ปรับเป้าหมายของ SET Index ปีนี้จากเดิมที่ 1,650 จุดเป็น 1,800 จุด

08 มี.ค. 2556 เวลา 17:14:21 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

             

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด คาดเดือนมีนาคม 2556  ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัว Sideways ถึง Sideways up ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม แต่ต้องระวังแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติในช่วงปิดไตรมาสหนึ่งต่อเนื่องต้นไตรมาส 2 โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ 1) หน่วยงาน Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งจัดตั้งโดยกลุ่มประเทศ G7 มีมติถอนชื่อประเทศไทยออกจากประเทศที่มีความเสี่ยงร้ายแรงด้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งน่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการยกเลิกอุปสรรคการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศที่เคยเป็นมา  2) มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยที่เฉลี่ยอยู่ ณ ระดับ 50,000 – 60,000 ล้านบาทต่อวัน จะช่วยให้กลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ปรับตัว Outperform ตลาดได้ โดยเรามองว่ามูลค่าการซื้อขายของตลาดจะสามารถยืนที่ระดับนี้ไปอีกประมาณ 3-6 เดือนข้างหน้า และ 3) การแต่งตั้งนาย Haruhiko Kuroda เป็นผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีแนวความคิดผ่อนคลายนโยบายการเงินเต็มรูปแบบเพื่อเพิ่มระดับเงินเฟ้อของประเทศ

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าปัจจัยทั้งในและต่างประเทศจะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่อาจจะทำให้ตลาดหุ้นไทยลดความร้อนแรงลง ซึ่งได้แก่ ประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิตาลีในวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งถ้าหากไม่มีพรรคการเมืองไหนจัดตั้งรัฐบาลได้ จะถือเป็นปัจจัยลบที่สำคัญต่อตลาดหุ้นทั่วโลก นอกจากนั้น รัฐสภาและทำเนียบขาวของสหรัฐฯ จะต้องมีการเจรจาตกลงรับรองกฎหมายจัดสรรเงินทุนงบประมาณฉบับใหม่ให้ทันก่อนเส้นตายในวันที่ 27 มีนาคม นี้ เพื่อป้องกันการปิดทำการของหน่วยงานราชการต่างๆ”

“การที่ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมามาก ทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเงินปันผลของดัชนี SET Index กับเงินปันผลของดัชนี S&P ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เพียงระดับ 0.5% เท่านั้นซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปีทำให้นักลงทุนต่างประเทศมีโอกาสขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทยและนำเงินกลับไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนช่วงปิดไตรมาสที่ 1 ต่อเนื่องไตรมาสที่ 2 จึงอยากให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2556 เป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ซื้อเมื่ออ่อนตัว โดยฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ปรับเป้าหมายของ SET Index ปีนี้จากเดิมที่ 1650 จุดเป็น 1800 จุดเนื่องจากคาดว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่แท้จริงยังไม่เข้ามาอย่างเต็มที่” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวเสริมว่า “เรามองว่าหุ้นที่จะ Outperform ตลาดได้แก่ หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว รวมไปถึงหุ้นที่มี Valuation น่าสนใจในหลากหลายมิติ ได้แก่ 1)  หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ ASP, BH, ERW, MAJOR 2)  หุ้นที่มีราคาถูก และ Dividend yield สูง ได้แก่ TCAP, TISCO, GLOW 3)  หุ้นกลุ่มสื่อสารที่ Laggard ตลาด ได้แก่ INTUCH และ 4)  หุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ได้แก่ SCC, LH”

จากการคาดการณ์ว่าการตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัว Sideways ถึง Sideways up และมูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยที่เฉลี่ยอยู่ ณ ระดับ 50,000 – 60,000 ล้านบาทต่อวัน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์     ทรีนีตี้ จำกัด ได้ออกบทวิเคราะห์ The Big Picture  แนะนำให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนในเดือนมีนาคม 2556 โดยแบ่งพอร์ตการลงทุนเป็น 3 ประเภท ระยะเวลาการลงทุน 1 เดือน ดังนี้

1. พอร์ตการลงทุนอนุรักษ์นิยม แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสด 30% ลงทุนในหุ้น 40% ลงทุนในตราสารหนี้ 30% และงดการลงทุนในทองคำ โดยมีหุ้นที่แนะนำในการลงทุน ได้แก่ LH ราคาเป้าหมาย 12.80 บาท ผลตอบแทนคาดหวัง 6.70% INTUCH ราคาเป้าหมาย 75.25 บาท ผลตอบแทนคาดหวัง 5.6% และ  TISCO ราคาเป้าหมาย 58 บาท  ผลตอบแทนคาดหวัง 7.4%

2.  พอร์ตการลงทุนเชิงรุก แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสด 10% ลงทุนในหุ้น 60% ลงทุนในตราสารหนี้ 20% และลงทุนในทองคำ 10% ได้แก่ TCAP ราคาเป้าหมาย 48 บาท ผลตอบแทนคาดหวัง 6.70% BH ราคาเป้าหมาย 95 บาท ผลตอบแทนคาดหวัง 8.6% และ GLOW ราคาเป้าหมาย 91 บาท  ผลตอบแทนคาดหวัง 5.8%

3.  พอร์ตการลงทุนแบบผสม  แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสด 20% ลงทุนในหุ้น 50% ลงทุนในตราสารหนี้ 25% และลงทุนในทองคำ 5%  ได้แก่ LH ราคาเป้าหมาย 12.80 บาท ผลตอบแทนคาดหวัง 6.7% INTUCH ราคาเป้าหมาย 75.25 บาท  ผลตอบแทนคาดหวัง 5.6% และ TCAP ราคาเป้าหมาย 48 บาท  ผลตอบแทนคาดหวัง 6.7%

กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนจากบทวิเคราะห์ The Big Picture นี้  ทางฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553  โดยนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นตามคำแนะนำตามพอร์ทโฟลิโอของ The Big picture ตั้งแต่ต้น จะได้รับผลตอบแทนทั้งหมด 386.6% ในระยะเวลา 32 เดือน เทียบกับ SET Index ที่ +93.4%

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่