บทที่ 15 หุ่นเชิด
http://pantip.com/topic/30221892
บทที่ 16 เหยื่อทดลองรายแรก
การกลับมาของสมิธสร้างความยินดีให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยนักล่าเป็นอย่างมาก แม้
วลาร์ดซึ่งมักซ่อนความรู้สึกอยู่เสมอยังเผลอปล่อยรอยยิ้มออกมา แต่คนดีใจมากที่สุดคือสตีฟ ทันทีที่เห็นเพื่อน เขาถึงกับโผเข้ากอดอย่างลืมตัว
“นายปลอดภัย” สคีฟพูดทั้งน้ำตาซึม สมิธเลิกคิ้ว
“นายร้องไห้”
“ฝุ่นเข้าตาต่างหาก” สตีฟตอบพร้อมกับแสร้งทำเป็นขยี้ตา “ผมนายมีแต่ฝุ่นทั้งนั้น”
สมิธหัวเราะและตบไหล่เพื่อนค่อนข้างหนัก
“บอกมาตามตรงก็ได้ว่าดีใจที่เจอฉัน”
“ฉันดีใจที่คนเลี้ยงเบียร์กลับมาแล้วต่างหาก” สตีฟแย้งทั้งรอยยิ้ม เขาบีบไหล่สมิธและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ดีใจที่นายกลับมา”
“ขอบใจ” สมิธพร้อมกับมองเพื่อนร่วมงานที่กำลังยืนล้อมตัวเขา “ขอบใจทุกคน”
เจ้าหน้าที่ชายหญิงพร้อมใจกันปรบมือให้เขา วลาร์ดซึ่งยืนรออยู่นานจึงพูดขึ้น
“คุณเทเลอร์รออยู่ รีบไปกันเถอะครับ”
สมิธหันไปส่งยิ้มให้กับทุกคนอีกครั้งก่อนจะเดินตามลูกครึ่งแวมไพร์ไปจนถึงห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยนักล่า ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเทเลอร์กำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ชายหนุ่มรีบก้าวไปแสดงความเคารพพร้อมกับรายงานตัว
“สมิธ รองหัวหน้าหน่วยนักล่า ขออภัยที่เข้ามารายงานตัวช้า”
สีหน้าเคร่งขรึมของเทเลอร์มีเงาของรอยยิ้มผุดขึ้นมาเล็กน้อย เขาผายมือไปยังเก้าอี้ด้านตรงกันข้ามพร้อมกับพูด
“เชิญ”
“ขอบคุณครับ” สมิธก้มศีรษะให้หัวหน้าอีกครั้งก่อนจะนั่งลงโดยวลาร์ดและวูล์ฟนั่งเรียงตามกันมา เมื่อทุกคนประจำที่เรียบร้อยเทเลอร์จึงถาม
“คุณหายไปไหนมาตั้งเกือบเดือน”
“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นห่วง หลังจากโดนยิงผมตกลงไปในแม่น้ำโชคดีที่แถวนั้นมีรากไม้ยื่นออกมา มันช่วยพยุงผมให้ลอยตัวอยู่ในน้ำ แต่แผลถูกยิงทั้งสองนัดทำให้เสียเลือดมากพอควร ผมคงหมดแรงจมน้ำตายถ้าไม่ได้นักเดินป่าที่บังเอิญผ่านมาช่วยไว้”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น” วูล์ฟซักด้วยความอยากรู้ วลาร์ดถลึงตาใส่เพื่อนก่อนจะหันกลับไปที่สมิธอีกครั้ง
“เล่าต่อเลยครับ”
สมิธยิ้มให้วูล์ฟและเริ่มเล่าเรื่องราวของเขาต่อ
