คนทำโพลแจงโอกาสพลิกล็อก

รายงานพิเศษ




การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เดินมาถึงโค้งสุดท้าย พบว่าผลโพลเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชน มาโดยตลอด

โดยโพลแทบทุกสำนักรายงานตรงกันว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำแชมป์เก่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครเบอร์ 16 พรรคประชาธิปัตย์ ในทุกโค้งเลือกตั้ง

ถึงวันนี้เริ่มมีการพูดถึงประเด็น "พลิกล็อก" ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่



สุขุม เฉลยทรัพย์
ประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต



สวนดุสิตโพลทำการสำรวจทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยตั้งแต่วันแรกที่ได้เบอร์ผู้สมัครจนถึงปัจจุบัน พบว่าพล.ต.อ.พงศพัศมีคะแนนนำตลอด ระยะห่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากร้อยละ 3, ร้อยละ 6, ร้อยละ 9 ล่าสุดโดดไปที่ร้อยละ 14

ถึงวันนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าการทำโพลของเราไม่น่าจะคลาดเคลื่อนในแง่ผู้ชนะ

เนื่องจากวิธีวิจัยนั้นทำค่อนข้างละเอียด ตรงตามหลักวิชาการ และที่สำคัญคำถามของเราในแบบ สอบถามก็ชัดเจน ไม่คลุมเครือ มีวิธีถามที่ทำให้ผู้ตอบบางคนที่ยังลังเลใจเกิดความสบายใจ ยอมตอบสิ่งที่อยู่ในใจได้

ตรงนี้ทำให้ตัวเลขของกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเหลือน้อยที่สุด ผลโพลจึงให้ภาพการเลือกตั้งที่ชัดเจน ไม่เบลอ

อีกทั้งเมื่อดูจากโพลสำนักต่างๆ ส่วนใหญ่ก็รายงานตรงกันว่าใครนำใครตาม จะแตกต่างกันก็ตรงเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากตัวเลขของกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งจากที่สวนดุสิตโพลสำรวจ พบว่ามีเพียงร้อยละ 12 ในจำนวนนี้อาจมีตัวเลขของคนที่สามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเพียงร้อยละ 3-4 จึงไม่น่ามีผลกระทบต่อคะแนนผู้นำผู้ตาม

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการพลิกล็อกก็น่าจะเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การแข่งขันที่สูงโดยมีการรณรงค์หาเสียงที่ดุเดือด แพ้ไม่ได้ มีขบวนการเตะตัดขา ปล่อยข่าวลือต่างๆ พูดง่ายๆคือใช้วิชามาร ใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม

รวมถึงปัจจัยการเปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายของกรุงเทพฯ

แต่เมื่อดูจากระยะห่างของคะแนนผู้นำและตามแล้ว เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ หรือพลิกล็อกไปจากนี้ได้



กิตติศักดิ์ พรหมรัตน์
ผอ.ศูนย์วิจัย ม.กรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)


การเลือกตั้งครั้งนี้ กรุงเทพโพลล์สำรวจความนิยมผู้สมัคร 3 ครั้ง ครั้งแรกคือช่วงเริ่มต้นสมัคร 21-23 ม.ค. ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-5 ก.พ. และครั้งที่ 3 วันที่ 11-17 ก.พ.

พบว่าครั้งแรกคะแนนค่อนข้างสูสี ส่วนครั้งที่ 2 พล.ต.อ. พงศพัศนำแต่ไม่มากเหมือนบางโพล อย่างไรก็ตามเป็นที่สังเกตว่า ตั้งแต่เริ่มต้นเก็บผลสำรวจจนถึงครั้งล่าสุด ตัวเลขของผู้สมัคร 2 คนค่อนข้างนิ่งแล้ว

โดยพล.ต.อ.พงศพัศความนิยมอยู่ที่ประมาณร้อยละ 35 ส่วนม.ร.ว.สุขุมพันธุ์อยู่ที่ร้อยละ 30

โดยเฉพาะม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นั้น กรุงเทพโพลล์เห็นตัวเลขความนิยมมาตลอด เพราะเราเช็กเรื่อยมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้ว่าฯกทม. โดยการประเมินผลงานช่วง 2-3 ปีแรก พบว่าความนิยมอยู่ที่ ร้อยละ 40

แต่หลังจากการทำงานปีสุดท้ายแนวโน้มความนิยมก็ลดลงเรื่อยๆ กระทั่งวันรับสมัครเหลือร้อยละ 38 ก่อนจะลดเหลือ ร้อยละ 30 ในปัจจุบัน

ขณะที่คะแนนของผู้สมัครอิสระรายอื่นๆ แบ่งไปร้อยละ 5

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเลขของคนที่ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งมีอยู่ถึงร้อยละ 25 ในจำนวนนี้มีคนที่ไม่เปิดเผยข้อมูลรวมอยู่ด้วย ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานของผมพบว่า คนที่ไม่เปิดเผยข้อมูลนั้น เป็นผู้ที่เลือกม.ร.ว.สุขุมพันธุ์และพรรคประชาธิปัตย์

ตรงนี้คือตัวแปรสำคัญที่จะนำไปสู่การพลิกล็อกสนามเลือกตั้งครั้งนี้

ขอย้ำว่าการแสดงบุคลิกของผู้สนับ สนุน 2 พรรคนั้นแตกต่างกัน ฝั่งพรรคเพื่อไทยมักแสดงออกโดยเปิดเผยว่าจะเลือกใคร ขณะที่ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มักไม่ชอบแสดงตัว หรือบอกกล่าวกับผู้ดำเนินการสำรวจ

