หวังว่าเหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้จะเป็นอุทรหรณ์แก่เพื่อนสมาชิกพึงระมัดระวังในการสั่งซื้อุปกรณ์ก่อสร้างในอนาคต
เรื่องมีอยู่ว่า ที่บ้าน(อาคารพานิชย์ )มีโครงการจะเปลี่ยนหลังคากันสาดจากเดิมที่เป็นโครงเหล็กสร้างเหล็กต่อเติมยื่นออกมาจากตัวบ้านใช้กระเบื้องปูหลังคา เปลี่ยนใส่แผ่นเมทัลชีทแทน ผมจึงได้ติดต่อว่าจ้างช่างที่รู้จักเพื่อมาดำเนินการ ช่างคิดเพียงค่าแรงรื้อ(หลังคากระเบื้อง)และปู(เมทัลชีท)ใหม่ ส่วนวัสดุ(เมทัลชีท)ให้ททางผมติดต่อจัดซื้อเอง ผมจึงได้โทรไปสอบถามราคากับบริษัทขายเมทัลชีทแห่งหนึ่ง(ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) ทางพนักงานที่รับสายแจ้งราคาให้ทราบ ว่ามีหลายแบบหลายราคาตามแต่ตามความหนาซื้อแผ่นขนาดกว้างมาตรฐานรวมระยะซ้อนทับ 76ซม ขายเป็นเมตรแล้วแต่ความยาวที่ตัด ขนาดความหนาปานกลาง 0.3มม อยู่ที่ 105 บาท เมื่อทราบราคาคร่าวๆผมจึงเดินทางไปถึงที่บริษัท มีพนักงานท่านหนึ่งมาตอนรับ ชื่อ นาย ก นามสมมติ ผมได้นำกระดาษที่ทางช่างได้วัดคร่าวๆแต่ละด้านตามโครงสร้างเดิมให้พนักงานดู พนักงานได้นำแบบไปสร้างแบบจำลองในคอมพิวเตอร์ออกคำนวนออกมาให้ว่าต้องใช้ความยาวต่างๆจำนวนกี่แผ่นกี่ขนาด เสร็จแล้วจึงแจ้งราคาว่ามีแบบใดบ้าง ผมระบุว่าขอความหนาปานกลางชนิดมีสี พนักงานแจ้งว่าราคาอยู่ที่ 125บาท และ 135บาท (ขึ้นกับสีและความหนาที่เพิ่มมาเป็น0.35ในบางรุ่น) ส่วนราคา 105บาทที่เข้าใจนั้นคือบแบบไม่มีสี เมื่อคำนวนค่าฉนวนกันความร้อนอีกเมตรละ 55 บาท ก็จะตกอยู่ราวๆ 180-190 บาท ต่อเมตร(ซึ่งเกินกว่าที่คาดไปมาก)ผมจึงถามกับพนักงานว่ามีราคาย่อมกว่านี้มั้ย นาย ก จึงแจ้งให้ทราบว่า มี อยู่ที่เมตรละ 115 บาท ความหนา 0.3 มม แต่มีสีให้เลือกจำกัด แล้วจึงนำแผ่นที่ตัดเป็นชิ้นเล็กมาให้ดูเปรียบเทียบความหนาบาง และสีต่างๆ ผมเลือกสีขาวครีม(จากประมานสามสี่สีที่มีให้เลือก) เมื่อตกลงเรียบ นาย จึงได้ลุกไปพิมใบสั่งซื้อ โดยให้พนักงานหญิงอีกคนสมมติว่าชื่อ นาง ข เป็นคนนำมาให้ นาง ข ชี้แจงคร่าวๆเพียงว่า ของที่สั่งสรุปรวมแล้วราคาอยู่ที่ ราวๆ 7หมื่นบาท(กันสาดยาวหน้าตึกยาว13คูหารวมด้านข้างลึก 12 เมตร +ค่าทำโค้ง +ฉนวน +ค่าจัดส่ง+น็อต สกรู -ส่วนลดค่าฉนวนและน็อต) ผมจึงว่ามัดจำไว้ 1หมื่นบาท และตกลงจ่ายส่วนที่เหลือวันรับของ