“พอถูกดึงขึ้นจากน้ำผมก็หมดสติไป มารู้สึกตัวอีกครั้งในบ้านพักส่วนตัวริมทะเลสาบ ผมถึงรู้ว่านักเดินป่าคนนั้นเป็นแพทย์ เขากลัวว่าผมจะตายก่อนไปถึงโรงพยาบาลเลยพาไปรักษาที่บ้านพักซึ่งอยู่แถวนั้น”
“เป็นการบังเอิญที่เหมาะมาก เป็นไปได้หรือเปล่าว่าเขาเป็นพวกอิลูมิเนติค”
เทเลอร์ถาม สมิธส่ายหน้า
“ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นแต่พอตรวจสอบดูแล้วเขาเป็นเพียงศัลยแพทย์คนหนึ่ง”
“แล้วแผลของคุณเป็นยังไงบ้างครับ” วูล์ฟแทรกคำถามขึ้นมาอีกครั้งและยิ้มแป้นเพราะคราวนี้วลาร์ดไม่หันมาดุ สมิธถอนใจออกมาเบาๆ
“ตอนคาร์เพนเตอร์เล็งปืนมาผมขยับตัวหนีพอดี กระสุนนัดแรกจึงพลาดหัวใจไปโดนไหล่ทะลุออกด้านหลัง แต่นัดที่สองเจ็บหน่อยเพราะมันเจาะเข้าไปในซี่โครง เคราะห์ดีที่ไม่ถึงอวัยวะภายใน บ้านของแพทย์ท่านนั้นมีเครื่องมือผ่าตัดชุดเล็กเขาเลยผ่าหัวกระสุนออกได้ ผมนอนรักษาตัวอยู่สองสามวันนายแพทย์คนนั้นก็ถูกโรงพยาบาลตามตัว ได้ยินว่ามีนักการเมืองป่วยกะทันหัน เขาเลยอนุญาตให้ผมอยู่ที่นั่นต่อจนกว่าจะหายดี แต่ผมไม่อยากรบกวนเขามากไปกว่านั้นเลยออกจากที่นั่นมาพร้อมกัน”
“เป็นคนใจดีจริงๆ” หนุ่มหมาป่าแทรกขึ้นมากลางคันและเลิกคิ้วขึ้นเมื่อวลาร์ดหันมามอง “ไม่จริงหรือไง คนโดนยิงมาแบบนั้นเป็นใครก็ต้องนึกไว้ก่อนว่าเป็นคนไม่ดี”
คำพูดของวูล์ฟเรียกเสียงหัวเราะจากสมิธ
“เขาคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ผมบอกไปว่าถูกลูกหลงจากนักล่าสัตว์ ถ้าตอนนั้นปืนยังอยู่กับตัวเขาก็คงไม่เชื่อ”
เทเลอร์รอจนสมิธพูดจบจึงถาม
“แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมา”
“ตอนแรกผมตั้งใจจะทำแบบนั้นเหมือนกันแต่เจอเบาะแสน่าสนใจระหว่างทาง”
“เบาะแส” เทเลอร์ทวนคำ สมิธผงกศีรษะพร้อมกับหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าไปวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย
“ผมพบของสิ่งนี้บนถนนไม่ห่างจากบ้านพักของร็อคนีย์เท่าไหร่นักเลยตัดสินใจย้อนกลับไปที่นั่นอีกครั้งและพบเรื่องน่าสนใจ ถึงร็อคนีย์จะถูกกำจัดแต่หน่วยอันเทสต์ของไรซินยังคงอยู่ที่นั่น ผมจึงติดกล้องไว้สองตัวถึงได้รู้ว่าไรซินอยู่แถวนั้น”
ชื่อนักวิทยาศาสตร์ใหญ่ของอิลูมิเนติคทำให้ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที
เทเลอร์ถาม
“พอจะรู้หรือเปล่าว่าเขามาทำไม”
