ครั้งแรกสำหรับการตั้งกระทู้ที่ห้องนี้ค่ะ เวลาเจออะไรแบบนี้นึกอะไรไม่ออกก็จะนึกถึงพันทิปนี่ล่ะค่ะ เข้าเรื่องเลยนะคะ
เมื่อเช้าวันพุธที่ 13 ก.พ.2556 ที่ผ่านมา น้องชายดิฉันได้ขับรถมอไซค์ไปทำงานตามปกติค่ะ(เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานค่ะ)
แต่วันนี้มีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้น แถวตึกช้าง เมื่อได้ขับไปชนไฟท้ายของรถยนต์ Toyota Innova ซึ่งจอดติดอยู่นิ่งๆ
จนทะลุเป็นรู น้องชายเล่าว่ารู้ตัวเองว่าผิด เพราะคนขับรถยนต์ก็ขับของเค้าอยู่ดีๆ เลยรีบจอดรถ ส่วนคนขับรถยนต์ก็จอดรถ
และลงมาจากรถเช่นกันค่ะ น้องชายรีบพูดว่าผมไม่เป็นไรนะครับ คนขับรถยนต์เป็นผู้หญิง ก็รีบพูดสวนมาว่า ไม่เป็นไรได้ยังไง
รถชั้นเสียหายเห็นไหมเนี่ย พร้อมทั้งคำด่าสารพัดตามมา น้องชายเลยบอกว่า ผมหมายถึงตัวผมครับว่าไม่เป็นไร
ไม่เจ็บอะไรตรงไหนน่ะครับ ผมรู้ครับว่าผมเป็นฝ่ายผิดที่ขับรถไปชนรถพี่ครับ ผมหลับไม่พ้นน่ะครับ คนขับรถยนต์จึงหน้าเจื่อนไป
แล้วกดโทรศัพท์หาใครสักคน หลังจากวางสาย เธอเดินมาบอกน้องชายเราต่อว่าน้องชายเรา และบอกให้จ่ายมา 5พันจะได้จบๆไป
น้องชายเลยบอกว่า ผมมีเงินไม่พอครับ เธอจึงกดโทรศัพท์ใหม่ (ตอนนั้นน้องชายเพิ่งสังเกตุเห็นว่ามีเด็กนั่งอยู่ในรถ)
หลังวางสายเธอเดินมาบอกว่า 3พันก็ได้ น้องชายเราบอกว่าผมมีไม่พอน่ะครับพี่
เธอจึงดูโกรธมากขึ้นอีก บอกน้องชายเราว่างั้นไปสน. เดี๋ยวชั้นโทรหาประกันก่อน รอประกันมาก่อน น้องชายเรายินยอม
จากนั้นเธอก็กดโทรศัพท์อีกที จากนั้นเธอก็บอกน้องชายเราว่ารอประกันมา น้องเราก็ยืนรออยู่ตรงนั้น ผ่านไปเกือบ2 ชั่วโมง
มีผู้ชายคนนึงมาถึงที่เกิดเหตุต่อมาชายคนนั้นแสดงตัวว่าเป็นสามีของผู้หญิงคนขับ ผู้ชายคนนั้นเดินไปคุยกับภรรยาครู่นึง
จึงเดินมาหาน้องชายเรา แล้วพูดว่า ผมเป็นอัยการ เดี๋ยวเรามาเตี๊ยมกันก่อนนะตอนประกันมา ผมและคุณจะต้องพูดตรงกันว่า
ผมเป็นฝ่ายผิด และผมเป็นคนขับรถขณะเกิดเหตุ เพราะแฟนผมไม่มีใบขับขี่ และผมไม่ได้ทำประกันครอบคลุมไปถึงแฟนผม
(เราคุยกับน้องเราทีหลังว่า เค้าคงทำระบุชื่อคนขับเป็นสามีคนเดียวรึเปล่า??) น้องเราจึงรีบตอบปฏิเสธว่า ขอโทษครับ ผมขอพูด
