หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 00:00:39 น.
สมาคมฟุตบอลทำพิธีลงนามสัญญาการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556 กับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ส่วนลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในปีหน้าจะเปิดประมูลภายในปีนี้เหมือนกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ คาดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท
นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานงานแถลงข่าวพิธีลงนามสัญญาการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ ปี 2556-2560 ระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด และนายวิมล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ห้องวาสนา โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน
ทางสมาคมฯ ได้มอบหมายให้ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลเรื่องการตลาดและสิทธิประโยชน์ของฟุตบอลอาชีพ ทั้งลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ การจัดการผู้สนับสนุนการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่น 1, ดิวิชั่น 2 และการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ รวมทั้งแต่งตั้ง มร.เคลลี ซาทิรัจ ที่เคยทำงานในเอเอฟซีและสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย มาดูแลบริหารและเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด การต่างประเทศ และคลับไลเซนซิ่ง ช่วยด้านบริหารพัฒนาสร้างสโมสรให้เป็นมืออาชีพ ทั้งสโมสรในโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก และยามาฮ่า ลีกวัน
นายวรวีร์ มะกูดี กล่าวว่า รายได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์นั้นจะแบ่งออกเป็นเงินสนับสนุนให้กับสโมสร ทางสมาคมฯ จะพยายามเพิ่มเงินจัดสรรให้ทุกๆ ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแบบมืออาชีพ ซึ่งปีนี้แต่ละสโมสรจะได้เงินเพิ่ม 6 ล้านบาทสำหรับทีมในโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก จะแบ่งจ่าย 3 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ช่วงแรกก่อนเปิดฤดูกาล ครั้งที่ 2 หลังจบเลกแรก และครั้งที่ 3 หลังปิดฤดูกาล และตั้งเป้าปี 2557-2559 แต่ละทีมในไทยพรีเมียร์ลีกจะได้รับเงินสนับสนุนไม่ต่ำกว่าปีละ 20 ล้านบาท รวมไปถึงลีกอื่นๆ อีกส่วนจะแบ่งเป็นค่าดำเนินการถ่ายทอดสด, บันทึกเทป ทางช่องฟรีทีวีและเคเบิลทีวี ทั้ง 3 ลีก รวมทั้งทุกรายการในประเทศของสมาคมฯ, ค่าผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, การสนับสนุนค่าใช้จ่ายการบริหารการจัดการของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด, ค่าดำเนินการจัดการ, ผลิตป้ายโฆษณาในสนาม, ค่าดำเนินกิจกรรมด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์, การประชาสัมพันธ์ตลอดทุกฤดูกาลทุกลีก
"ในส่วนของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไทยพรีเมียร์ลีกในปีหน้าน่าจะมีการเปิดประมูลภายในปีนี้ ซึ่งตอนนี้มีทั้งในประเทศและต่างประเทศโทร.มาสอบถามแต่คาดว่ามูลค่าน่าจะประมาณขั้นต่ำ 600 ล้านบาท คาดว่าแต่ละสโมสรจะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นแน่นอน การเปิดประมูลนั้นจะเหมือนกับทางพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ แน่นอน ส่วนเซอร์เดวิด ริชาร์ด นั้นตอนแรกจะมาถึงไทยวันที่ 10 ก.พ. แต่ติดฟุตบอลฉลอง 100 ปี ผมคงจะเดินทางไปพูดคุยหารือในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ขณะที่หมู่เกาะแฟโร จะมาอุ่นเครื่องกับชุดซีเกมส์ ของไทยในวันที่ 21 ก.พ.นี้ อาจจะเป็นที่ราชมังคลากีฬาสถานหรือสนามศุภชลาศัย ส่วนวันที่ 22 ก.พ.น่าจะมีการประชุมสภากรรมการฯ ส่วนกรณีของ "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันของทีมชาติไทยนั้นเซ็นสัญญา 2 ปี ก็ยังไม่มีการยกเลิกสัญญา ต้องขอหารือกับสภากรรมการฯ" อีกครั้ง
ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นประธานเปิดสัมมนาการพัฒนาสโมสรฟุตบอลสู่สโมสรอาชีพ โดย บ.ไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน ซึ่งมี มร.เจย์ซิงห์ มูทิอาห์ จากมาเลเซีย เป็นวิทยากร ร่วมด้วย น.อ.พิเศษ นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ประธานฝ่ายแพทย์ สมาคมฟุตบอลฯ, น.พ.มีชัย อินวู้ด ประธานคณะกรรมการตรวจสารต้องห้ามแห่งประเทศไทย และอดีตนักเตะ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, สุรชัย จตุภัทรพงษ์, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ด้าน ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง เปิดเผยว่า งานสัมมนาครั้งนี้ ได้ตัวแทนจากเอเอฟซี มาให้ความรู้ สำหรับแต่ละสโมสร ทุกลีก ที่มีทั้งระดับผู้บริหารทีม, ผู้จัดการทีม, ผู้ฝึกสอน และนักฟุตบอล ซึ่งจะมีอดีตนักเตะมาให้ความรู้ด้วย เพื่อจะได้เข้าใจแนวทางเดียวกันและได้นำไปปฏิบัติได้ตรงกัน ปีนี้สำหรับการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ จะเป็นการทำงานด้วยคุณภาพแบบจริงจัง ในส่วนของผู้ตัดสินก็ยังใช้ผู้ตัดสินต่างชาติ ยอมรับว่าการตัดสินก็โอเค. ไม่มีการล้มบอล แต่อาจจะมีการผิดพลาดบ้าง 4 เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง
"สำหรับเรื่องของคลับไลเซนซิ่งนั้น ตอนนี้มีอินทรีเพื่อนตำรวจ และ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ส่งหลักฐานครบแล้ว วันที่ 13 ก.พ. จะเดดไลน์ให้แต่ละสโมสรส่งหลักฐานให้ครบถ้วน แล้วก์ต้องแล้วแต่ทางสมาคมฟุตบอลฯ จะเป็นคนพิจารณาตรงนี้ แต่การตรวจสนามก็คงจะดูแลทุกอย่างไปเรื่อยๆ ไม่ใช่สโมสรไหนผ่านแล้วจะไม่มาตรวจสอบดู แต่ยอมรับว่ามาตรฐานการทำงานก็ต้องมีการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อความเป็นมืออาชีพ อย่างทีมนครปฐม ที่กลับมาทำทีมใหม่ จริงๆ สนามยังไม่ได้มาตรฐาน แต่คงอะลุ้มอล่วยให้ เช่นเดียวกับ ทีทีเอ็ม ปีนี้ก็ทีมนครปฐม ที่กลับมาทำทีมใหม่ จริงๆ สนามยังไม่ได้มาตรฐาน แต่คงอะลุ้มอล่วยให้ เช่นเดียวกับ ทีทีเอ็ม ปีนี้ก็คงจะย้ายจากเชียงใหม่ ไปลพบุรี ซึ่งสภาพสนามดูดีกว่า สมุทรสงคราม ขณะที่เรื่องของอีสาน ยูไนเต็ด และศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี นั้น แล้วแต่ทางสมาคมฯ พิจารณา แต่ทางอีสานฯ ได้ส่งหลักฐานให้ผม ผมเห็นแล้วว่าถูกต้อง แต่เรื่องฟ้องร้องก็คงต้องแล้วแต่สโมสรจะดำเนินการ"
ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2013 นั้น อาจจะมีปัญหาในเรื่องของ 2 สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะต้องดูว่าชนกับโปรแกรมเอเอฟซี แชมเปี้ยน ลีก หรือไม่ ถ้าจะยกโปรแกรม ก็คงต้องเลื่อนไปทุกคู่ เช่นเดียวกับ ในเดือน ก.ค.ต้องดูว่าชนกับโปรแกรมของทีมชาติไทย ที่จะต้องดวลทีมกับทีมระดับโลก ที่จะมาเมืองไทยหรือไม่ ในอนาคตการทำงานของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีกนั้น คงจะเลียนแบบทางฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเป็นหลัก ยอมรับว่าการทำงานในปีนี้จะต้องจริงจัง เพื่อให้แต่ละสโมสรมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น"
