คริๆ อย่างน้อยก็พยายามดี แต่ก็ผิดไปเยอะ
"อินเดีย"ลุยลดขาดดุลจ่อเบรกนำเข้าทองไทย
อินเดียเล็งงดนำเข้าทองคำจากไทย หลังอุปสงค์ทองสูงดันยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศพุ่ง
พี. จีดัมบาราม รัฐมนตรีคลังอินเดีย เตรียมเสนอให้รัฐบาลอินเดีย ซึ่งเป็นชาติที่ซื้อทองคำมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ยกเลิกการนำเข้าเครื่องประดับทองคำจากประเทศไทย เพื่อหวังลดยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลอินเดียตัดสินใจขึ้นภาษีนำเข้าถึง 2 ครั้ง สู่ระดับ 10% เพื่อหวังลดอุปสงค์ทองคำในประเทศ
“อุปสงค์ทองจะต้องลดลง เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดันราคาทองคำสูงขึ้น” จีดัมบาราม กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีดังกล่าวกลับไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากไม่ครอบคลุมทองคำนำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอินเดียกับไทย ที่บังคับใช้ตั้งแต่เมื่อปี 2547 นั้น อัตราภาษีนำเข้าทองคำจากไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1%
ฃด้านรัฐบาลอินเดียได้เสนอแนะให้กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาหารือระหว่างการประเมินข้อตกลงเอฟทีเออินเดียกับไทย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ ขณะที่กระทรวงการคลัง เสนอให้ทางการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎการนำเข้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอกับไทยหลังในช่วงเดือน ธ.ค. พบว่า มีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าทองคำจากต่างประเทศผ่านไทย เพื่อฉวยโอกาสจากอัตราภาษีที่ต่ำ
ทั้งนี้ ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงไตรมาสเดือน ก.ค.-ก.ย. ปีก่อนของอินเดียพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.4% ขณะที่ยอดนำเข้าทองคำในครึ่งปีแรกของปี 2555 มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.2 แสนล้านบาท)
เอาข่าวภาคภาษาไทยมาให้อ่าน จะได้แปลไม่ผิดอีก "อินเดีย"ลุยลดขาดดุลจ่อเบรกนำเข้าทองไทย
"อินเดีย"ลุยลดขาดดุลจ่อเบรกนำเข้าทองไทย
อินเดียเล็งงดนำเข้าทองคำจากไทย หลังอุปสงค์ทองสูงดันยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศพุ่ง
พี. จีดัมบาราม รัฐมนตรีคลังอินเดีย เตรียมเสนอให้รัฐบาลอินเดีย ซึ่งเป็นชาติที่ซื้อทองคำมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ยกเลิกการนำเข้าเครื่องประดับทองคำจากประเทศไทย เพื่อหวังลดยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลอินเดียตัดสินใจขึ้นภาษีนำเข้าถึง 2 ครั้ง สู่ระดับ 10% เพื่อหวังลดอุปสงค์ทองคำในประเทศ
“อุปสงค์ทองจะต้องลดลง เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดันราคาทองคำสูงขึ้น” จีดัมบาราม กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีดังกล่าวกลับไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากไม่ครอบคลุมทองคำนำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอินเดียกับไทย ที่บังคับใช้ตั้งแต่เมื่อปี 2547 นั้น อัตราภาษีนำเข้าทองคำจากไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1%
ฃด้านรัฐบาลอินเดียได้เสนอแนะให้กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาหารือระหว่างการประเมินข้อตกลงเอฟทีเออินเดียกับไทย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ ขณะที่กระทรวงการคลัง เสนอให้ทางการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎการนำเข้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอกับไทยหลังในช่วงเดือน ธ.ค. พบว่า มีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าทองคำจากต่างประเทศผ่านไทย เพื่อฉวยโอกาสจากอัตราภาษีที่ต่ำ
ทั้งนี้ ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงไตรมาสเดือน ก.ค.-ก.ย. ปีก่อนของอินเดียพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.4% ขณะที่ยอดนำเข้าทองคำในครึ่งปีแรกของปี 2555 มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.2 แสนล้านบาท)