“ผมตามรอยพวกอันเทสต์ไปจนถึงที่พักปรากฏว่าเขาออกไปแล้ว แต่จากการพูดคุยของพวกมันผมพอจะจับใจความได้ว่าไรซินกลับไปที่ห้องทดลองของเขาซึ่งอยู่ห่างจากเมืองของเราไปทางเหนือราว 300 ไมล์ น่าเสียดายที่ข้อมูลน้อยเกินไปทำให้ไม่รู้ตำแหน่งแน่ชัด”
“อย่างน้อยเราก็ได้ตำแหน่งคร่าวๆมา ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปยังส่วนกลางเขาจะได้ช่วยเราอีกแรง”
เทเลอร์พูดเสียงเรียบ ทั้งหมดนั่งเงียบสักพักวูล์ฟจึงยกมือขึ้น
“ผมมีข้อสงสัย คุณสมิธไปหากล้องมาจากไหนหรือครับ”
วลาร์ดแทบอยากจะใช้ด้ามดาบทุบหัวเพื่อนด้วยความโมโหก่อนจะติงเสียงเข้ม
“ถามอะไรไร้สาระ”
“ไม่ได้ไร้สาระแต่ฉันอยากรู้จริงๆเพราะถ้าเกิดคุณสมิธไปฉกกล้องของอิลูมิเนติคมา จะเชื่อได้ยังไงว่าภาพที่เห็นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด”
สมิธส่ายหน้ากับคำถามตรงไปตรงมาของหนุ่มหมาป่าก่อนตอบ
“อันแรกผมดึงมาจากบ้านพักหมอ ส่วนอีกสองอันซื้อในร้านขายของจิปาถะเชิงเขา”
“แล้วคุณเอาเงินมาจากไหน”
“ถึงจะตกน้ำ บัตรเครดิตของผมก็ยังใช้ได้” สมิธตอบกลั้วหัวเราะ วูล์ฟทำเหมือนจะมีคำถามอีกแต่ต้องหยุดเมื่อถูกศอกของลูกครึ่งแวมไพร์อัดเข้าที่ชายโครง
“พอได้แล้ว”
นักล่าแห่งรัตติกาล ภาค สัญลักษณ์เลือด บทที่ 16 เหยื่อทดลองรายแรก
http://pantip.com/topic/30221892
บทที่ 16 เหยื่อทดลองรายแรก
การกลับมาของสมิธสร้างความยินดีให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยนักล่าเป็นอย่างมาก แม้
วลาร์ดซึ่งมักซ่อนความรู้สึกอยู่เสมอยังเผลอปล่อยรอยยิ้มออกมา แต่คนดีใจมากที่สุดคือสตีฟ ทันทีที่เห็นเพื่อน เขาถึงกับโผเข้ากอดอย่างลืมตัว
“นายปลอดภัย” สคีฟพูดทั้งน้ำตาซึม สมิธเลิกคิ้ว
“นายร้องไห้”
“ฝุ่นเข้าตาต่างหาก” สตีฟตอบพร้อมกับแสร้งทำเป็นขยี้ตา “ผมนายมีแต่ฝุ่นทั้งนั้น”
สมิธหัวเราะและตบไหล่เพื่อนค่อนข้างหนัก
“บอกมาตามตรงก็ได้ว่าดีใจที่เจอฉัน”
“ฉันดีใจที่คนเลี้ยงเบียร์กลับมาแล้วต่างหาก” สตีฟแย้งทั้งรอยยิ้ม เขาบีบไหล่สมิธและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ดีใจที่นายกลับมา”
“ขอบใจ” สมิธพร้อมกับมองเพื่อนร่วมงานที่กำลังยืนล้อมตัวเขา “ขอบใจทุกคน”
เจ้าหน้าที่ชายหญิงพร้อมใจกันปรบมือให้เขา วลาร์ดซึ่งยืนรออยู่นานจึงพูดขึ้น
“คุณเทเลอร์รออยู่ รีบไปกันเถอะครับ”
