ผมน่าจะเสียเพื่อนสนิทไปอ่ะครับ วันนี้เหมือนฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดไป ไม่รู้จะทำยังไงดี รบกวนเพื่อนๆช่วยผมคิดหน่อยสิครับ
คือผมสนิทกับเพื่อนคนนี้มาก แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันจากที่ทำงานประมาณ 2 ปีกว่า แต่ก็สนิทกันมาก ลูกมัน มันก็ให้ผมเป็นพ่อทูลหัว ((ยังไม่แต่งงานแต่มีลูก)) แล้วเราก็เคยคิดกันว่าถ้ามันแต่งงาน หรือผมแต่งงาน ต่างฝ่ายจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้กัน แต่เรื่องมันก็เกิดจาก เมื่อปีก่อนมันจะซื้อรถ แล้วก็มีรายจ่ายมาก จึงขอยืมเงินผม ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่มีปัญหานะ ถ้าผมมีผมให้ได้หมดอยู่แล้ว มันก็ขอยืมมาเรื่อยๆ รวมๆกันแล้วก็หลายหมื่น ซึ่งก็ไม่มีอะไรหรอก ผมคิดว่าถ้ามันจะไม่คืน ผมก็จะยกให้ถือว่าให้ลูกไป ((คือเงินเดือนต่างกันค่อนข้างมาก แล้วผมก็รู้ว่าเค้าลำบากแหละ))
แต่มันมาเกิดเหตุขึ้นเนื่องจากเมื่อต้นปีนี้ ผมแพลนที่จะไปเรื่องต่อโทต่างประเทศ แล้วพอดีทาง agency ต้องการให้ทำบัญชีเพื่อยื่นขอวีซ่า ผมจึงรวบรวมเงินทั้งหมดที่มี คืนหนึ่งระหว่างนั่งกินเหล้ากันผมเลยบอกเพื่อนไปว่า "ตอนนี้ผมต้องใช้เงิน แล้วก็ต้องใช้มากด้วย เข้าใจใช่ป่าว" มันก็เงียบสักพัก แล้วก็เดินกลับห้องไป แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลยคืนนั้น ผมก็โอเค ไม่ได้ว่าอะไร หลังจากนั้นมาอีกสองอาทิตย์ ผมต้องไปทำงานต่างจังหวัด และเป็นจังหวะเดียวกันที่ agency ต้องให้ส่งบัญชีแล้ว ผมจึงทวงไปอีกรอบ มันก็จะให้แฟนไปกดเงินจากบัตรกดเงินสดให้ ผมรู้ว่าดอกเบี้ยมันสูง แต่ที่ใจคิดแต่ไม่ได้บอกไปคือ พอทำเรื่องเสร็จก็กะว่าจะเอาเงินก้อนนั้นคืนมันไป พอมันเอาเงินมาคืนผม ผมนับ แล้วมันยังขาดไปอีกห้าพัน เลยโทรบอก มันก็บอกว่าจำไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวหามาให้ ผมเลยพลั้งปากไปว่า "งั้นเดี๋ยวกูรอ" มันก็เดินไปกดเงินมาแล้วก็เอามาให้ผม หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้มันก็ไม่รับโทรศัพท์ผมอีกเลย ผมก็รู้แหละว่ามันคงโกรธ เลยให้เวลา แล้วพอดีผมไปต่างจังหวัดด้วย เลยไม่ได้เจอกัน แต่ระหว่างนั้นก็มีคุยกันใน chat log ของ facebook ซึ่งสรุปได้ว่า มันโกรธผมจะคำที่พูดว่า "งั้นเดี๋ยวกูรอ" เพราะเหมือนว่าผมไปบีบบังคับมัน เหมือนมันจนตรอก แล้วมันยังบอกด้วยว่าคืนนั้นที่หายไป มันนอนคิดทั้งคืนว่าจะเอารถไปจำนองเพื่อให้ผมได้ไปเรียนต่อ แต่แค่มันไม่ได้พูด ((พอพูดมาผมก็แอบซึ้งนะ แต่ใครมันจะไปรู้วะ ถ้าไม่พูด)) คืนนั้นพอได้รู้ความจริง ตอนเช้าก็เลยโอนเงินทั้งหมดคืนมันไป เพราะคิดแล้วว่าไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเงินแค่นี้ สุดท้ายก็เหมือนจะโอเคกันแหละ ผมกลับมา กทม. ก็คุยกันนะแต่ก็ไม่เหมือนเดิม แต่ใจลึกๆก็รู้แหละว่าต่างคนต่างมีฟอร์ม แต่ก็ไม่ได้ hang out กันแล้วนะ