sport สมาคมฟุตบอลทำพิธีลงนามสัญญาการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556
สมาคมฟุตบอลทำพิธีลงนามสัญญาการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556 กับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ส่วนลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในปีหน้าจะเปิดประมูลภายในปีนี้เหมือนกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ คาดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท
นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานงานแถลงข่าวพิธีลงนามสัญญาการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ ปี 2556-2560 ระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด และนายวิมล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ห้องวาสนา โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน
ทางสมาคมฯ ได้มอบหมายให้ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลเรื่องการตลาดและสิทธิประโยชน์ของฟุตบอลอาชีพ ทั้งลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ การจัดการผู้สนับสนุนการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่น 1, ดิวิชั่น 2 และการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ รวมทั้งแต่งตั้ง มร.เคลลี ซาทิรัจ ที่เคยทำงานในเอเอฟซีและสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย มาดูแลบริหารและเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด การต่างประเทศ และคลับไลเซนซิ่ง ช่วยด้านบริหารพัฒนาสร้างสโมสรให้เป็นมืออาชีพ ทั้งสโมสรในโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก และยามาฮ่า ลีกวัน
นายวรวีร์ มะกูดี กล่าวว่า รายได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์นั้นจะแบ่งออกเป็นเงินสนับสนุนให้กับสโมสร ทางสมาคมฯ จะพยายามเพิ่มเงินจัดสรรให้ทุกๆ ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแบบมืออาชีพ ซึ่งปีนี้แต่ละสโมสรจะได้เงินเพิ่ม 6 ล้านบาทสำหรับทีมในโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก จะแบ่งจ่าย 3 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ช่วงแรกก่อนเปิดฤดูกาล ครั้งที่ 2 หลังจบเลกแรก และครั้งที่ 3 หลังปิดฤดูกาล และตั้งเป้าปี 2557-2559 แต่ละทีมในไทยพรีเมียร์ลีกจะได้รับเงินสนับสนุนไม่ต่ำกว่าปีละ 20 ล้านบาท รวมไปถึงลีกอื่นๆ อีกส่วนจะแบ่งเป็นค่าดำเนินการถ่ายทอดสด, บันทึกเทป ทางช่องฟรีทีวีและเคเบิลทีวี ทั้ง 3 ลีก รวมทั้งทุกรายการในประเทศของสมาคมฯ, ค่าผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, การสนับสนุนค่าใช้จ่ายการบริหารการจัดการของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด, ค่าดำเนินการจัดการ, ผลิตป้ายโฆษณาในสนาม, ค่าดำเนินกิจกรรมด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์, การประชาสัมพันธ์ตลอดทุกฤดูกาลทุกลีก
"ในส่วนของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไทยพรีเมียร์ลีกในปีหน้าน่าจะมีการเปิดประมูลภายในปีนี้ ซึ่งตอนนี้มีทั้งในประเทศและต่างประเทศโทร.มาสอบถามแต่คาดว่ามูลค่าน่าจะประมาณขั้นต่ำ 600 ล้านบาท คาดว่าแต่ละสโมสรจะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นแน่นอน การเปิดประมูลนั้นจะเหมือนกับทางพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ แน่นอน ส่วนเซอร์เดวิด ริชาร์ด นั้นตอนแรกจะมาถึงไทยวันที่ 10 ก.พ. แต่ติดฟุตบอลฉลอง 100 ปี ผมคงจะเดินทางไปพูดคุยหารือในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ขณะที่หมู่เกาะแฟโร จะมาอุ่นเครื่องกับชุดซีเกมส์ ของไทยในวันที่ 21 ก.พ.นี้ อาจจะเป็นที่ราชมังคลากีฬาสถานหรือสนามศุภชลาศัย ส่วนวันที่ 22 ก.พ.น่าจะมีการประชุมสภากรรมการฯ ส่วนกรณีของ "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันของทีมชาติไทยนั้นเซ็นสัญญา 2 ปี ก็ยังไม่มีการยกเลิกสัญญา ต้องขอหารือกับสภากรรมการฯ" อีกครั้ง
ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นประธานเปิดสัมมนาการพัฒนาสโมสรฟุตบอลสู่สโมสรอาชีพ โดย บ.ไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน ซึ่งมี มร.เจย์ซิงห์ มูทิอาห์ จากมาเลเซีย เป็นวิทยากร ร่วมด้วย น.อ.พิเศษ นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ประธานฝ่ายแพทย์ สมาคมฟุตบอลฯ, น.พ.มีชัย อินวู้ด ประธานคณะกรรมการตรวจสารต้องห้ามแห่งประเทศไทย และอดีตนักเตะ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, สุรชัย จตุภัทรพงษ์, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ด้าน ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง เปิดเผยว่า งานสัมมนาครั้งนี้ ได้ตัวแทนจากเอเอฟซี มาให้ความรู้ สำหรับแต่ละสโมสร ทุกลีก ที่มีทั้งระดับผู้บริหารทีม, ผู้จัดการทีม, ผู้ฝึกสอน และนักฟุตบอล ซึ่งจะมีอดีตนักเตะมาให้ความรู้ด้วย เพื่อจะได้เข้าใจแนวทางเดียวกันและได้นำไปปฏิบัติได้ตรงกัน ปีนี้สำหรับการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ จะเป็นการทำงานด้วยคุณภาพแบบจริงจัง ในส่วนของผู้ตัดสินก็ยังใช้ผู้ตัดสินต่างชาติ ยอมรับว่าการตัดสินก็โอเค. ไม่มีการล้มบอล แต่อาจจะมีการผิดพลาดบ้าง 4 เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง
"สำหรับเรื่องของคลับไลเซนซิ่งนั้น ตอนนี้มีอินทรีเพื่อนตำรวจ และ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ส่งหลักฐานครบแล้ว วันที่ 13 ก.พ. จะเดดไลน์ให้แต่ละสโมสรส่งหลักฐานให้ครบถ้วน แล้วก์ต้องแล้วแต่ทางสมาคมฟุตบอลฯ จะเป็นคนพิจารณาตรงนี้ แต่การตรวจสนามก็คงจะดูแลทุกอย่างไปเรื่อยๆ ไม่ใช่สโมสรไหนผ่านแล้วจะไม่มาตรวจสอบดู แต่ยอมรับว่ามาตรฐานการทำงานก็ต้องมีการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อความเป็นมืออาชีพ อย่างทีมนครปฐม ที่กลับมาทำทีมใหม่ จริงๆ สนามยังไม่ได้มาตรฐาน แต่คงอะลุ้มอล่วยให้ เช่นเดียวกับ ทีทีเอ็ม ปีนี้ก็ทีมนครปฐม ที่กลับมาทำทีมใหม่ จริงๆ สนามยังไม่ได้มาตรฐาน แต่คงอะลุ้มอล่วยให้ เช่นเดียวกับ ทีทีเอ็ม ปีนี้ก็คงจะย้ายจากเชียงใหม่ ไปลพบุรี ซึ่งสภาพสนามดูดีกว่า สมุทรสงคราม ขณะที่เรื่องของอีสาน ยูไนเต็ด และศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี นั้น แล้วแต่ทางสมาคมฯ พิจารณา แต่ทางอีสานฯ ได้ส่งหลักฐานให้ผม ผมเห็นแล้วว่าถูกต้อง แต่เรื่องฟ้องร้องก็คงต้องแล้วแต่สโมสรจะดำเนินการ"
ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2013 นั้น อาจจะมีปัญหาในเรื่องของ 2 สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะต้องดูว่าชนกับโปรแกรมเอเอฟซี แชมเปี้ยน ลีก หรือไม่ ถ้าจะยกโปรแกรม ก็คงต้องเลื่อนไปทุกคู่ เช่นเดียวกับ ในเดือน ก.ค.ต้องดูว่าชนกับโปรแกรมของทีมชาติไทย ที่จะต้องดวลทีมกับทีมระดับโลก ที่จะมาเมืองไทยหรือไม่ ในอนาคตการทำงานของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีกนั้น คงจะเลียนแบบทางฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเป็นหลัก ยอมรับว่าการทำงานในปีนี้จะต้องจริงจัง เพื่อให้แต่ละสโมสรมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น"