สมิธหันไปส่งยิ้มให้กับทุกคนอีกครั้งก่อนจะเดินตามลูกครึ่งแวมไพร์ไปจนถึงห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยนักล่า ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเทเลอร์กำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ชายหนุ่มรีบก้าวไปแสดงความเคารพพร้อมกับรายงานตัว
“สมิธ รองหัวหน้าหน่วยนักล่า ขออภัยที่เข้ามารายงานตัวช้า”
สีหน้าเคร่งขรึมของเทเลอร์มีเงาของรอยยิ้มผุดขึ้นมาเล็กน้อย เขาผายมือไปยังเก้าอี้ด้านตรงกันข้ามพร้อมกับพูด
“เชิญ”
“ขอบคุณครับ” สมิธก้มศีรษะให้หัวหน้าอีกครั้งก่อนจะนั่งลงโดยวลาร์ดและวูล์ฟนั่งเรียงตามกันมา เมื่อทุกคนประจำที่เรียบร้อยเทเลอร์จึงถาม
“คุณหายไปไหนมาตั้งเกือบเดือน”
“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นห่วง หลังจากโดนยิงผมตกลงไปในแม่น้ำโชคดีที่แถวนั้นมีรากไม้ยื่นออกมา มันช่วยพยุงผมให้ลอยตัวอยู่ในน้ำ แต่แผลถูกยิงทั้งสองนัดทำให้เสียเลือดมากพอควร ผมคงหมดแรงจมน้ำตายถ้าไม่ได้นักเดินป่าที่บังเอิญผ่านมาช่วยไว้”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น” วูล์ฟซักด้วยความอยากรู้ วลาร์ดถลึงตาใส่เพื่อนก่อนจะหันกลับไปที่สมิธอีกครั้ง
“เล่าต่อเลยครับ”
สมิธยิ้มให้วูล์ฟและเริ่มเล่าเรื่องราวของเขาต่อ
“พอถูกดึงขึ้นจากน้ำผมก็หมดสติไป มารู้สึกตัวอีกครั้งในบ้านพักส่วนตัวริมทะเลสาบ ผมถึงรู้ว่านักเดินป่าคนนั้นเป็นแพทย์ เขากลัวว่าผมจะตายก่อนไปถึงโรงพยาบาลเลยพาไปรักษาที่บ้านพักซึ่งอยู่แถวนั้น”
“เป็นการบังเอิญที่เหมาะมาก เป็นไปได้หรือเปล่าว่าเขาเป็นพวกอิลูมิเนติค”
เทเลอร์ถาม สมิธส่ายหน้า
“ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นแต่พอตรวจสอบดูแล้วเขาเป็นเพียงศัลยแพทย์คนหนึ่ง”
“แล้วแผลของคุณเป็นยังไงบ้างครับ” วูล์ฟแทรกคำถามขึ้นมาอีกครั้งและยิ้มแป้นเพราะคราวนี้วลาร์ดไม่หันมาดุ สมิธถอนใจออกมาเบาๆ
“ตอนคาร์เพนเตอร์เล็งปืนมาผมขยับตัวหนีพอดี กระสุนนัดแรกจึงพลาดหัวใจไปโดนไหล่ทะลุออกด้านหลัง แต่นัดที่สองเจ็บหน่อยเพราะมันเจาะเข้าไปในซี่โครง เคราะห์ดีที่ไม่ถึงอวัยวะภายใน บ้านของแพทย์ท่านนั้นมีเครื่องมือผ่าตัดชุดเล็กเขาเลยผ่าหัวกระสุนออกได้ ผมนอนรักษาตัวอยู่สองสามวันนายแพทย์คนนั้นก็ถูกโรงพยาบาลตามตัว ได้ยินว่ามีนักการเมืองป่วยกะทันหัน เขาเลยอนุญาตให้ผมอยู่ที่นั่นต่อจนกว่าจะหายดี แต่ผมไม่อยากรบกวนเขามากไปกว่านั้นเลยออกจากที่นั่นมาพร้อมกัน”
