับโทมะค่ะ สองคนนี้ต้องเล่นกับอารมณ์หนักๆ หลายๆ ฉาก โดยเฉพาะโอโนะที่คล้ายๆ คนสองบุคลิก คือ...เวลาที่นึกถึงอดีตและรู้สึกแค้นขึ้นมา หน้าตาจะโหดๆ จิตๆ แต่พอเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะชิโอริ จะเป็นชายหนุ่มผู้แสนดี เป็นทนายเทวดาจริงๆ จนเราดูแล้วไม่รู้สึกเกลียดคนๆ นี้ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ทนายนารุเซะเป็นคนดี มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ว่าเหตุการณ์ในอดีตทำให้เขาเหมือนถูกปีศาจครอบงำความดีนั้นเอาไว้ ดูแล้วรู้สึกสงสารมากกว่าเกลียดค่ะ ส่วนตัวละครของโทมะนั้น เป็นตัวละครที่ขาทั้งสองข้างต้องยืนอยู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบันแบบขยับไปไหนไม่ได้ และยังสามารถเป็นตัวแทนของคนที่เคยทำผิดแต่อยากกลับตัวกลับใจได้ดีทีเดียวค่ะ "ถึงเราจะลืมอดีตได้ ... แต่อดีตไม่เคยลืมเรา"
ตอนจบสำหรับเราถือว่าจบแบบยุติธรรมที่สุดแล้วสำหรับนาโอโตะและทนายนารุเซะ ถึงจะขัดใจนิดหน่อย แอบอยากเปลี่ยนบทเอาใจแม่ยก แต่ถ้ามองในแง่มุมของเนื้อเรื่องที่ปูมาตั้งแต่ต้น เราคิดว่ามันสมเหตุสมผลและส่งผลกระทบต่อจิตใจคนดูไม่มากก็น้อยเลยล่ะค่ะ...
เรื่องนี้ความดราม่าอยู่ที่ระดับ 6/10 ไม่เศร้า ไม่หดหู่ แต่จะหนักไปทางลุ้นเอาใจช่วยตัวละครมากกว่า แต่ก็ไม่มีตลก ไม่มีกุ๊กกิ๊ก สักนิดก็ไม่มี...
นอกจากนี้ ในตอนต้นเรื่องยังได้แขกรับเชิญพิเศษ นิโนมิยะ คาซุนาริ มาร่วมแสดงด้วยค่ะ (ตอนออกมางี้ขำก๊ากเลย 55+ ทั้งที่ฉากนั้นไม่ตลกเลยนะ)
ใครที่อยากดูละครแนวๆ ที่ตัวละครมีความขัดแย้งในตัวเอง และเล่นกับจิตวิทยาของคน แต่ว่าไม่หนักและไม่เครียดเกินกว่าจะทำความเข้าใจ ก็ขอแนะนำเรื่องนี้นะคะ
[พูดคุย+แนะนำ+รีวิว+เวิ่นเว้อ ซีรี่ส์เก่า] Maou, Smile
เห็นกระแสเจกำลังจะกลับมา ไม่อยากให้บ้านซากุระเงียบเหงาเลยขอตั้งกระทู้พูดถึงซีรี่ส์ที่เพิ่งดูจบไปไม่นานนี้นะคะ
อาจไม่ใช่ซีรี่ส์ที่ใหม่เท่าไหร่ เพราะอยู่ในปี 2008 -2009 แต่ว่าดูแล้วก็มีความประทับใจ เลยอยากหาเพื่อนมาแชร์กันค่ะ
และถือโอกาสแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูค่ะ
Maou (2008) (รีเมคจาก The Devil ของเกาหลี)
เรื่องย่อ - เซริซาว่า นาโอโตะ นายตำรวจหนุ่มที่เลือกเส้นทางสายยุติธรรมเพื่อชดใช้บาปที่เคยก่อไว้ในอดีต เขาถูกคนร้ายที่เรียกตัวเองว่า อามาโนะ มาโคโตะ ท้าทายด้วยการส่งไพ่ทาโร่ต์มาให้ทุกครั้งก่อนจะเกิดคดีขึ้น นาโอโตะพบว่าบุคคลที่ตายไปในแต่ละคดีนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเขารวมถึงเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตของเขาด้วย ในขณะเดียวกัน นาโอโตะก็ได้รู้จักกับ นารุเซะ เรียว ซึ่งมีฉายาที่ได้รับการยกย่องจากสื่อว่าเป็น "ทนายเทวดา" ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นคนดี อ่อนโยนและมักช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน
นอกจากนี้ นาโอโตะยังได้รู้จัก ซากิตะ ชิโอริ หญิงสาวผู้มีพลังพิเศษ สามารถเห็นภาพติดตาได้จากการจับต้องสิ่งของ เขาขอให้เธอช่วยไขปริศนาต่างๆ และเธอก็ช่วยเขาอย่างเต็มที่ รวมทั้งทนายนารุเซะ ที่ได้เข้ามามีส่วนในคดีต่างๆ ที่นาโอโตะต้องตามแก้ แต่ยิ่งได้รูัจักทนายเทวดาที่แสนดีคนนี้มากเท่าไหร่ นาโอโตะก็ได้พบความจริงที่น่าเจ็บปวดและโหดร้ายมากเท่านั้น...
