ผมเห็นการถอดถอนยศ เนื่องจากเอกสารอันเป็นเท็จ ทั้งที่เพียงแค่ยื่นเอกสารจริงให้กับกระทรวงกลาโหม เรื่องราวคงจะจบ แต่กลับเลือกที่จะฟ้องศาลปกครอง จะเป็นการเบี่ยงเบน หรือไม่ก็คงต้องการยึดเวลาให้นานที่สุดเท่านั้น
ทำให้ผมมองเห็นการเรียกร้องคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองสมัยคุณทักษิณจึงเป็นเพียงหวังผลทางการเมืองเท่านั้นเอง
ผมเห็นความพยายามดิสเครดิตหน่วยงานที่ฟ้องร้องในทุกคดีว่า เป็นการแทรกแซงทางการเมือง เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อหวังผลทางการเมือง
ทำให้ผมมองเห็นถึง คตส.ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ทั้งยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งยังมีกฎหมายรองรับในทุกกรณี อย่างนี้แล้วจะเป็นอื่นไปได้อย่างไร นอกจากหวังผลทางการเมือง
ผมเห็นคลิปวีดีโอที่แสดงถึงความพยายามขององค์กรอิสระถึงสององค์กรที่แสดงออกถึงความพยายามที่จะช่วยพรรคการเมืองพรรคหนึ่งให้รอดจากการถูกยุบพรรค
ทำให้ผมมองเห็นถึงการยุบพรรคครั้งแล้วครั้งเล่าของพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง จึงเป็นไปตามแผนบันได 4 ขั้นที่ผู้ทำรัฐประหารในครั้งนั้นออกมาพูดผ่านสื่อฯด้วยความภาคภูมิใจเป็นแน่
ผมเห็นถึงการใช้กำลังพลจากกองทัพมากมาย พร้อมทั้งอาวุธสงครามมากมาย ออกมาปราบปรามประชาชน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย เพียงแค่คนเหล่านั้นเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจเท่านั้น
ทำให้ผมมองเห็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างรัฐบาลคุณทักษิณ ยินดีที่จะยุบสภามากกว่าการปราบปรามประชาชน นี่จึงเป็นแบบอย่างของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย
ผมเห็นถึงนมบูดปลากระป๋องเน่า น้ำมันปาล์มขาดตลาด หรือแม้กระทั่งโรงพักมีแต่เสา
ทำให้ผมมองเห็นเรื่องคุณทักษิณที่ถูกกล่าวหาเรื่องไม่จ่ายภาษีในตลาดหุ้น เรื่องเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจตัวเองหรือแม้กระทั่งการเซ็นชื่อให้เมียทำธุรกรรมที่ถูกพิพากษาจำคุกนั้น ก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังรอถุงยังชีพ ไม่ทำให้คนต้องแย่งซื้อน้ำมันปาล์มถึงขั้นตีกันและก็ไม่ทำให้ตำรวจต้องเดือดร้อนถึงขั้นไม่มีโรงพักทำการ นักโทษต้องอาศัยอยู่ในห้องส้วมแทนห้องขัง
ผมเห็นถึงการทุจริตมากมายในยุครัฐบาลคนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสาธง ถนนปลอดฝุ่น ครุภัณฑ์ อาชีวะ โครงการประกันข้าว โรงพัก 396 โรง แฟลตตำรวจ เรื่องเหล่านี้กลับไม่มีหน่วยงานใดองค์กรใดออกมาเรียกร้อง ตรวจสอบ ออกมาประณามถึงการทุจริตคอรัปชั่น
ทำให้ผมมองเห็นเรื่องความพยายามปั่นกระแสความทุจริตสมัยคุณทักษิณ จนถึงขั้นเชิญชวนให้กองทัพออกมาทำรัฐประหารยึดอำนาจ เป็นเพียงความต้องการได้อำนาจที่ไม่สามารถหาได้จากประชาชนเท่านั้นเอง ไม่ใช่เห็นแก่ประเทศชาติอย่างที่กล่าวอ้าง
ผมเห็นถึงความพยายามหอบเอกสารไปพบผู้นำกัมพูชาถึง 3 ครั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่สังคมไม่เคยรับรู้มาก่อน แล้วบอกว่า เป็นการไปเจรจากันอย่างโปร่งใส
ทำให้ผมเห็นถึงความพยายามยึดโยงเรื่องพรรคเพื่อไทยกับความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชาเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนในเขตพื้นที่ทับซ้อน จึงเป็นการกล่าวหาเพื่อดิสเครดิต โดยไม่เคยกังวลกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผลกรรมจึงตกอยู่กับประชาชนตามชายแดนอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ผมเห็นถึงความพยายามที่จะแต่งตั้ง ผบ.ตร.หลายครั้งไม่สำเร็จ เพราะไม่ได้บุคคลที่ทางฝ่ายนักการเมืองต้องการ