ผ่านไปสี่วันตามที่นัด พนักงานจัดส่งก็นำของมาส่งที่บ้าน เมื่อรถมาถึงผมก็ประหลาดใจที่หลังคาเมทัลชีทที่นำมาเป็นแบบไม่มีสี ไม่ใช่สีครีมตามที่ตกลงไว้ ผมจึงยังไม่ให้เอาของลงจากรถแล้วโทรติดต่อเข้าไปที่บริษัท เมื่อแจ้งให้ทราบว่าผิดสี พนักงานได้รับเรื่องแล้วบอกว่าขอตรวจสอบเอกสารก่อน ผ่านไปห้านาที พนักงานโทรกลับมาแล้วบอกว่า ในใบสั่งซื้อที่ผมได้เซ็นตอนสั่งของพร้อมวางมัดจำนั้นระบุว่าเป็นแบบไม่มีสี (ในใบสั่งซื้อ มีรายการสินค้า ซึ่งเขียนเป็นรหัสสินค้าว่า อะลูซิงค์ 0.3) ผมก็แจ้งกลับไปว่า ผมไม่ทราบทราบ(จริงๆ)รหัสสินสินค้าที่เขียนนั้นคือแบบไม่มีสี และยังสำทับกลับไปว่าตอนที่สั่งซื้อนั้น พนักงานบอกว่าแบบไม่มีสีอยู่ที่ 105 บาท ส่วนสีครีมที่ผมสั่งนั้น 115 บาท ถ้าเป็นแบบไม่มีสีแล้วทำไมคิดเงินผมเท่านี้ พนักงานที่รับสายจึงถามกลับว่าสั่งซื้อกับพนักงานคนไหน ผมก็บอกว่านาย ก เป็นคนรับเรื่อง นาง ข เป็นคนนำใบสั่งซื้อมาให้ เมื่อผมขอพูดสายกับนาย ก ก็ได้รับเเจ้งว่านาย ก ไม่อยู่ออกไปไซท์งาน พนักงานจึงแจ้งว่าขอปรึกษาเจ้านายก่อน แล้ววางสายไป
ระหว่างที่รอนั้นพนักงานขนส่งได้รับโทรศัพท์เป็นระยะ ผ่านไปสักพักคนขับรถจึงเดินเข้ามาหาผม แล้วแจ้งว่า ยอดเงินที่จะเก็บหักมัดจำนั้นลดลงจากเดิม 6หมื่นกว่าบาท เหลือ 5 หมื่นเศษ ผมจึงขอเบอร์จากคนขับรถแล้วโทรกลับไปที่ปลายสาย ผู้รับเข้าใจว่าน่าจะเป็นระดับผู้จัดการ ผมจึงได้สอบถามไป ได้ความว่า ถ้าผมตกลงรับสินค้าไว้จะลดราคาให้เหลือเมตรละ 100บาท ใจจริงแล้วอยากจะเปลี่ยนคืนเป็นสีที่ต้องการ แต่เมื่อคำนึงถึงความยุ่งยากที่อาจจะตามมา เช่นระยะเวลาก่อสร้างที่ยืดออกไปอีก และเอาจริงๆแล้วถ้าเกิดทางบริษัทยืนกรานตามเดิมผมจะเสียเปรียบตรงที่ได้เซ็นใบสั่งซื้อเอาไว้แล้ว บริษัทอาจเคลมว่าได้แจ้งให้ผมทราบเงื่อนไขสินค้าตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งก็ยากจะพิสูจน์ ประเด็นเดียวที่ผมจะเเย้งได้คือราคา ที่ 115 บาทที่แพงว่าแบบราคามาตรฐานแบบไม่มีสี เมื่อคุยกับที่บ้านแล้วจึงตัดสินใจรับสินค้าไว้และจ่ายเงินตามเงื่อนไขใหม่ไป
มาถึงจุดนี้ ผมอยาจะชวนตั้งข้อสังเกตุเอาไว้เผื่อในอนาคตหากเพื่อนๆท่านใดต้องทำการสั่งซื้อสินค้าคล้ายคลึงกันนี้จะได้พึงระวังกันเอาไว้
1 ถ้ามองในแง่ดี อาจเป็นความผิดพลาดของพนักงานขายที่คีย์ข้อมูลผิดพลาด ซึ่งจุดนี้เราอาจป้องกันได้ด้วยการสอบถามกับพนักงานให้มั่นใจถึงรายการต่างๆในใบสั่งซื้อว่าถูกต้องตามที่ต้องการหรือไม่ก่อนเซ็นรับ เพราะหลายครั้งหลายบริษัทใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีการตั้งชื่อสินค้าเป็นรหัสสั้นๆที่เข้าใจกันภายใน(แต่ ล/ค จะทราบได้อย่างไรว่า รหัสนั้นคือรายการสินค้าที่ตนต้องการหรือไม่)
