เพลง เรียงความเรื่องแม่ กับชีวิตจริงของเด็กคนหนึ่ง

กระทู้สนทนา
อ่านเจอใน facebook บอกว่าเคยเจอตัวจริงของหนึ่งในเด็กที่ร้องเพลงนี้ จริงเท็จประการใดพิจารณากันเอาเองนะครับ

“ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา ถ้าแม่ฟังอยู่คิดถึงหนูหน่อยนะ หนูขอสัญญาว่า หนูจะเป็นเด็กดี”

ตอแหลครับ มันช่างเป็นบทเพลงที่ตอแหลสิ้นดี ทำไมนะหรอ? เดียวผมจะเล่าให้ฟัง

เมื่อหลายวันก่อน ผมไปนั่งทานอาหารอยู่ริมถนนสาธุประดิษฐ์หน้าโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม ในขณะที่ผมนั่งทานเพลิน ๆ ผมมองไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นั่งดูดบุหรี่อยู่หน้าร้านเกมส์ ใบหน้าของเด็กคนนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก ผมเฝ้าพิจารณาจนกระทั่งเห็นว่า น่าจะเป็นหนึ่งในเด็กที่ร้องเพลงเรียงความเรื่องแม่ ผมจึงเรียกเขามานั่งด้วยกันและเลี้ยงอาหารเขาเป็นการตอบแทนเพื่อพูดคุยด้วย เขาเล่าถึงชีวิตของเขาให้ฟังว่า

ตอนแรกเขาก็เป็นแค่เด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ธรรมดา ๆ แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร และช่วงนั้นทางบริษัท RS ต้องการทำ Project เกี่ยวกับวันแม่ ก็เลยมาแจ้งกับทางสถานสงเคราะห์ให้จัดหาเด็กไปร้องเพลงจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ได้เป็นเด็กชายและเด็กหญิง(เด็กหญิงได้จากอีกแห่งหนึ่ง)ไปซ้อมร้องเพลงและก็ได้เป็นเพลงนั้นออกมาขับกล่อมผู้ฟัง

มันดันกลายเป็นว่า ชื่อเสียงที่ได้มันสร้างปัญหาให้กับเด็กเหล่านี้ไม่น้อย ทุก ๆ ครั้งที่แขกมาเลี้ยงอาหาร ทางสถานสงเคราะห์จะต้องจับให้เด็ก ๆ พวกนี้ออกไปร้องเพลงนี้ขับกล่อมสร้างความสุขให้กับแขกผู้มาเยือนเสมอ ๆ แต่มันเป็นการตอกย้ำปมในใจของพวกเข้ามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้ใหญ่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด การเกิดมาไม่มีครอบครัวก็ว่าแย่อยู่แล้ว แต่ครอบครัวที่สองดันทำให้พวกเขาต้องเจอประสบการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิม

หลังจากที่เริ่มมีชื่อเสียง ก็มักจะเริ่มมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เชื่อไหมครับ ได้เป็นแสน แต่นั้นแหละครับที่สร้างความปวดใจให้เด็ก ๆ เพราะเงินจำนวนขนาดนี้ ถ้าเด็ก ๆ เหล่านี้ได้ไป ฝากไว้ในธนาคารและได้ใช้ในเวลาที่เหมาะสม มันจะสร้างคุณประโยชน์มหาศาลขนาดไหน แต่เด็ก ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้เห็นเงินก้อนนั้นเลย ยังไม่พอ เด็ก ๆ เหล่านี้มักจะโดนผู้ใหญ่ในสถานสงเคราะห์เหน็บว่า “ไอ้เด็ก RS” แล้วก็ต่อท้ายประโยคว่า คิดว่าดังนักหรอ? ดีนักหรอ? แล้วก็ด่าแบบสาดเสียเทเสีย

แน่นอนครับ เด็ก ๆ เหล่านี้ก็ต้องไปโรงเรียน ทางสถานสงเคราะห์จะให้เงินกับเด็กระดับมัธยมศึกษาวันละ 30 บาท(เท่ากันทุกชั้นปี) เพื่อใช้ในการไปเรียน ทานอาหาร และค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์พิเศษอื่น ๆ เด็ก ๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง 30 บาทที่ว่าน้อยแล้ว ดันโดนแม่บ้านในขณะนั้นโกงอีก ไม่ยอมจ่ายเงินให้เด็กครบตามจำนวน เหลือแค่ 10 บาท (เพราะค่าอาหารในโรงเรียนตอนนั้น 10 บาท) เด็กที่ไหนอยากจะไปเรียนครับ เด็ก ๆ เหล่านั้นก็เริ่มโดดเรียน ไม่ไปเรียน ทางโรงเรียนก็แจ้งกลับมาทางบ้านว่าเด็กไม่ไปเรียน ทางผู้ใหญ่ในบ้านแทนที่จะถามปัญหาจากเด็ก ดันไปถามแม่บ้าน ก็แน่ละครับ เรื่องอะไรจะบอกว่าตัวเองจ่ายเงินไม่ครบ ก็โทษว่าเด็กมันเลวเอง ผู้ใหญ่ก็ออกมาตรการต่างๆ กดดันให้เด็ก ๆ เหล่านี้ต้องออกจากบ้านก่อนเวลาอันควร

ทุกวันนี้เด็ก ๆ ที่ร้องเพลงนี้ทุกคน ผมใช้คำว่าทุกคน ไม่มีใครเป็นคนดีของสังคมอย่างที่ควรจะเป็น กลายเป็นวัยรุ่นที่โตมาและพร้อมที่จะสร้างปัญหาให้สังคมได้ทุกเมื่อ ผมฟังเรื่องนี้อย่างสลดใจ และผมก็เชื่อว่าถ้าผมไม่เล่า ก็คงไม่มีใครสนใจพวกเขาอีกต่อไป ชื่อเสียงของพวกเขามันก็แค่สายลมผ่าน ๆ

และนี้คือสาเหตุที่ผมได้ยินเพลงนี้ที่ไร ก็รู้สึกเศร้าทุกที ไม่ใช่คิดถึงแม่ แต่คิดถึงปัญหาของพวกเขามากกว่า

001

ปล. ใครคิดว่าไม่จริง ไปพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองครับ น้องเขาตอนนี้ทำงานเป็นคนเฝ้าร้านเกมส์หน้าโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม ได้เงินเดือนเดือนละประมาณ 7 พันบาท อาศัยอยู่กับรุ่นที่ที่เคยอยู่บ้านเดียวกัน และ การศึกษาของน้องเขาสูงสุดแค่ ป.6

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=521710867879582&set=a.406851179365552.105369.399903220060348&type=1
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่