จนมาถึงวันเกิดมันกลางเดือนที่แล้ว ก็เลยได้มีโอกาสไปปาร์ตี้กินเหล้ากัน พอเมาก็เลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ผมก็ไม่รู้นะคุยกันอีท่าไหน เพราะผมก็เมานิดนึงแล้วแหละ ก็เหมือนจะคุยกันไม่ลงตัว แต่ที่จำได้คือผมทวงเงินมันคืน พร้อมทั้งเสื้อที่มันยืมไป แล้วทิ้งท้ายบอกไปว่า ถ้าไม่คืนภายใน เรื่องถึงตำรวจแน่ ((อันนี้พลาดเอง โง่มาก พูดไปได้)) เลยเป็นเรื่องเลยครับ เช้าวันต่อมา มันเอาเงินพร้อมเสื้อมาคืนที่โต๊ะผม แล้วหลังจากนั้นก็ไม่คุยกันอีกเลย คุยก็เฉพาะเรื่องงาน ผมก็เครียดนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะง้อยังไง ก็เลยเฉยๆไป ต่อมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมก็ไปกินเหล้ากับอีกกลุ่มนึง พอเมาก็เกิดคิดถึงมันจึงส่ง inbox ใน facebook ไปว่า
"กูคิดถึงว่ะ" สักพักมันตอบกลับมาว่า
"คุณกับผมเป็นแค่พนักงานทำงานที่เดียวกันครับ"
"วันเกิดผม คุณได้ตัดความสัมพันธ์ทุกอย่างด้วยคำพูดของคุณไปแล้ว"
"และขอโทษนะครับที่ต้องบอกว่า เบอร์โทรศัพท์ผมเป็นเบอร์ส่วนตัวครับ"
"ไม่ต้องการให้โทรมาแม้จะเป็นเรื่องงา่น"
ผมก็หน้าชาสิครับงานนี้ รู้ว่ามันโกรธแหละ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร จนวันพฤหัสที่ผ่านมา ก็เลยไปถามหาสาเหตุว่าสรุปว่าโกรธผมเรื่องอะไรกันแน่ ตอนแรกมันก็ไม่พูด ตอนหลังก็พูดออกมาว่า เพราะผมทำให้มันเสียเกียรติ มันรับไม่ได้ ผมก็เลยขอโทษ((ซึ่งในใจยังคิดว่า ตัวเองไม่ผิดอยู่เลย แต่ทำเพื่อให้เรื่องจบ)) มันก็ไม่รับคำขอโทษ บอกว่าที่คนพูดขอโทษ เพราะแค่ต้องการให้คนฟังรู้สึกดีเท่านั้นแหละ ถ้าขอโทษแล้วทำแบบเดิมซ้ำๆ ก็อย่ามาขอโทษเลย ผมเลยยกเรื่องไม่ดีของมันมาพูด มันเลยบอกว่าต่างคนต่างเลว งั้นก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน โอ้โห!!! เจ็บกว่าอกหักอีกครับ T^T บ่ายวันนั้นรู้สึกชาไปหมด ทำงานไม่ได้เลย เลยกลับไปที่คอนโด พอดีมีเพื่อนจากเมืองจีนมาเที่ยวเลยมานอนที่คอนโด ผมเลยปรึกษาเค้าไป เพื่อนคนจีนบอกว่า ถ้ามันเป็นเพื่อนสนิทผม ผมคงตายไปแล้ว เล่นเอามันไปประจานในวงขนาดนั้น เหมือนจับคนไปยืนแก้ห้างกลางห้าง เป็นใครใครก็โกรธ แล้วก็จะไม่มีวันยกโทษให้เลย ผมเลยเข้าใจถ่องแท้แล้วว่า เรื่องเล็กๆสำหรับบางคน อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอีกคนก็ได้ วันนั้นผมเลย inbox ส่งไปอีกครั้งว่า