จนในที่สุดต้องให้มี ผบ.ตร.และรักษาการ ผบ.ตร.พร้อมกันในคราวเดียวกัน และเมื่อความจริงปรากฏถึงการสนองนักการเมืองด้วยเรื่องการรวบสัญญาในการสร้างโรงพัก
ทำให้ผมมองเห็นที่หลายฝ่ายพูดถึงการลุแก่อำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการในยุคทักษิณ ก็คงไม่มีอะไรที่น่าเกลียดไปกว่านี่อีกแล้ว นั่นจึงพอจะแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมา เป็นเพียงต้องการให้เกิดกระแสความเกลียดชัง จนนำไปสู่การขับไล่รัฐบาล เพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจแค่นั้นเอง
ผมเห็นถึงการอนุมัติโครงการต่างๆร้อยกว่าโครงการ ภายในเวลาสิบกว่าชั่วโมง ซึ่งถ้าคำนวณการอนุมัติแต่ละโครงการใช้เวลาไม่กี่นาทีนั้น เป็นการกระทำตามระบบสภาเสียงข้างมาก
ทำให้ผมมองเห็นที่มีความพยายามพูดถึงเผด็จการรัฐสภา พวกมากลากไป จึงเป็นเพียงวาทกรรมของเสียงข้างน้อยที่ต้องการดิสเครดิตเสียงข้างมาก เป็นข้ออ้างที่จะก่อเวทีสัญจร เพื่อสร้างความวุ่นวายให้เกิดความปั่นป่วน หวังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 49 เสียมากกว่า
ผมเห็นถึงการดองคดี ปรส.ที่กำลังจะหมดอายุความก็ดี ผมเห็นถึงโครงการประกันข้าวที่ยังไม่มีคำตอบใดๆก็ดี แต่กลับมีความพยายามออกมาชี้นำเรื่องโครงการรับจำนำข้าวกันหลายหน่วยงาน
ทำให้ผมมองเห็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน จะเป็นเจตนาหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ความไม่เป็นธรรมได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างนี้จะให้ผมมองเป็นอื่นคงไม่ได้ นอกจากพวกใครพวกมันเท่านั้นเอง
ผมเห็นถึงตำรวจที่เป็นพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายปิดสนามบิน ไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯพร้อมกล่าวเห็นด้วยว่าเป็นพวกผู้ก่อการดี
ทำให้ผมมองเห็นว่าความเป็นธรรมจะมีได้อย่างไร เมื่อคนปิดสนามบินเป็นผู้ก่อการดี ส่วนปิดถนนราชประสงค์กลายเป็นผู้ก่อการร้าย
ผมเห็นถึงการเลื่อนฟ้องแกนนำพันธมิตรฯเป็นครั้งที่ 18 ซึ่งอาจเป็นผู้ต้องหาเพียงพวกเดียวในประเทศนี้หรืออาจจะเป็นผู้ต้องหาเดียวในโลกนี้ก็ได้ที่ได้สิทธิมากมายขนาดนี้
ทำให้ผมเห็นว่าเป็นการปฏิบัติอย่างสองมาตรฐาน เพราะแกนนำแดงที่มีการกระทำความผิดที่เกิดทีหลัง แต่ทุกคนต้องติดคุกกันทั่วหน้า ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรมนั่นเอง
ผมเห็นถึงการพิจารณาจากศาล อย่างน้อย 4 ศพที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้คำสั่งของ ศอฉ.และจากคำให้การของเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงที่ให้การถึงความเป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาจะเผาห้างได้ในเวลานั้น
ทำให้ผมเห็นว่าวาทกรรม “เผาบ้านเผาเมือง”จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่ฆ่าเขาแล้วยังใส่ร้ายเขาอีก ซึ่งไม่น่าจะมีความเป็นคนตามที่คุณอภิสิทธิ์เคยพูดถึงนายกฯสมชาย ความจริงจึงน่าจะเป็นการ “ฆ่าแล้วเผา”ต่างหากครับ
ผมเห็นถึงการนิรโทษกรรมให้กับผู้สั่งการมากมายในอดีตไม่มีผู้ต่อต้าน แต่การนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกกระทำบ้าง กลับได้รับการต่อต้านอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มคนหลายกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจในครั้งนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ทำให้ผมเห็นว่ากลุ่มคนที่ไม่สามารถจะชนะด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ จึงจำต้องอาศัยชัยชนะจากความขัดแย้งของสังคม ประเทศปรองดองกันได้ พวกเหล่านี้คงจะหาที่ยืนทางการเมืองลำบาก
