บังเอิญได้ยิน เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ

เมื่อเร็วๆนี้ผมไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อแห่งนึง ระหว่างรอคิดเงินได้ยินพนักงานนชายที่กำลังคิดเงินกับพนักงานหญิง(ซึ่งน่าจะมีตำแหน่งสูงกว่า)คุยกันครับ

น้องผู้ชาย : เดี๋ยวสิ้นเดือนทำบัตรอิออนได้แล้ว ว่าจะถอยไอโฟน แต่เขาว่าไอโฟนผู้หญิงชอบใช้ใช่มั้ยพี่ เอาโน้ต 2 ดีมั้ยดูแมนดี

พี่ผู้หญิง : แกจะซื้อไปทำไม ส่งไหวเหรอ นี่เห็นเฮียมั้ยว่าเขาใช้โทรศัพท์อะไรอยู่(เธอหมายถึงเจ้าของร้าน ซึ่งมีหลายสาขาในอำเภอ)

น้องผู้ชาย : เฮียใช้ไรเหรอพี่

พี่ผู้หญิง : ก็เห็นโทรศัพท์ของร้านที่เฮียซื้อแจกร้านละเครื่องมั้ย เฮียก็ใช้รุ่นนั้นแหละ

น้องผู้ชาย : โนเกียน่ะเหรอ (ผมไม่รู้หรอกโนเกียรุ่นไหน แต่เดาว่าคงไม่แพงนัก) โธ่พี่ก็ มันเป็นความสุขนะพี่ พี่ไม่เข้าใจหรอก

พี่ผู้หญิง : พี่เข้าใจนะ พี่ก็เคยอยากได้ไอโฟนแต่มันแพงเกินเลยไม่เอา พี่ว่าแกซื้อซัมซุงฮีโร่ก็พอแล้ว เก็บตังไว้ใช้อย่างอื่นดีกว่า

ผมจ่ายเงินเสร็จพอดีเลยไม่ได้ยินว่าทั้งคู่พูดอะไรต่อ แต่มันก็ทำให้ได้แง่คิดอะไรบางอย่าง


ผมเข้าใจน้องผู้ชายนะว่าวัยนี้ความอยากได้มันเป็นยังไง ยิ่งทำงานมีเงินเดือนแล้ว ซื้อเองได้ไม่ต้องขอพ่อแม่ มันก็ไม่เห็นเป็นไรเลย สมัยก่อนผมยังซื้อมือถือแพงๆใช้กับแฟนคนละเครื่องเลย(อยู่ในวัยนี้ทั้งคู่)

แต่ที่น้องผู้หญิงพูดเนี่ย ผมว่าสักวันน้องผู้ชายคงจะเข้าใจ เพราะผมเข้าใจดีเลยว่ารู้สึกเสียดายเงินที่หมดไปกับมือถือหรือของไม่จำเป็น เพราะแค่อยากมีเหมือนเขาหรืออยากอวดคนอื่น(แต่ไม่เสียใจนะครับ อะไรที่ทำไปแล้วตอนนั้นก็เป็นการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งมันจะกลายเป็นบทเรียนให้เราได้ในเวลาต่อมา)


ปัจจุบันนี้ผมมีเงินมากขึ้นกว่าสมัยก่อน จะซื้ออะไรแพงๆก็พอซื้อได้ ไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก แต่กลับไม่คิดจะซื้อของเพราะอยากดูดีในสายตาคนอื่นเหมือนสมัยวัยรุ่นแล้ว ของที่ซื้อใช้ผมจะมองถึงความคุ้มค่าและความต้องการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามันตอบโจทย์ครบก็ซื้อ ไม่คิดจะตามเทรนด์ เพราะถ้าคอยไล่ตามตลอดเวลามันก็ต้องเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบหรอก

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่