"กูเข้าใจความรู้สึกแล้ว กูได้ไปปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งที่เค้านิสัยคล้ายมาก เค้าบอกกูว่า ถ้ามีคนไปทำอย่างนั้นกับเค้า บางทีเค้าอาจจะฆ่าคนคนนั้นไปเลยก็ได้ เพราะว่าการหมิ่นเกียรติกัน มันเหมือนกับการจับคนไปยืนแก้ผ้ากลางห้าง มันทำให้คนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย กับคนบางคน เกียรติยศศักดิ์ศรีมันสำคัญกว่าชีวิต เค้าบอกว่าเค้าจะไม่มีวันให้อภัย"
" ซึ่งกูมาคิดคิดดูแล้ว กูเป็นฝ่ายผิดจริง กูหมิ่นเกียรติจริง แต่กูกลับมองว่าสิ่งที่ทำลงไปมันเป็นสิ่งเล็กน้อย เพื่อนๆกันน่าจะพออภัยให้กันได้ ซึ่งกูคิดผิด เพราะฉะนั้นกูคิดว่าสิ่งที่กูได้รับในปัจจุบันมันสมควรแล้ว ที่เลิกคบกู อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเทียบกับสิ่งที่กูทำลงไป"
"เอาเป็นว่ากูไม่ขอโทษแล้วกัน แต่คิดได้และรู้สึกสำนึกผิดแล้ว ถ้ามีอะไรที่กูพอจะแก้ไขให้รู้สึกดีได้สักนิดก็ขอให้บอกมา แม้ว่ากูจะต้องใช้เวลาอีกเป็นสิบหรือยี่สิบปี กูจะยังจะขอเป็นเพื่อนอยู่อย่างนี้ตลอดไป"
หลังจากนั้นมันก็ขึ้นว่า read แหละครับ ผมก็สบายใจ พอวันศุกร์ก็ยังไม่ได้คุยกันแหละ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น แต่ผมก็คิดว่าให้เวลารักษามันไป ตอนกลางคืนผมไปเที่ยวแล้วก็มีการถ่ายรูปปาร์ตี้อยู่กับเพื่อนแล้วโพสต์ลง facebook ก็ยังเห็นว่ามีมันเป็นเพื่อนอยู่ พอมาเมื่อเช้าวันนี้เช็คดูอีกที มัน unfriend ผมไปแล้วเรียบร้อยแล้วครับ หน้าชาอีกแล้วครับ เพราะอย่างที่บอกมันไม่รับโทรศัพท์ผมแล้ว มีช่องทางติดต่อได้ทางเดียว ก็โดน unfriend ไปเรียบร้อย ผมก็เลยแอบไปซื้อเหล้าบ๊วยตอนกลางวันเอาไปวางที่โต๊ะมัน แล้วผมก็กลับบ้าน แต่แอบดูเห็นมันไม่สนใจ ไม่เปิดดูในห่อกระดาษด้วยซ้ำครับ จนปัญญาแล้วจริงๆ เพราะอีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อแล้ว คิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปคงไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกแล้วล่ะครับ แอบเครียดเหมือนกัน ถ้ามีใครพอช่วยแนะนำอะไรผมไ้ด้บ้างก็ขอบคุณครับ
ปล.1 ขอโทษทีครับที่เรื่องมันยาวไปหน่อย แหะๆๆ
ปล.2 เพื่อนๆที่ office ไม่มีใครรู้เรื่องรายละเอียดนะครับ รู้แต่ว่าอึนๆกันไป ไม่อยากปรึกษาใครใน office เพราะเดี๋ยวกลัวดูจะำดูไม่ดีทั้งสองฝ่าย