2 ถ้ามองในแง่ร้าย แบบจ้องจับผิด ทางบริษัทก็มีพิรุจ บางอย่างเช่น เมื่อนาย ก เป็นคนรับเรื่อง แต่ถึงขั้นตอนวางใบสั่งซื้อกับให้เป็นหน้าที่ของพนักงานอีกคน (มองเข้าข้างบริษัท อาจเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายภายในบริษัทที่แยกส่วนกัน)หรือ สมมติว่าเป็นการคีย์รายการสินค้าผิด จากแบบมีสีเป็นแบบไม่มีสี เหตุใดราคาจึงเพิ่มจาก 105 บาทเป็น 115 บาท (หรือจริงแล้วพนักงานสามารถคีย์ราคาได้เอง ไม่ได้มีราคาที่กำหนดไว้ตายตัว ซึ่งส่วนต่างดังกล่าวเข้ากระเป๋าใคร บริษัท หรือ พนักงาน?) ข้อพิรุจอีกข้อ สมติว่าบริษัทยืนกรานว่าทำตามเงื่นไขใบสั่งซื้อที่ได้ตกลงกันไว้ ก็อาจสามารถทำได้(และไม่แน่ใจว่าเคยทำกับล/คหรือเปล่า) ซึ่งในแง่กฏหมายหากเป็นคดีความผมไม่แน่ใจว่าหลักฐานใบสั่งซื้อจะมีน้ำหนัดเพียงพอหรือไม่ ฝากผู้รู้มาตอบละกัน
3 ทั้งนี้ที่ว่าทั้งหมดผมยังมองในแง่ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางบริษัทไม่ได้มีเจตนาโกง จึงไม่อยากเอ่ยนามบริษัทดังกล่าว ซึ่งข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็อยากฝากเอาไว้เผื่อท่านใดจะได้นำไปใช้ประโยชน์
ปล. ทราบมาว่าหากเป็นหลังคาเมทัลชีทชนิดมีสีนั้นความหนาจะต้องเป็นระดับกลางขึ้นไป (>0.3 มม) ซึ่งในเเง่นี้อาจช่วยท่านที่เกรงว่าทางคนขายเอาแบบบางมาขายราคาแบบหนา ทางที่ดีก็ยอมจ่ายเพิ่มแต่ชัวว่าไม่โดนเอาแบบบางมาย้อมแมว ซึ่งข้อเท็จจริงประเด็นนี้วานผู้รู้ชี้แจงด้วยว่าจริงหรือไม่
ราตรีสวัสดิ์ครับ
แชร์ประสบการณ์ สั่งซื้ออุปกรณ์ก่อสร้าง (เกือบพลาดท่าเสียที)
เรื่องมีอยู่ว่า ที่บ้าน(อาคารพานิชย์ )มีโครงการจะเปลี่ยนหลังคากันสาดจากเดิมที่เป็นโครงเหล็กสร้างเหล็กต่อเติมยื่นออกมาจากตัวบ้านใช้กระเบื้องปูหลังคา เปลี่ยนใส่แผ่นเมทัลชีทแทน ผมจึงได้ติดต่อว่าจ้างช่างที่รู้จักเพื่อมาดำเนินการ ช่างคิดเพียงค่าแรงรื้อ(หลังคากระเบื้อง)และปู(เมทัลชีท)ใหม่ ส่วนวัสดุ(เมทัลชีท)ให้ททางผมติดต่อจัดซื้อเอง ผมจึงได้โทรไปสอบถามราคากับบริษัทขายเมทัลชีทแห่งหนึ่ง(ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) ทางพนักงานที่รับสายแจ้งราคาให้ทราบ ว่ามีหลายแบบหลายราคาตามแต่ตามความหนาซื้อแผ่นขนาดกว้างมาตรฐานรวมระยะซ้อนทับ 76ซม ขายเป็นเมตรแล้วแต่ความยาวที่ตัด ขนาดความหนาปานกลาง 0.3มม อยู่ที่ 105 บาท เมื่อทราบราคาคร่าวๆผมจึงเดินทางไปถึงที่บริษัท มีพนักงานท่านหนึ่งมาตอนรับ ชื่อ นาย ก นามสมมติ ผมได้นำกระดาษที่ทางช่างได้วัดคร่าวๆแต่ละด้านตามโครงสร้างเดิมให้พนักงานดู พนักงานได้นำแบบไปสร้างแบบจำลองในคอมพิวเตอร์ออกคำนวนออกมาให้ว่าต้องใช้ความยาวต่างๆจำนวนกี่แผ่นกี่ขนาด เสร็จแล้วจึงแจ้งราคาว่ามีแบบใดบ้าง ผมระบุว่าขอความหนาปานกลางชนิดมีสี พนักงานแจ้งว่าราคาอยู่ที่ 