เมื่อพิจารณาจากคะแนนที่พอคาดเดาในมือ โดยพล.ต.อ.พงศพัศร้อยละ 35 ส่วนม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ร้อยละ 30 หากนำปัจจัยบุคลิกการแสดงออกของผู้สนับสนุนมารวมด้วย

ตัวเลขของพล.ต.อ.พงศพัศน่าจะนิ่งประมาณนี้ ขณะที่คะแนนของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก

ผลการเลือกตั้งจึงคาดเดายากมาก แม้การสำรวจขณะนี้จะพบว่า พล.ต.อ.พงศพัศเป็นฝ่ายนำ ซึ่งหากชนะก็คงชนะไม่ขาด ไม่น่าจะเกินร้อยละ 3

แต่เราจะประมาทม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ได้ ซึ่งอาจพลิกล็อกชนะด้วยคะแนนของผู้ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจและผู้ที่ไม่ยอมเปิดเผยว่าจะเลือกใคร เทมาให้วันเลือกตั้งก็ได้

ประกอบกับเมื่อดูตัวเลขผู้ชนะการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งคู่ พบว่าครั้งที่แล้วคะแนนของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์อยู่ที่ร้อยละ 40 ขณะที่ก่อนหน้านี้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ไปร้อยละ 45

เปอร์เซ็นต์พลิกล็อกจึงมีโอกาสสูงอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม อยากให้รอลุ้นวันที่ 3 มี.ค. หากผลออกมาไม่เป็นไปตามที่โพลรายงานก็ขอให้ประชาชนอย่าได้โทษโพล เนื่องจากในการปฏิบัติงานที่ผ่านมานั้น มีคนไม่เปิดเผยและไม่ตัดสินใจจำนวนมาก

ทำให้ข้อมูลไปฝังที่บางส่วน

ดังนั้นหากผลโพลกับผลการเลือกตั้งจริงออกมาไม่ตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าโพลของเราไม่มีคุณภาพ หรือคนทำโพลไม่ได้ทำตามระเบียบวิธีวิจัย

และที่สำคัญไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นโพลชี้นำด้วย



นพดล กรรณิกา
ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ม.อัสสัมชัญ


แม้ผลโพลขณะนี้ พล.ต.อ.พงศพัศจะมีคะแนนนำม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ แต่มีความเป็นไปได้ว่าผลโพลกับผลการเลือกตั้งจริงจะพลิกได้

เนื่องจากข้อมูลล่าสุดกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกทม. 2,498 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการและวิเคราะห์ข้อมูล 15-20 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้นเลือกเขต แขวง ชุมชน และลงสัมภาษณ์แบบเคาะประตูบ้านในระดับครัวเรือน มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมในกลุ่มที่อาจ เปลี่ยนใจ

ระบุว่าร้อยละ 25.6 เลือกพล.ต.อ.พงศพัศ ร้อยละ 24.8 เลือกม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ร้อยละ 18.5 ยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนที่เหลือเลือกผู้สมัครคนอื่นๆ

จะเห็นได้ว่าคะแนนมีความใกล้เคียงกัน โดยผลสำรวจของพล.ต.อ.พงศพัศและม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ห่างกันเพียง 0.8 เท่านั้น ขณะที่ผลสำรวจของกลุ่มที่ไม่เปลี่ยนใจ ระบุว่าร้อยละ 50.9 เลือกพล.ต.อ.พงศพัศ ร้อยละ 30.8 เลือกม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ร้อยละ 4.6 ยังไม่ได้ตัดสินใจ ที่เหลือเลือกผู้สมัครรายอื่น

ตรงนี้แสดงว่าเกิดข้อแตกต่างระหว่างความคิดเห็นของประชาชนเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่เปลี่ยนใจ มีผู้สมัครในดวงใจอยู่แล้ว กับผู้ที่อาจเปลี่ยนใจได้

ซึ่งหากกลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจมีเพิ่มขึ้นและไปเลือกตั้งมากกว่ากลุ่มที่ไม่เปลี่ยนใจ โอกาสที่คะแนนจะพลิกก็มีสูง โดยตามข้อมูลแล้ว ผู้ที่ไม่เปลี่ยนใจจะติดตามข่าวสารมากกว่าผู้ที่อาจเปลี่ยนใจได้

อีกปัจจัยสำคัญที่โพลอาจพลิกล็อกได้ คือนโยบายหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคนที่จับต้องได้ ไม่ใช่นโยบายขายฝัน หรือการบอกปากต่อปากของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายของผู้สมัคร

แต่โดยสถิติแล้วผลโพลในการเลือกผู้ว่าฯกทม.นั้นไม่เคยพลิกล็อก เนื่องจากเป็นการเลือกผู้จะดำรงตำแหน่งเพียงคนเดียว


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk1UWXdPRGN4Tmc9PQ==&sectionid=


=============================

ครั้งแรกที่คิดไว้ในใจ เป็นห่วงคะแนนคุณพงศพัศมาก เพราะถ้าทิ้งห่างกันแค่หลักหมื่น
โอกาพลิกเป็นของประชาธิปัตย์ได้ แต่มาถึงโค้งสุดท้าย ห่างกันเป็นแสน ก็พอวางใจได้
แต่บทเรียนมีมาแล้ว วิชามาร สารพัดงัดออกมา แม้การปิดหีบก็ตามแต่ ก็ยังไม่มั่นใจนัก
เพราะรอบตัวพรรคนี้ เขามีแบล็กดี อะไร อะไร ก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่กกต.เอง
ค้านสายตาประชาชนก็ทำมาแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่