ความจริงได้มั๊ยครับ (อันนี้เราภูมิใจมาก เพราะเราจะพร่ำสอนน้องเรามาตั้งแต่เล็กว่าให้ซื่อสัตย์) ผู้ชายคนนั้นหน้าเสียไปพอสมควร
จึงเดินกลับไปพูดกับภรรยาอีกพักนึง แล้วกลับมาบอกน้องเราว่างั้นพูดความจริงก็ได้(น้องชายเราเล่าว่าเพิ่งเข้าใจว่า ที่เธอบอกว่าโทรหา
ประกัน จริงๆแล้วไม่ใช่ เธอโทรให้สามีเธอเดินทางมาสวมบทคนขับแทนนั่นเอง) น้องชายจึงเดินไปแจ้งตำรวจจราจรที่ยืนโบกรถ
อยู่บริเวณนั้น ว่าช่วยเข้ามาจัดการให้หน่อย ทั้งหมดจึงไปที่ สน.ที่อยู่ตรงบริเวณตึกช้าง เมื่อถึงสน.น้องชายเล่าว่า สามีของคนขับรถยนต์
รีบพูดกับ จนท.ว่า ผมเป็นอัยการ อยู่ศูนย์ราชการฯตรงหลักสี่ พร้อมยื่นบัตรข้าราชการให้ จนท.ตร.ดู จนท.ไม่ได้ว่าอะไร
จนท.ก็ปรับน้องเราไปตามปกติ แล้วให้รอเคลียร์กับประกัน พอน้องเราเคลียร์กับบริษัทประกันเรียบร้อย(ประกันบอกจะส่งเรื่องตามมา
ตามใบบันทึกประจำวัน เพื่อแจ้งค่าเสียหาย) หลังจากคู่สามี-ภรรยากลับไป น้องชายเราจึงเดินไปถาม จนท.ว่า พี่ครับแล้วคุณผู้หญิง
คนขับเค้าโดนปรับเรื่องไม่มีใบอนุญาตขับขี่ไหมครับ จนท.บอกว่า อ้าว!!!! พี่ลืมไปเลย
ปล.1 น้องชายบอกว่า คนขับ(ภรรยาอัยการ)มีอาการวีนตลอดเวลา แต่น้องเราใจเย็น(ปกติเค้าใจเย็นอยู่แล้วค่ะ) และเห็นเด็กตัวเล็กๆ
(คนที่นั่งอยู่ในรถขณะเกิดเหตุ) จึงไม่อยากตอบโต้อะไร น้องบอกว่าสงสารเด็กน้อย
ปล.2 เราแกล้งแหย่น้องเราไปว่า ถ้าประกันเรียกให้จ่ายมากกว่า 5 พันล่ะ น้องเราตอบว่าก็จ่ายไปตามนั้นแหละ
ปล.3 เราถามแหย่อีกว่า ทำไมไม่รับข้อเสนอของอัยการล่ะ เผลอๆไม่ต้องเสียตังค์ด้วย น้องชายเสียงเขียวกลับมาทันควัน เจ๊!!! เราไม่
ควรโกหกบิดเบือน ช่วยปิดบังความผิดเพียงเพราะประโยชน์เล็กๆน้อยๆของตัวเราไม่ใช่เหรอ ผมไม่อยากทำ กลัวพูดหลายครั้งแล้วไม่เหมือนกัน
เพราะต้องโกหก แล้วจำไม่ได้
----ขอไม่แสดงความคิดเห็นต่อจริยธรรมของอัยการท่านนี้ และการลืมปรับคนขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต ขับขี่ด้วยนะคะ----
----ส่วนน้องชายเรา บ่นแต่เพียงว่า เสียใจอ่ะ ที่เจอคนแบบนี้ เราเลยปลอบไปว่า นี่แหละ สังคมตอนนี้เลย----
ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านนะคะ ท่านใดมีคำแนะนำ หรือติชมใดๆ เจ้าของกระทู้ยินดีน้อมรับค่ะ