ขอบคุณทุกความเห็นล่วงหน้านะครับ
เหมือนจะเสียเพื่อนสนิทไปวันนี้ อยากปรึกษาวิธีขอโอกาสคืนดีครับ
คือผมสนิทกับเพื่อนคนนี้มาก แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันจากที่ทำงานประมาณ 2 ปีกว่า แต่ก็สนิทกันมาก ลูกมัน มันก็ให้ผมเป็นพ่อทูลหัว ((ยังไม่แต่งงานแต่มีลูก)) แล้วเราก็เคยคิดกันว่าถ้ามันแต่งงาน หรือผมแต่งงาน ต่างฝ่ายจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้กัน แต่เรื่องมันก็เกิดจาก เมื่อปีก่อนมันจะซื้อรถ แล้วก็มีรายจ่ายมาก จึงขอยืมเงินผม ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่มีปัญหานะ ถ้าผมมีผมให้ได้หมดอยู่แล้ว มันก็ขอยืมมาเรื่อยๆ รวมๆกันแล้วก็หลายหมื่น ซึ่งก็ไม่มีอะไรหรอก ผมคิดว่าถ้ามันจะไม่คืน ผมก็จะยกให้ถือว่าให้ลูกไป ((คือเงินเดือนต่างกันค่อนข้างมาก แล้วผมก็รู้ว่าเค้าลำบากแหละ))
แต่มันมาเกิดเหตุขึ้นเนื่องจากเมื่อต้นปีนี้ ผมแพลนที่จะไปเรื่องต่อโทต่างประเทศ แล้วพอดีทาง agency ต้องการให้ทำบัญชีเพื่อยื่นขอวีซ่า ผมจึงรวบรวมเงินทั้งหมดที่มี คืนหนึ่งระหว่างนั่งกินเหล้ากันผมเลยบอกเพื่อนไปว่า "ตอนนี้ผมต้องใช้เงิน แล้วก็ต้องใช้มากด้วย เข้าใจใช่ป่าว" มันก็เงียบสักพัก แล้วก็เดินกลับห้องไป แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลยคืนนั้น ผมก็โอเค ไม่ได้ว่าอะไร หลังจากนั้นมาอีกสองอาทิตย์ ผมต้องไปทำงานต่างจังหวัด และเป็นจังหวะเดียวกันที่ agency ต้องให้ส่งบัญชีแล้ว ผมจึงทวงไปอีกรอบ มันก็จะให้แฟนไปกดเงินจากบัตรกดเงินสดให้ ผมรู้ว่าดอกเบี้ยมันสูง แต่ที่ใจคิดแต่ไม่ได้บอกไปคือ พอทำเรื่องเสร็จก็กะว่าจะเอาเงินก้อนนั้นคืนมันไป พอมันเอาเงินมาคืนผม ผมนับ แล้วมันยังขาดไปอีกห้าพัน เลยโทรบอก มันก็บอกว่าจำไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวหามาให้ ผมเลยพลั้งปากไปว่า "งั้นเดี๋ยวกูรอ" มันก็เดินไปกดเงินมาแล้วก็เอามาให้ผม หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้มันก็ไม่รับโทรศัพท์ผมอีกเลย ผมก็รู้แหละว่ามันคงโกรธ เลยให้เวลา แล้วพอดีผมไปต่างจังหวัดด้วย เลยไม่ได้เจอกัน แต่ระหว่างนั้นก็มีคุยกันใน chat log ของ facebook ซึ่งสรุปได้ว่า มันโกรธผมจะคำที่พูดว่า "งั้นเดี๋ยวกูรอ" เพราะเหมือนว่าผมไปบีบบังคับมัน เหมือนมันจนตรอก แล้วมันยังบอกด้วยว่าคืนนั้นที่หายไป มันนอนคิดทั้งคืนว่าจะเอารถไปจำนองเพื่อให้ผมได้ไปเรียนต่อ แต่แค่มันไม่ได้พูด ((พอพูดมาผมก็แอบซึ้งนะ แต่ใครมันจะไปรู้วะ ถ้าไม่พูด)) คืนนั้นพอได้รู้ความจริง ตอนเช้าก็เลยโอนเงินทั้งหมดคืนมันไป เพราะคิดแล้วว่าไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเงินแค่นี้ สุดท้ายก็เหมือนจะโอเคกันแหละ ผมกลับมา กทม. ก็คุยกันนะแต่ก็ไม่เหมือนเดิม แต่ใจลึกๆก็รู้แหละว่าต่างคนต่างมีฟอร์ม แต่ก็ไม่ได้ hang out กันแล้วนะ
