ยื่นอุทธรณ์ กรณีโดนประกันสังคมเขี่ยออกเมื่อไปใช้สิทธขอเงินทดแทน

สืบเนื่องจากกระทู้ที่ดิฉันเคยตั้งไว้เมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับกรณีการหมกเม็ดของประกันสังคม

http://topicstock.pantip.com/social/topicstock/2012/07/U12412641/U12412641.html

ผ่านมาเนิ่นนาน เรื่องยังไม่คืบหน้าไปไหน โทรไปถาม สปส กี่ครั้งๆ ก็ตอบแต่ว่าส่งเรื่องอนุมัติอยู่
ล่าสุดดิฉันเลยบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า หากดิฉันไม่ได้รับคำตอบภายในสิ้นเดือนนี้ (มกรา 56)
ดิฉันจะเข้าไปถามเรื่องนี้จากผู้อำนวยการเขตด้วยตัวเอง และจะทำเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่คนที่ทำเรื่องนี้ด้วย
และเมื่อต้นเดือนกุมภาที่ผ่านมา ก็ได้มีจดหมายจากประกันสังคมไปที่บริษัท แจ้งให้บริษัทไปทำเรื่องแจ้งสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน
ของดิฉัน โดยให้ระบุวันที่สิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน 6 พฤษภาคม 2553 ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
(อันที่จริงดิฉันทำเรื่องลาออกแล้วตั้งแต่สิ้นเดือนธันวา 2555 จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องนี้
ไม่ได้ตรวจสอบสถานะของดิฉันก่อนทึ่จะส่งหนังสือนั้นมาที่บริษัทเลย)
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด แต่กลับเป็นเรื่องดีสำหรับดิฉัน
เพราะจะได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ นั่นก็คือการยื่นเรื่องอุทธรณ์
และหากไม่เป็นผลก็จะได้เข้าสู่กระบวนการศาลต่อไป
และนี่คือหนังสือยื่นอุทธรณ์ของดิฉัน ดิฉันนำมาเผยแพร่เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ
หรือผู้ที่กำลังเจอปัญหาคล้ายๆ กัน จะได้พอเป็นแนวทางให้ได้
เนื้อหาอาจจะยาวนิดนึง แต่ด้วยเรื่องราวมันยาวจึงย่อไม่ค่อยได้

หากเห็นว่าเป็นประโยชน์รบกวนกดโหวตให้ด้วยนะคะ

**********************************************************************************

เรื่อง            ขอยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้แก้ไขคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมที่ ...
เรียน            คณะกรรมการอุทธรณ์ สำนักงานประกันสังคม
เอกสารแนบ        1. สำเนาเอกสารแจ้งผลการตรวจสถานประกอบการ ที่ ...
            2. สำเนาคำพิพากษาฏีกาที่ 2562/2552
            3. สำเนาคำพิพากษาฏีกาที่ 5608/2544
            
ข้าพเจ้า นางสาว...บัตรประชาชนเลขที่ ... ซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 โดยข้าพเจ้าเคยทำงานในสถานประกอบการหลายแห่งในสถานะลูกจ้างและได้ส่งเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 ข้าพเจ้าได้ลาออกจากบริษัท ...จำกัด และได้เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างให้กับบริษัท... จำกัด ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ หน้าที่หลักของข้าพเจ้าคือดูแลความเรียบร้อยทั่วไปของสำนักงานและดูแลงานด้านเอกสารต่่างๆ และได้แจ้งกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เมื่อวันที่ 6 เดือนเมษายน 2555 ข้าพเจ้าคลอดบุตร และเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2555 ข้าพเจ้าได้ยื่นคำขอรับเงินทดแทนกรณีคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์บุตรตามสิทธิที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พึงได้รับ ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนที่ข้าพเจ้าได้ยื่นคำขอรับเงินทดแทนดังกล่าว เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่  ก็ไม่ได้แจ้งคำตอบใดๆ ให้แก่ข้าพเจ้าเลย แต่ในระหว่างนั้นข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ติดตามสอบถามเป็นระยะ ต่อมาเมื่อเดือนกรกฏาคม 2555 ทางสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่  โดยนาย... ได้เรียกให้ข้าพเจ้าเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้เข้าไปชี้แจงว่าข้าพเจ้าทำงานอยู่ในฐานะลูกจ้างจริง พร้อมทั้งยื่นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ฯ ขอเพิ่มเติมประกอบด้วย หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้โทรศัพท์สอบถามผลการพิจารณาจากนาย...ย อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ก็แจ้งว่ารอผลการอนุมัติมาโดยตลอด จนกระทั่งกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ข้าพเจ้าก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนาย... อีกครั้ง และก็ยังคงได้รับคำตอบว่ารอผลการอนุมัติอยู่ ข้าพเจ้าจึงแจ้งเป็นวาจาต่อนาย... ว่า หากข้าพเจ้าไม่ได้รับคำตอบใดๆ ภายในสิ้นเดือนมกราคม  2556 ข้าพเจ้าจะเข้าไปเรียนถามเรื่องนี้จากผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่  ด้วยตนเอง ว่าเหตุใดการดำเนินการพิจาณาคำขอของข้าพเจ้าถึงได้ใช้เวลาเนิ่นนานถึงกว่า 9 เดือน

และเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ทางบริษัทฯ ได้รับจดหมายจากสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่  ลงวันที่ 25 มกราคม 2556 แจ้งว่าเนื่องจากข้าพเจ้าอยู่ในฐานะภรรยากรรมการผู้จัดการบริษัทฯ และเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ข้าพเจ้าจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างของบริษัทฯ ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม และประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 และ 583 จึงขอให้บริษัทฯ ยื่นหนังสือแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนของนางสาว...โดยระบุวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม 2553 ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1)

ข้าพเจ้าเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมต่อข้าพเจ้าเนื่องจากเหตุผลต่างๆ ดังนี้

1. สำนักงานประกันสังคมมีหน้าที่ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนทุกรายก่อนที่จะอนุมัติให้เป็นผู้ประกันตนตามมาตราต่างๆ (โปรดพิจารณาคำตัดสินของศาลฏีกาที่ 2562/2552 ตามเอกสารแนบ 2) และเมื่อทางสำนักงานประกันสังคมได้อนุมัติให้ข้าพเจ้ากลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ก็แสดงว่าทางสำนักงานประกันสังคมได้พิจารณาแล้วว่าข้าพเจ้ามีคุณสมบัติเข้าข่ายตามที่พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 กำหนด

2. หากข้าพเจ้าไม่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จริง ข้าพเจ้าก็ต้องมีสิทธิที่จะเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เนื่องจากระยะเวลาที่ข้าพเจ้าแจ้งกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 นั้น ยังอยู่ในระยะเวลา 6 เดือนหลังจากแจ้งการสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน ตามเงื่อนไขของผู้ที่จะได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 การที่สำนักงานประกันสังคมบกพร่องในหน้าที่และทำให้ข้าพเข้าผู้ซึ่งมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้เข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา  39 เสียหาย ซึ่งในอนาคตหากข้าพเจ้าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงข้าพเจ้าก็จะไม่ได้รับสิทธิการรักษาใดๆ ตามสิทธิที่ข้าพเจ้าพึงมีพึงได้ ดังนั้นทางสำนักงานประกันสังคมจึงต้องรับผิดชอบในผลของการกระทำดังกล่าว เพราะหากทางสำนักงานประกันสังคมจะทำเรื่องให้ข้าพเจ้าออกจากการเป็นผู้ประกันตามมาตรา 33 ย้อนหลังได้ ก็ต้องสามารถรับข้าพเจ้ากลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ย้อนหลังได้ด้วยเช่นกัน

3. พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มีเจตนารมณ์เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่น บทบัญญัติที่กำหนดเงื่อนไขให้บุคคลดังกล่าวต้องสิ้นสิทธิจึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดว่าต้องเป็นกรณีกระทำโดยเจตนาเท่านั้น (โปรดพิจารณาคำพิพากษาฏีกาที่ 5608/2544 ตามเอกสารแนบ 3) เพราะข้าพเจ้าไม่มีเหตุผลอันใดที่จะปิดบังข้อเท็จจริง เนื่องจาก ณ ขณะนั้น ข้าพเจ้าเองยังมีสิทธิขอขึ้นเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งจะทำให้ข้าพเจ้าต้องส่งเงินสมทบเพียง 432 บาท ซึ่งน้อยกว่าการส่งเงินสมทบมาตรา 33 เกือบสามเท่าเมื่อนับรวมกับเงินสมทบในส่วนของบริษัทฯ

4. การที่ทางสำนักงานประกันสังคมอ้างว่าข้าพเจ้าเป็นภรรยาของกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ นั้น ในความเป็นจริงข้าพเจ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ซึ่งในทางกฏหมายแล้วถือว่าข้าพเจ้าและกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ไม่ได้เป็นคู่สมรสกัน




ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเรียนขอให้้คณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาคำอุทธรณ์ของข้าพเจ้าดังนี้

1.    ขอให้แก้ไขคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมที่ ...โดย
2.    ให้ทางสำนักงานประกันสังคมเปลี่ยนสถานะของข้าพเจ้า จากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2553
3.    ให้ทางสำนักงานประกันสังคมอนุมัติเงินทดแทนกรณีคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์บุตรตามสิทธิที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 พึงได้รับ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับจากวันที่ข้าพเจ้ามีสิทธิได้รับเงินทดแทนดังกล่าว
4.    ให้ทางสำนักงานประกันสังคมคืนเงินสมทบส่วนต่างที่ข้าพเจ้าจ่ายเกินจากที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 พึงจ่าย คืนให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหมด โดยนับตั้งแต่งวดเดือนพฤษภาคม 2553 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
5.    ให้ทางสำนักงานประกันสังคมคืนเงินสมทบในส่วนที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 คืนแก่บริษัทฯ ทั้งหมด โดยนับตั้งแต่งวดเดือนพฤษภาคม 2553 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี


จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและอนุมัติคำอุทธรณ์

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่