นักแสดงหลัก
โทมะ อิคุตะ รับบทเป็น เซริซาว่า นาโอโตะ
โอโนะ ซาโตชิ รับบทเป็น นารุเซะ เรียว
โคบายาชิ เรียวโกะ รับบทเป็น ซากิตะ ชิโอริ
ความเห็น - สารภาพว่าเลือกดูเรื่องนี้เพราะโทมะค่ะ ตอนนั้นยังไม่รู้จักโอจังเท่าไหร่ (รู้แต่ว่าแค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว 555+) เรื่องนี้แม้จะเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน แต่อารมณ์ของหนังจะเน้นไปทางความรู้สึกนึกคิด ด้านมืด และด้านสว่างของคนมากกว่า การดำเนินเรื่องจะค่อยๆ คลายปริศนาไปทีละอย่างสองอย่าง มีทั้งอารมณ์ลุ้นและอารมณ์นิ่งๆ สลับกันไปมา ถึงแม้ในละครจะเฉลยตั้งแต่ต้นเรื่องอยู่แล้วว่าคนร้ายคือใคร แต่การขมวดปมปัญหาในด้านอื่นๆ ก็ยังสามารถทำให้คนดูคอยลุ้นและติดตามตอนต่อไปได้เรื่อยๆ จุดเด่นของละครเรื่องนี้น่าจะเป็นทักษะทางการแสดงของโอโนะกับโทมะค่ะ สองคนนี้ต้องเล่นกับอารมณ์หนักๆ หลายๆ ฉาก โดยเฉพาะโอโนะที่คล้ายๆ คนสองบุคลิก คือ...เวลาที่นึกถึงอดีตและรู้สึกแค้นขึ้นมา หน้าตาจะโหดๆ จิตๆ แต่พอเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะชิโอริ จะเป็นชายหนุ่มผู้แสนดี เป็นทนายเทวดาจริงๆ จนเราดูแล้วไม่รู้สึกเกลียดคนๆ นี้ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ทนายนารุเซะเป็นคนดี มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ว่าเหตุการณ์ในอดีตทำให้เขาเหมือนถูกปีศาจครอบงำความดีนั้นเอาไว้ ดูแล้วรู้สึกสงสารมากกว่าเกลียดค่ะ ส่วนตัวละครของโทมะนั้น เป็นตัวละครที่ขาทั้งสองข้างต้องยืนอยู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบันแบบขยับไปไหนไม่ได้ และยังสามารถเป็นตัวแทนของคนที่เคยทำผิดแต่อยากกลับตัวกลับใจได้ดีทีเดียวค่ะ "ถึงเราจะลืมอดีตได้ ... แต่อดีตไม่เคยลืมเรา"
ตอนจบสำหรับเราถือว่าจบแบบยุติธรรมที่สุดแล้วสำหรับนาโอโตะและทนายนารุเซะ ถึงจะขัดใจนิดหน่อย แอบอยากเปลี่ยนบทเอาใจแม่ยก แต่ถ้ามองในแง่มุมของเนื้อเรื่องที่ปูมาตั้งแต่ต้น เราคิดว่ามันสมเหตุสมผลและส่งผลกระทบต่อจิตใจคนดูไม่มากก็น้อยเลยล่ะค่ะ...
เรื่องนี้ความดราม่าอยู่ที่ระดับ 6/10 ไม่เศร้า ไม่หดหู่ แต่จะหนักไปทางลุ้นเอาใจช่วยตัวละครมากกว่า แต่ก็ไม่มีตลก ไม่มีกุ๊กกิ๊ก สักนิดก็ไม่มี...
นอกจากนี้ ในตอนต้นเรื่องยังได้แขกรับเชิญพิเศษ นิโนมิยะ คาซุนาริ มาร่วมแสดงด้วยค่ะ (ตอนออกมางี้ขำก๊ากเลย 55+ ทั้งที่ฉากนั้นไม่ตลกเลยนะ)
ใครที่อยากดูละครแนวๆ ที่ตัวละครมีความขัดแย้งในตัวเอง และเล่นกับจิตวิทยาของคน แต่ว่าไม่หนักและไม่เครียดเกินกว่าจะทำความเข้าใจ ก็ขอแนะนำเรื่องนี้นะคะ