จนมาถึงวันเกิดมันกลางเดือนที่แล้ว ก็เลยได้มีโอกาสไปปาร์ตี้กินเหล้ากัน พอเมาก็เลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ผมก็ไม่รู้นะคุยกันอีท่าไหน เพราะผมก็เมานิดนึงแล้วแหละ ก็เหมือนจะคุยกันไม่ลงตัว แต่ที่จำได้คือผมทวงเงินมันคืน พร้อมทั้งเสื้อที่มันยืมไป แล้วทิ้งท้ายบอกไปว่า ถ้าไม่คืนภายใน เรื่องถึงตำรวจแน่ ((อันนี้พลาดเอง โง่มาก พูดไปได้)) เลยเป็นเรื่องเลยครับ เช้าวันต่อมา มันเอาเงินพร้อมเสื้อมาคืนที่โต๊ะผม แล้วหลังจากนั้นก็ไม่คุยกันอีกเลย คุยก็เฉพาะเรื่องงาน ผมก็เครียดนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะง้อยังไง ก็เลยเฉยๆไป ต่อมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมก็ไปกินเหล้ากับอีกกลุ่มนึง พอเมาก็เกิดคิดถึงมันจึงส่ง inbox ใน facebook ไปว่า
"กูคิดถึงว่ะ" สักพักมันตอบกลับมาว่า
"คุณกับผมเป็นแค่พนักงานทำงานที่เดียวกันครับ"
"วันเกิดผม คุณได้ตัดความสัมพันธ์ทุกอย่างด้วยคำพูดของคุณไปแล้ว"
"และขอโทษนะครับที่ต้องบอกว่า เบอร์โทรศัพท์ผมเป็นเบอร์ส่วนตัวครับ"
"ไม่ต้องการให้โทรมาแม้จะเป็นเรื่องงา่น"
ผมก็หน้าชาสิครับงานนี้ รู้ว่ามันโกรธแหละ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร จนวันพฤหัสที่ผ่านมา ก็เลยไปถามหาสาเหตุว่าสรุปว่าโกรธผมเรื่องอะไรกันแน่ ตอนแรกมันก็ไม่พูด ตอนหลังก็พูดออกมาว่า เพราะผมทำให้มันเสียเกียรติ มันรับไม่ได้ ผมก็เลยขอโทษ((ซึ่งในใจยังคิดว่า ตัวเองไม่ผิดอยู่เลย แต่ทำเพื่อให้เรื่องจบ)) มันก็ไม่รับคำขอโทษ บอกว่าที่คนพูดขอโทษ เพราะแค่ต้องการให้คนฟังรู้สึกดีเท่านั้นแหละ ถ้าขอโทษแล้วทำแบบเดิมซ้ำๆ ก็อย่ามาขอโทษเลย ผมเลยยกเรื่องไม่ดีของมันมาพูด มันเลยบอกว่าต่างคนต่างเลว งั้นก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน โอ้โห!!! เจ็บกว่าอกหักอีกครับ T^T บ่ายวันนั้นรู้สึกชาไปหมด ทำงานไม่ได้เลย เลยกลับไปที่คอนโด พอดีมีเพื่อนจากเมืองจีนมาเที่ยวเลยมานอนที่คอนโด ผมเลยปรึกษาเค้าไป เพื่อนคนจีนบอกว่า ถ้ามันเป็นเพื่อนสนิทผม ผมคงตายไปแล้ว เล่นเอามันไปประจานในวงขนาดนั้น เหมือนจับคนไปยืนแก้ห้างกลางห้าง เป็นใครใครก็โกรธ แล้วก็จะไม่มีวันยกโทษให้เลย ผมเลยเข้าใจถ่องแท้แล้วว่า เรื่องเล็กๆสำหรับบางคน อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอีกคนก็ได้ วันนั้นผมเลย inbox ส่งไปอีกครั้งว่า