ผมเห็นถึงการท่องเที่ยวอย่างมากมายไม่ว่าจากภายในหรือภายนอกในวันปีใหม่ คนจับจ่ายใช้สอยอย่างมากมายในวันตรุษจีน ล้วนแต่เป็นแผนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายนโยบายกำลังได้รับการตอบสนองอย่างได้ผล
ทำให้ผมเห็นว่ารัฐบาลกำลังเดินมาถูกทาง เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโต ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนอีกกลุ่มพยายามสร้างภาพความเลวร้ายให้ดูน่ากลัวจนเกินขอบเขต เป็นความพยายามที่ไม่อยากเห็นรัฐบาลทำงานได้ผลอย่างต่อเนื่อง เพราะนั่นจะเป็นการปิดโอกาสให้คืนสู่อำนาจได้อย่างชอบธรรมต่างหากครับ
และเหนืออื่นใดผมเห็นถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา และล่าสุดชัยชนะของเพื่อไทยที่ลพบุรี เป็นการชนะ ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมเสียด้วย
ทำให้ผมเห็นว่าไม่เพียงแต่ผมเห็นคนเดียว แต่คนส่วนใหญ่ล้วนแต่เห็นเช่นเดียวกับผม นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ผมมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า ผมเลือกข้างไม่ผิด เพราะข้างที่ผมเลือกนั่นคือ ข้างของประชาชนครับ
เวลายิ่งผ่านไป ผมยิ่งมั่นใจว่าผมเลือกข้างไม่ผิด
ทำให้ผมมองเห็นการเรียกร้องคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองสมัยคุณทักษิณจึงเป็นเพียงหวังผลทางการเมืองเท่านั้นเอง
ผมเห็นความพยายามดิสเครดิตหน่วยงานที่ฟ้องร้องในทุกคดีว่า เป็นการแทรกแซงทางการเมือง เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อหวังผลทางการเมือง
ทำให้ผมมองเห็นถึง คตส.ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ทั้งยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งยังมีกฎหมายรองรับในทุกกรณี อย่างนี้แล้วจะเป็นอื่นไปได้อย่างไร นอกจากหวังผลทางการเมือง
ผมเห็นคลิปวีดีโอที่แสดงถึงความพยายามขององค์กรอิสระถึงสององค์กรที่แสดงออกถึงความพยายามที่จะช่วยพรรคการเมืองพรรคหนึ่งให้รอดจากการถูกยุบพรรค
ทำให้ผมมองเห็นถึงการยุบพรรคครั้งแล้วครั้งเล่าของพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง จึงเป็นไปตามแผนบันได 4 ขั้นที่ผู้ทำรัฐประหารในครั้งนั้นออกมาพูดผ่านสื่อฯด้วยความภาคภูมิใจเป็นแน่
ผมเห็นถึงการใช้กำลังพลจากกองทัพมากมาย พร้อมทั้งอาวุธสงครามมากมาย ออกมาปราบปรามประชาชน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย เพียงแค่คนเหล่านั้นเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจเท่านั้น
ทำให้ผมมองเห็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างรัฐบาลคุณทักษิณ ยินดีที่จะยุบสภามากกว่าการปราบปรามประชาชน นี่จึงเป็นแบบอย่างของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย
ผมเห็นถึงนมบูดปลากระป๋องเน่า น้ำมันปาล์มขาดตลาด หรือแม้กระทั่งโรงพักมีแต่เสา
ทำให้ผมมองเห็นเรื่องคุณทักษิณที่ถูกกล่าวหาเรื่องไม่จ่ายภาษีในตลาดหุ้น เรื่องเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจตัวเองหรือแม้กระทั่งการเซ็นชื่อให้เมียทำธุรกรรมที่ถูกพิพากษาจำคุกนั้น ก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังรอถุงยังชีพ ไม่ทำให้คนต้องแย่งซื้อน้ำมันปาล์มถึงขั้นตีกันและก็ไม่ทำให้ตำรวจต้องเดือดร้อนถึงขั้นไม่มีโรงพักทำการ นักโทษต้องอาศัยอยู่ในห้องส้วมแทนห้องขัง
