ยิ่งนานไปผมยิ่งเป็นห่วงพรรค"เพื่อไทย"

ต้องยอมรับว่าพรรค"เพื่อไทย"ในวันนี้ ยังไงก็ไม่อาจเทียบเท่ากับ"ไทยรักไทย"ในอดีตได้ แม้ผู้มีอำนาจตัวจริงจะเป็นคนๆเดียวกันก็ตาม พูดกันตรงๆ คุณทักษิณแม้จะมีวิสัยทรรศ์ดี มีการตัดสินใจที่เฉียบขาดเพียงใด แต่เขาก็ต้องเลือกคนที่ถูกต้องเหมาะสมมาเป็นแขนขาด้วย ซึ่งไทยรักไทยนับว่าพร้อมและดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา แต่ในปัจจุบันการที่คุณทักษิณไม่ได้อยู่ในเกมโดยตรงทำให้มี delay ในระบบเยอะเกินไป ดังนั้นระบบการควบคุมก็จะเกิด dead time มาก ทำให้การควบคุมขาดประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่ final element ทั้งหลายที่มีหน้าที่ควบคุมตัวแปรในระบบโดยตรงก็ไม่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมเพียงพอ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยในฐานะของแกนนำรัฐบาลไม่อาจสร้างผลงานและความโดดเด่นได้เหมือนกับอดีตที่"ไทยรักไทย"เคยทำมาแล้ว

และจาก characteristic ของผู้เล่นที่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอนี้เอง ทำให้พรรคต้องทำงานแบบระมัดระวังเป็นพิเศษ พยายามประคองตัวหลีกเลี่ยงเงื่อนไขใดๆที่จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลต้องสั่นคลอน เพราะไม่แน่ใจในแรงประทะว่าจะสามารถเอาอยู่ได้ ท่านนายกปูที่ผมชื่นชอบนั้นแม้จะมีภาพของการประนีประนอม ความขยัน อดทน ความสวยศรีมีเสน่ห์ แต่ในเวทีในฐานะผู้นำเธอยังไม่สามารถแสดงความโดดเด่นหรือความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ได้ดีพอ การจับใจคนด้วยความสงสารและผูกพันนั้นอาจจะทำได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการความยั่งยืนแล้วผมคิดว่าเธอยังต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้

การต้องประคับประคองตัวเองแบบนี้ก็เหมือนกับมวยที่พยายามเต้นฟุตเวอค์และแย๊บถอยวน แม้ไม่พลาดพลั้ง แต่ในสนามมวยอาชีพก็ไม่ทำให้เกิดคะแนนขึ้น กองเชียร์ทั้งหลายที่ฝากความคาดหวังเอาไว้จึงเริ่มที่จะเบื่อหน่าย และท้ายสุดเริ่มหงุดหงิดกับนักมวยของตัวเอง ที่ไม่อาจทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้นอกจากเต้นไปเต้นมารอระฆังหมดยก 12 (ซึ่งไม่รู้จะมีหรือเปล่า) สภาวะเช่นนี้ฝ่ายตรงข้ามจึงมีโอกาสที่จะสะสมกำลังเพื่อตีตื้นลุกล้ำขึ้นมาใหม่ ดังเช่นที่เราเห็นผลการเลือกตั้งในกรุงเทพที่ผ่านมา คุณ"นงนุช" เขียนคอลัมน์ในมติชน สุดฯได้บาดใจมากว่า... ถึงอย่างไรมันก็เป็นประชามติว่าคนกรุงเทพไม่เอา"เพื่อไทย" ...ถึงจะปวดใจแต่เราคงต้องยอมรับว่าที่เธอพูดนั้นมัน "จริง"

แรกสุดที่รู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าผมหงุดหงิดกับคนกรุงเทพมาก และคิดว่าถ้าเลือกตั้ง สส. ตอนนี้ในกรุงเทพก็คงได้ผลเช่นนี้ละครับ คนจำนวนมากกว่าในกรุงเทพยังไม่รับ"เพื่อไทย" แต่พอนั่งๆคิดดู ผมก็นึกได้ว่าเคยมีช่วงที่"ไทยรักไทย"พีคสุดๆ ช่วงนั้นในกรุงเทพกวาดประชาธิปัตย์แทบตกเวทีหมดเกลี้ยง นี่บอกถึงอะไรกับเราได้บ้าง? ...มันบอกว่าถ้าเราเจ๋งจริงคนเขาก็เอาครับ แต่นี่เราเองเจ๋งไม่จริงหรือเปล่า? ...เราต้องหยุดโทษคนนั้นคนนี้แล้วก้มหน้าหันมาพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าของมันดีจริงยังไงคนก็ต้องเอาครับ

พยายามกันให้มากกว่านี้เถอะครับ ผมเอาใจช่วย...ตราบใดที่ผมยังไม่มีตัวเลือกอื่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่