"กูเข้าใจความรู้สึกแล้ว กูได้ไปปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งที่เค้านิสัยคล้ายมาก เค้าบอกกูว่า ถ้ามีคนไปทำอย่างนั้นกับเค้า บางทีเค้าอาจจะฆ่าคนคนนั้นไปเลยก็ได้ เพราะว่าการหมิ่นเกียรติกัน มันเหมือนกับการจับคนไปยืนแก้ผ้ากลางห้าง มันทำให้คนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย กับคนบางคน เกียรติยศศักดิ์ศรีมันสำคัญกว่าชีวิต เค้าบอกว่าเค้าจะไม่มีวันให้อภัย"
" ซึ่งกูมาคิดคิดดูแล้ว กูเป็นฝ่ายผิดจริง กูหมิ่นเกียรติจริง แต่กูกลับมองว่าสิ่งที่ทำลงไปมันเป็นสิ่งเล็กน้อย เพื่อนๆกันน่าจะพออภัยให้กันได้ ซึ่งกูคิดผิด เพราะฉะนั้นกูคิดว่าสิ่งที่กูได้รับในปัจจุบันมันสมควรแล้ว ที่เลิกคบกู อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเทียบกับสิ่งที่กูทำลงไป"
"เอาเป็นว่ากูไม่ขอโทษแล้วกัน แต่คิดได้และรู้สึกสำนึกผิดแล้ว ถ้ามีอะไรที่กูพอจะแก้ไขให้รู้สึกดีได้สักนิดก็ขอให้บอกมา แม้ว่ากูจะต้องใช้เวลาอีกเป็นสิบหรือยี่สิบปี กูจะยังจะขอเป็นเพื่อนอยู่อย่างนี้ตลอดไป"
หลังจากนั้นมันก็ขึ้นว่า read แหละครับ ผมก็สบายใจ พอวันศุกร์ก็ยังไม่ได้คุยกันแหละ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น แต่ผมก็คิดว่าให้เวลารักษามันไป ตอนกลางคืนผมไปเที่ยวแล้วก็มีการถ่ายรูปปาร์ตี้อยู่กับเพื่อนแล้วโพสต์ลง facebook ก็ยังเห็นว่ามีมันเป็นเพื่อนอยู่ พอมาเมื่อเช้าวันนี้เช็คดูอีกที มัน unfriend ผมไปแล้วเรียบร้อยแล้วครับ หน้าชาอีกแล้วครับ เพราะอย่างที่บอกมันไม่รับโทรศัพท์ผมแล้ว มีช่องทางติดต่อได้ทางเดียว ก็โดน unfriend ไปเรียบร้อย ผมก็เลยแอบไปซื้อเหล้าบ๊วยตอนกลางวันเอาไปวางที่โต๊ะมัน แล้วผมก็กลับบ้าน แต่แอบดูเห็นมันไม่สนใจ ไม่เปิดดูในห่อกระดาษด้วยซ้ำครับ จนปัญญาแล้วจริงๆ เพราะอีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อแล้ว คิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปคงไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกแล้วล่ะครับ แอบเครียดเหมือนกัน ถ้ามีใครพอช่วยแนะนำอะไรผมไ้ด้บ้างก็ขอบคุณครับ
ปล.1 ขอโทษทีครับที่เรื่องมันยาวไปหน่อย แหะๆๆ
ปล.2 เพื่อนๆที่ office ไม่มีใครรู้เรื่องรายละเอียดนะครับ รู้แต่ว่าอึนๆกันไป ไม่อยากปรึกษาใครใน office เพราะเดี๋ยวกลัวดูจะำดูไม่ดีทั้งสองฝ่าย
ขอบคุณทุกความเห็นล่วงหน้านะครับ