
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่รัฐสภา นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าว ว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีเอาผิด การประมูลสินทรัพย์ของคณะกรรมการองค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ฟันธงแล้วว่าคดี ปรส. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดระเบียบหลักเกณฑ์ ทั้งหมด 10 ประเด็น เช่น ปรส.ยินยอมให้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ปรส. เข้าประมูลซื้อทรัพย์สินโดยมิชอบ คณะกรรมการ ปรส.บางคนมีส่วนเกี่ยวข้องปกปิดข้อเท็จจริง กระทำการโดยไม่โปร่งใส ข้อกำหนดของ ปรส. ที่ให้ผู้ชนะการประมูลโอนสิทธิได้ขัดต่อกฎหมาย และ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ปรส.บางคนขาดคุณสมบัติ เนื่องจากดำรงตำแหน่งทับซ้อนกับสถาบันการเงินอีกแห่ง
นพ.เหวง กล่าวต่อ ว่า ในฐานะรักษาการแทนประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ จึงจะไปสอบถามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น. และขอเรียกร้องไปยัง ป.ป.ช. ให้ชี้แจงความคืบหน้าต่อสาธารณชนเป็นระยะ เพราะเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้ชาติกว่า 600,000 ล้านบาท และขอให้ยืนยันด้วยว่าจะไม่ปล่อยให้คดีดังกล่าวหมดอายุความในวันที่ 21 มิ.ย. เพื่อให้ไม่ซ้ำรอยกับเมื่อครั้ง การยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคดีปรส.นี้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
http://www.dailynews.co.th/politics/191300

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า
เลขาธิการ ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมารับผิดชอบคดีต่างๆจะพิจารณาเรื่องอายุความเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งได้ตกลงกับอัยการสูงสุดว่าคดีที่ส่งไปอัยการต้องเหลืออายุความไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถ้าอายุความเหลือ 1 ปียิ่งดี เพื่อให้อัยการมีเวลาดำเนินการ อันดับสองจะพิจารณาเรื่องเร่งด่วน
ขณะนี้มีเรื่องเร่งด่วนจะต้องพิจารณามากขึ้นจนเริ่มติดขัดอยู่บนทางด่วน เพราะบุคลากรของป.ป.ช.ระดับหัวกะทิ ผ่านการอบรมอย่างถึงแก่นด้านการไต่สวนต้องไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด 32 จังหวัด และจะตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเพิ่มอีก 44 จังหวัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ใหม่ที่มารองรับงานแทนเพิ่งเริ่มซี 6 ยังไม่ชำนาญการ ประสบการณ์ไม่เพียงพอ มีความลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ
ป.ป.ช.ก็ต้องกวดขันคดีเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่รายงานความคืบหน้าตลอด คดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เช่น คดี ปรส. (การขายทรัพย์สินขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) คดีนี้หมดอายุความปี 2557 แต่ขอรับรองส่งอัยการฟ้องก่อนหมดอายุความแน่
http://www.stou.ac.th/forum/display_topic_threads.asp?ForumID=13&TopicID=136666&PagePosition=1
“หมอเหวง” จี้ถามป.ป.ช. คดี ปรส. ไม่คืบ
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่รัฐสภา นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าว ว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีเอาผิด การประมูลสินทรัพย์ของคณะกรรมการองค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ฟันธงแล้วว่าคดี ปรส. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดระเบียบหลักเกณฑ์ ทั้งหมด 10 ประเด็น เช่น ปรส.ยินยอมให้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ปรส. เข้าประมูลซื้อทรัพย์สินโดยมิชอบ คณะกรรมการ ปรส.บางคนมีส่วนเกี่ยวข้องปกปิดข้อเท็จจริง กระทำการโดยไม่โปร่งใส ข้อกำหนดของ ปรส. ที่ให้ผู้ชนะการประมูลโอนสิทธิได้ขัดต่อกฎหมาย และ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ปรส.บางคนขาดคุณสมบัติ เนื่องจากดำรงตำแหน่งทับซ้อนกับสถาบันการเงินอีกแห่ง
นพ.เหวง กล่าวต่อ ว่า ในฐานะรักษาการแทนประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ จึงจะไปสอบถามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น. และขอเรียกร้องไปยัง ป.ป.ช. ให้ชี้แจงความคืบหน้าต่อสาธารณชนเป็นระยะ เพราะเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้ชาติกว่า 600,000 ล้านบาท และขอให้ยืนยันด้วยว่าจะไม่ปล่อยให้คดีดังกล่าวหมดอายุความในวันที่ 21 มิ.ย. เพื่อให้ไม่ซ้ำรอยกับเมื่อครั้ง การยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคดีปรส.นี้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
http://www.dailynews.co.th/politics/191300
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า
เลขาธิการ ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมารับผิดชอบคดีต่างๆจะพิจารณาเรื่องอายุความเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งได้ตกลงกับอัยการสูงสุดว่าคดีที่ส่งไปอัยการต้องเหลืออายุความไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถ้าอายุความเหลือ 1 ปียิ่งดี เพื่อให้อัยการมีเวลาดำเนินการ อันดับสองจะพิจารณาเรื่องเร่งด่วน
ขณะนี้มีเรื่องเร่งด่วนจะต้องพิจารณามากขึ้นจนเริ่มติดขัดอยู่บนทางด่วน เพราะบุคลากรของป.ป.ช.ระดับหัวกะทิ ผ่านการอบรมอย่างถึงแก่นด้านการไต่สวนต้องไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด 32 จังหวัด และจะตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเพิ่มอีก 44 จังหวัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ใหม่ที่มารองรับงานแทนเพิ่งเริ่มซี 6 ยังไม่ชำนาญการ ประสบการณ์ไม่เพียงพอ มีความลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ
ป.ป.ช.ก็ต้องกวดขันคดีเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่รายงานความคืบหน้าตลอด คดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เช่น คดี ปรส. (การขายทรัพย์สินขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) คดีนี้หมดอายุความปี 2557 แต่ขอรับรองส่งอัยการฟ้องก่อนหมดอายุความแน่
http://www.stou.ac.th/forum/display_topic_threads.asp?ForumID=13&TopicID=136666&PagePosition=1