125บาท และ 135บาท (ขึ้นกับสีและความหนาที่เพิ่มมาเป็น0.35ในบางรุ่น) ส่วนราคา 105บาทที่เข้าใจนั้นคือบแบบไม่มีสี เมื่อคำนวนค่าฉนวนกันความร้อนอีกเมตรละ 55 บาท ก็จะตกอยู่ราวๆ 180-190 บาท ต่อเมตร(ซึ่งเกินกว่าที่คาดไปมาก)ผมจึงถามกับพนักงานว่ามีราคาย่อมกว่านี้มั้ย นาย ก จึงแจ้งให้ทราบว่า มี อยู่ที่เมตรละ 115 บาท ความหนา 0.3 มม แต่มีสีให้เลือกจำกัด แล้วจึงนำแผ่นที่ตัดเป็นชิ้นเล็กมาให้ดูเปรียบเทียบความหนาบาง และสีต่างๆ ผมเลือกสีขาวครีม(จากประมานสามสี่สีที่มีให้เลือก) เมื่อตกลงเรียบ นาย จึงได้ลุกไปพิมใบสั่งซื้อ โดยให้พนักงานหญิงอีกคนสมมติว่าชื่อ นาง ข เป็นคนนำมาให้ นาง ข ชี้แจงคร่าวๆเพียงว่า ของที่สั่งสรุปรวมแล้วราคาอยู่ที่ ราวๆ 7หมื่นบาท(กันสาดยาวหน้าตึกยาว13คูหารวมด้านข้างลึก 12 เมตร +ค่าทำโค้ง +ฉนวน +ค่าจัดส่ง+น็อต สกรู -ส่วนลดค่าฉนวนและน็อต) ผมจึงว่ามัดจำไว้ 1หมื่นบาท และตกลงจ่ายส่วนที่เหลือวันรับของ
ผ่านไปสี่วันตามที่นัด พนักงานจัดส่งก็นำของมาส่งที่บ้าน เมื่อรถมาถึงผมก็ประหลาดใจที่หลังคาเมทัลชีทที่นำมาเป็นแบบไม่มีสี ไม่ใช่สีครีมตามที่ตกลงไว้ ผมจึงยังไม่ให้เอาของลงจากรถแล้วโทรติดต่อเข้าไปที่บริษัท เมื่อแจ้งให้ทราบว่าผิดสี พนักงานได้รับเรื่องแล้วบอกว่าขอตรวจสอบเอกสารก่อน ผ่านไปห้านาที พนักงานโทรกลับมาแล้วบอกว่า ในใบสั่งซื้อที่ผมได้เซ็นตอนสั่งของพร้อมวางมัดจำนั้นระบุว่าเป็นแบบไม่มีสี (ในใบสั่งซื้อ มีรายการสินค้า ซึ่งเขียนเป็นรหัสสินค้าว่า อะลูซิงค์ 0.3) ผมก็แจ้งกลับไปว่า ผมไม่ทราบทราบ(จริงๆ)รหัสสินสินค้าที่เขียนนั้นคือแบบไม่มีสี และยังสำทับกลับไปว่าตอนที่สั่งซื้อนั้น พนักงานบอกว่าแบบไม่มีสีอยู่ที่ 105 บาท ส่วนสีครีมที่ผมสั่งนั้น 115 บาท ถ้าเป็นแบบไม่มีสีแล้วทำไมคิดเงินผมเท่านี้ พนักงานที่รับสายจึงถามกลับว่าสั่งซื้อกับพนักงานคนไหน ผมก็บอกว่านาย ก เป็นคนรับเรื่อง นาง ข เป็นคนนำใบสั่งซื้อมาให้ เมื่อผมขอพูดสายกับนาย ก ก็ได้รับเเจ้งว่านาย ก ไม่อยู่ออกไปไซท์งาน พนักงานจึงแจ้งว่าขอปรึกษาเจ้านายก่อน แล้ววางสายไป
ระหว่างที่รอนั้นพนักงานขนส่งได้รับโทรศัพท์เป็นระยะ ผ่านไปสักพักคนขับรถจึงเดินเข้ามาหาผม แล้วแจ้งว่า ยอดเงินที่จะเก็บหักมัดจำนั้นลดลงจากเดิม 6หมื่นกว่าบาท เหลือ 5 หมื่นเศษ ผมจึงขอเบอร์จากคนขับรถแล้วโทรกลับไปที่ปลายสาย ผู้รับเข้าใจว่าน่าจะเป็นระดับผู้จัดการ ผมจึงได้สอบถามไป ได้ความว่า ถ้าผมตกลงรับสินค้าไว้จะลดราคาให้เหลือเมตรละ 100บาท ใจจริงแล้วอยากจะเปลี่ยนคืนเป็นสีที่ต้องการ แต่เมื่อคำนึงถึงความยุ่งยากที่อาจจะตามมา