“เป็นคนใจดีจริงๆ” หนุ่มหมาป่าแทรกขึ้นมากลางคันและเลิกคิ้วขึ้นเมื่อวลาร์ดหันมามอง “ไม่จริงหรือไง คนโดนยิงมาแบบนั้นเป็นใครก็ต้องนึกไว้ก่อนว่าเป็นคนไม่ดี”
คำพูดของวูล์ฟเรียกเสียงหัวเราะจากสมิธ
“เขาคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ผมบอกไปว่าถูกลูกหลงจากนักล่าสัตว์ ถ้าตอนนั้นปืนยังอยู่กับตัวเขาก็คงไม่เชื่อ”
เทเลอร์รอจนสมิธพูดจบจึงถาม
“แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมา”
“ตอนแรกผมตั้งใจจะทำแบบนั้นเหมือนกันแต่เจอเบาะแสน่าสนใจระหว่างทาง”
“เบาะแส” เทเลอร์ทวนคำ สมิธผงกศีรษะพร้อมกับหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าไปวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย
“ผมพบของสิ่งนี้บนถนนไม่ห่างจากบ้านพักของร็อคนีย์เท่าไหร่นักเลยตัดสินใจย้อนกลับไปที่นั่นอีกครั้งและพบเรื่องน่าสนใจ ถึงร็อคนีย์จะถูกกำจัดแต่หน่วยอันเทสต์ของไรซินยังคงอยู่ที่นั่น ผมจึงติดกล้องไว้สองตัวถึงได้รู้ว่าไรซินอยู่แถวนั้น”
ชื่อนักวิทยาศาสตร์ใหญ่ของอิลูมิเนติคทำให้ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที
เทเลอร์ถาม
“พอจะรู้หรือเปล่าว่าเขามาทำไม”
“ผมตามรอยพวกอันเทสต์ไปจนถึงที่พักปรากฏว่าเขาออกไปแล้ว แต่จากการพูดคุยของพวกมันผมพอจะจับใจความได้ว่าไรซินกลับไปที่ห้องทดลองของเขาซึ่งอยู่ห่างจากเมืองของเราไปทางเหนือราว 300 ไมล์ น่าเสียดายที่ข้อมูลน้อยเกินไปทำให้ไม่รู้ตำแหน่งแน่ชัด”
“อย่างน้อยเราก็ได้ตำแหน่งคร่าวๆมา ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปยังส่วนกลางเขาจะได้ช่วยเราอีกแรง”
เทเลอร์พูดเสียงเรียบ ทั้งหมดนั่งเงียบสักพักวูล์ฟจึงยกมือขึ้น
“ผมมีข้อสงสัย คุณสมิธไปหากล้องมาจากไหนหรือครับ”
วลาร์ดแทบอยากจะใช้ด้ามดาบทุบหัวเพื่อนด้วยความโมโหก่อนจะติงเสียงเข้ม
“ถามอะไรไร้สาระ”
“ไม่ได้ไร้สาระแต่ฉันอยากรู้จริงๆเพราะถ้าเกิดคุณสมิธไปฉกกล้องของอิลูมิเนติคมา จะเชื่อได้ยังไงว่าภาพที่เห็นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด”
สมิธส่ายหน้ากับคำถามตรงไปตรงมาของหนุ่มหมาป่าก่อนตอบ
“อันแรกผมดึงมาจากบ้านพักหมอ ส่วนอีกสองอันซื้อในร้านขายของจิปาถะเชิงเขา”
“แล้วคุณเอาเงินมาจากไหน”
“ถึงจะตกน้ำ บัตรเครดิตของผมก็ยังใช้ได้” สมิธตอบกลั้วหัวเราะ วูล์ฟทำเหมือนจะมีคำถามอีกแต่ต้องหยุดเมื่อถูกศอกของลูกครึ่งแวมไพร์อัดเข้าที่ชายโครง
“พอได้แล้ว”