เรื่องเล่าข้างถนน
เมื่อเช้าวันพุธที่ 13 ก.พ.2556 ที่ผ่านมา น้องชายดิฉันได้ขับรถมอไซค์ไปทำงานตามปกติค่ะ(เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานค่ะ)
แต่วันนี้มีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้น แถวตึกช้าง เมื่อได้ขับไปชนไฟท้ายของรถยนต์ Toyota Innova ซึ่งจอดติดอยู่นิ่งๆ
จนทะลุเป็นรู น้องชายเล่าว่ารู้ตัวเองว่าผิด เพราะคนขับรถยนต์ก็ขับของเค้าอยู่ดีๆ เลยรีบจอดรถ ส่วนคนขับรถยนต์ก็จอดรถ
และลงมาจากรถเช่นกันค่ะ น้องชายรีบพูดว่าผมไม่เป็นไรนะครับ คนขับรถยนต์เป็นผู้หญิง ก็รีบพูดสวนมาว่า ไม่เป็นไรได้ยังไง
รถชั้นเสียหายเห็นไหมเนี่ย พร้อมทั้งคำด่าสารพัดตามมา น้องชายเลยบอกว่า ผมหมายถึงตัวผมครับว่าไม่เป็นไร
ไม่เจ็บอะไรตรงไหนน่ะครับ ผมรู้ครับว่าผมเป็นฝ่ายผิดที่ขับรถไปชนรถพี่ครับ ผมหลับไม่พ้นน่ะครับ คนขับรถยนต์จึงหน้าเจื่อนไป
แล้วกดโทรศัพท์หาใครสักคน หลังจากวางสาย เธอเดินมาบอกน้องชายเราต่อว่าน้องชายเรา และบอกให้จ่ายมา 5พันจะได้จบๆไป
น้องชายเลยบอกว่า ผมมีเงินไม่พอครับ เธอจึงกดโทรศัพท์ใหม่ (ตอนนั้นน้องชายเพิ่งสังเกตุเห็นว่ามีเด็กนั่งอยู่ในรถ)
หลังวางสายเธอเดินมาบอกว่า 3พันก็ได้ น้องชายเราบอกว่าผมมีไม่พอน่ะครับพี่
เธอจึงดูโกรธมากขึ้นอีก บอกน้องชายเราว่างั้นไปสน. เดี๋ยวชั้นโทรหาประกันก่อน รอประกันมาก่อน น้องชายเรายินยอม
จากนั้นเธอก็กดโทรศัพท์อีกที จากนั้นเธอก็บอกน้องชายเราว่ารอประกันมา น้องเราก็ยืนรออยู่ตรงนั้น ผ่านไปเกือบ2 ชั่วโมง
มีผู้ชายคนนึงมาถึงที่เกิดเหตุต่อมาชายคนนั้นแสดงตัวว่าเป็นสามีของผู้หญิงคนขับ ผู้ชายคนนั้นเดินไปคุยกับภรรยาครู่นึง
จึงเดินมาหาน้องชายเรา แล้วพูดว่า ผมเป็นอัยการ เดี๋ยวเรามาเตี๊ยมกันก่อนนะตอนประกันมา ผมและคุณจะต้องพูดตรงกันว่า
ผมเป็นฝ่ายผิด และผมเป็นคนขับรถขณะเกิดเหตุ เพราะแฟนผมไม่มีใบขับขี่ และผมไม่ได้ทำประกันครอบคลุมไปถึงแฟนผม
(เราคุยกับน้องเราทีหลังว่า เค้าคงทำระบุชื่อคนขับเป็นสามีคนเดียวรึเปล่า??) น้องเราจึงรีบตอบปฏิเสธว่า ขอโทษครับ ผมขอพูด