เช่นระยะเวลาก่อสร้างที่ยืดออกไปอีก และเอาจริงๆแล้วถ้าเกิดทางบริษัทยืนกรานตามเดิมผมจะเสียเปรียบตรงที่ได้เซ็นใบสั่งซื้อเอาไว้แล้ว บริษัทอาจเคลมว่าได้แจ้งให้ผมทราบเงื่อนไขสินค้าตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งก็ยากจะพิสูจน์ ประเด็นเดียวที่ผมจะเเย้งได้คือราคา ที่ 115 บาทที่แพงว่าแบบราคามาตรฐานแบบไม่มีสี เมื่อคุยกับที่บ้านแล้วจึงตัดสินใจรับสินค้าไว้และจ่ายเงินตามเงื่อนไขใหม่ไป
มาถึงจุดนี้ ผมอยาจะชวนตั้งข้อสังเกตุเอาไว้เผื่อในอนาคตหากเพื่อนๆท่านใดต้องทำการสั่งซื้อสินค้าคล้ายคลึงกันนี้จะได้พึงระวังกันเอาไว้
1 ถ้ามองในแง่ดี อาจเป็นความผิดพลาดของพนักงานขายที่คีย์ข้อมูลผิดพลาด ซึ่งจุดนี้เราอาจป้องกันได้ด้วยการสอบถามกับพนักงานให้มั่นใจถึงรายการต่างๆในใบสั่งซื้อว่าถูกต้องตามที่ต้องการหรือไม่ก่อนเซ็นรับ เพราะหลายครั้งหลายบริษัทใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีการตั้งชื่อสินค้าเป็นรหัสสั้นๆที่เข้าใจกันภายใน(แต่ ล/ค จะทราบได้อย่างไรว่า รหัสนั้นคือรายการสินค้าที่ตนต้องการหรือไม่)
2 ถ้ามองในแง่ร้าย แบบจ้องจับผิด ทางบริษัทก็มีพิรุจ บางอย่างเช่น เมื่อนาย ก เป็นคนรับเรื่อง แต่ถึงขั้นตอนวางใบสั่งซื้อกับให้เป็นหน้าที่ของพนักงานอีกคน (มองเข้าข้างบริษัท อาจเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายภายในบริษัทที่แยกส่วนกัน)หรือ สมมติว่าเป็นการคีย์รายการสินค้าผิด จากแบบมีสีเป็นแบบไม่มีสี เหตุใดราคาจึงเพิ่มจาก 105 บาทเป็น 115 บาท (หรือจริงแล้วพนักงานสามารถคีย์ราคาได้เอง ไม่ได้มีราคาที่กำหนดไว้ตายตัว ซึ่งส่วนต่างดังกล่าวเข้ากระเป๋าใคร บริษัท หรือ พนักงาน?) ข้อพิรุจอีกข้อ สมติว่าบริษัทยืนกรานว่าทำตามเงื่นไขใบสั่งซื้อที่ได้ตกลงกันไว้ ก็อาจสามารถทำได้(และไม่แน่ใจว่าเคยทำกับล/คหรือเปล่า) ซึ่งในแง่กฏหมายหากเป็นคดีความผมไม่แน่ใจว่าหลักฐานใบสั่งซื้อจะมีน้ำหนัดเพียงพอหรือไม่ ฝากผู้รู้มาตอบละกัน
3 ทั้งนี้ที่ว่าทั้งหมดผมยังมองในแง่ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางบริษัทไม่ได้มีเจตนาโกง จึงไม่อยากเอ่ยนามบริษัทดังกล่าว ซึ่งข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็อยากฝากเอาไว้เผื่อท่านใดจะได้นำไปใช้ประโยชน์
ปล. ทราบมาว่าหากเป็นหลังคาเมทัลชีทชนิดมีสีนั้นความหนาจะต้องเป็นระดับกลางขึ้นไป (>0.3 มม) ซึ่งในเเง่นี้อาจช่วยท่านที่เกรงว่าทางคนขายเอาแบบบางมาขายราคาแบบหนา ทางที่ดีก็ยอมจ่ายเพิ่มแต่ชัวว่าไม่โดนเอาแบบบางมาย้อมแมว ซึ่งข้อเท็จจริงประเด็นนี้วานผู้รู้ชี้แจงด้วยว่าจริงหรือไม่
ราตรีสวัสดิ์ครับ