ความจริงได้มั๊ยครับ (อันนี้เราภูมิใจมาก เพราะเราจะพร่ำสอนน้องเรามาตั้งแต่เล็กว่าให้ซื่อสัตย์) ผู้ชายคนนั้นหน้าเสียไปพอสมควร
จึงเดินกลับไปพูดกับภรรยาอีกพักนึง แล้วกลับมาบอกน้องเราว่างั้นพูดความจริงก็ได้(น้องชายเราเล่าว่าเพิ่งเข้าใจว่า ที่เธอบอกว่าโทรหา
ประกัน จริงๆแล้วไม่ใช่ เธอโทรให้สามีเธอเดินทางมาสวมบทคนขับแทนนั่นเอง) น้องชายจึงเดินไปแจ้งตำรวจจราจรที่ยืนโบกรถ
อยู่บริเวณนั้น ว่าช่วยเข้ามาจัดการให้หน่อย ทั้งหมดจึงไปที่ สน.ที่อยู่ตรงบริเวณตึกช้าง เมื่อถึงสน.น้องชายเล่าว่า สามีของคนขับรถยนต์
รีบพูดกับ จนท.ว่า ผมเป็นอัยการ อยู่ศูนย์ราชการฯตรงหลักสี่ พร้อมยื่นบัตรข้าราชการให้ จนท.ตร.ดู จนท.ไม่ได้ว่าอะไร
จนท.ก็ปรับน้องเราไปตามปกติ แล้วให้รอเคลียร์กับประกัน พอน้องเราเคลียร์กับบริษัทประกันเรียบร้อย(ประกันบอกจะส่งเรื่องตามมา
ตามใบบันทึกประจำวัน เพื่อแจ้งค่าเสียหาย) หลังจากคู่สามี-ภรรยากลับไป น้องชายเราจึงเดินไปถาม จนท.ว่า พี่ครับแล้วคุณผู้หญิง
คนขับเค้าโดนปรับเรื่องไม่มีใบอนุญาตขับขี่ไหมครับ จนท.บอกว่า อ้าว!!!! พี่ลืมไปเลย
ปล.1 น้องชายบอกว่า คนขับ(ภรรยาอัยการ)มีอาการวีนตลอดเวลา แต่น้องเราใจเย็น(ปกติเค้าใจเย็นอยู่แล้วค่ะ) และเห็นเด็กตัวเล็กๆ
(คนที่นั่งอยู่ในรถขณะเกิดเหตุ) จึงไม่อยากตอบโต้อะไร น้องบอกว่าสงสารเด็กน้อย
ปล.2 เราแกล้งแหย่น้องเราไปว่า ถ้าประกันเรียกให้จ่ายมากกว่า 5 พันล่ะ น้องเราตอบว่าก็จ่ายไปตามนั้นแหละ
ปล.3 เราถามแหย่อีกว่า ทำไมไม่รับข้อเสนอของอัยการล่ะ เผลอๆไม่ต้องเสียตังค์ด้วย น้องชายเสียงเขียวกลับมาทันควัน เจ๊!!! เราไม่
ควรโกหกบิดเบือน ช่วยปิดบังความผิดเพียงเพราะประโยชน์เล็กๆน้อยๆของตัวเราไม่ใช่เหรอ ผมไม่อยากทำ กลัวพูดหลายครั้งแล้วไม่เหมือนกัน
เพราะต้องโกหก แล้วจำไม่ได้
----ขอไม่แสดงความคิดเห็นต่อจริยธรรมของอัยการท่านนี้ และการลืมปรับคนขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต ขับขี่ด้วยนะคะ----
----ส่วนน้องชายเรา บ่นแต่เพียงว่า เสียใจอ่ะ ที่เจอคนแบบนี้ เราเลยปลอบไปว่า นี่แหละ สังคมตอนนี้เลย----
ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านนะคะ ท่านใดมีคำแนะนำ หรือติชมใดๆ เจ้าของกระทู้ยินดีน้อมรับค่ะ