ผมเห็นถึงการทุจริตมากมายในยุครัฐบาลคนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสาธง ถนนปลอดฝุ่น ครุภัณฑ์ อาชีวะ โครงการประกันข้าว โรงพัก 396 โรง แฟลตตำรวจ เรื่องเหล่านี้กลับไม่มีหน่วยงานใดองค์กรใดออกมาเรียกร้อง ตรวจสอบ ออกมาประณามถึงการทุจริตคอรัปชั่น
ทำให้ผมมองเห็นเรื่องความพยายามปั่นกระแสความทุจริตสมัยคุณทักษิณ จนถึงขั้นเชิญชวนให้กองทัพออกมาทำรัฐประหารยึดอำนาจ เป็นเพียงความต้องการได้อำนาจที่ไม่สามารถหาได้จากประชาชนเท่านั้นเอง ไม่ใช่เห็นแก่ประเทศชาติอย่างที่กล่าวอ้าง
ผมเห็นถึงความพยายามหอบเอกสารไปพบผู้นำกัมพูชาถึง 3 ครั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่สังคมไม่เคยรับรู้มาก่อน แล้วบอกว่า เป็นการไปเจรจากันอย่างโปร่งใส
ทำให้ผมเห็นถึงความพยายามยึดโยงเรื่องพรรคเพื่อไทยกับความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชาเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนในเขตพื้นที่ทับซ้อน จึงเป็นการกล่าวหาเพื่อดิสเครดิต โดยไม่เคยกังวลกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผลกรรมจึงตกอยู่กับประชาชนตามชายแดนอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ผมเห็นถึงความพยายามที่จะแต่งตั้ง ผบ.ตร.หลายครั้งไม่สำเร็จ เพราะไม่ได้บุคคลที่ทางฝ่ายนักการเมืองต้องการ
จนในที่สุดต้องให้มี ผบ.ตร.และรักษาการ ผบ.ตร.พร้อมกันในคราวเดียวกัน และเมื่อความจริงปรากฏถึงการสนองนักการเมืองด้วยเรื่องการรวบสัญญาในการสร้างโรงพัก
ทำให้ผมมองเห็นที่หลายฝ่ายพูดถึงการลุแก่อำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการในยุคทักษิณ ก็คงไม่มีอะไรที่น่าเกลียดไปกว่านี่อีกแล้ว นั่นจึงพอจะแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมา เป็นเพียงต้องการให้เกิดกระแสความเกลียดชัง จนนำไปสู่การขับไล่รัฐบาล เพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจแค่นั้นเอง
ผมเห็นถึงการอนุมัติโครงการต่างๆร้อยกว่าโครงการ ภายในเวลาสิบกว่าชั่วโมง ซึ่งถ้าคำนวณการอนุมัติแต่ละโครงการใช้เวลาไม่กี่นาทีนั้น เป็นการกระทำตามระบบสภาเสียงข้างมาก
ทำให้ผมมองเห็นที่มีความพยายามพูดถึงเผด็จการรัฐสภา พวกมากลากไป จึงเป็นเพียงวาทกรรมของเสียงข้างน้อยที่ต้องการดิสเครดิตเสียงข้างมาก เป็นข้ออ้างที่จะก่อเวทีสัญจร เพื่อสร้างความวุ่นวายให้เกิดความปั่นป่วน หวังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 49 เสียมากกว่า
ผมเห็นถึงการดองคดี ปรส.ที่กำลังจะหมดอายุความก็ดี ผมเห็นถึงโครงการประกันข้าวที่ยังไม่มีคำตอบใดๆก็ดี แต่กลับมีความพยายามออกมาชี้นำเรื่องโครงการรับจำนำข้าวกันหลายหน่วยงาน
ทำให้ผมมองเห็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน จะเป็นเจตนาหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ความไม่เป็นธรรมได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างนี้จะให้ผมมองเป็นอื่นคงไม่ได้ นอกจากพวกใครพวกมันเท่านั้นเอง
ผมเห็นถึงตำรวจที่เป็นพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายปิดสนามบิน ไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯพร้อมกล่าวเห็นด้วยว่าเป็นพวกผู้ก่อการดี
ทำให้ผมมองเห็นว่าความเป็นธรรมจะมีได้อย่างไร เมื่อคนปิดสนามบินเป็นผู้ก่อการดี ส่วนปิดถนนราชประสงค์กลายเป็นผู้ก่อการร้าย
ผมเห็นถึงการเลื่อนฟ้องแกนนำพันธมิตรฯเป็นครั้งที่ 18 ซึ่งอาจเป็นผู้ต้องหาเพียงพวกเดียวในประเทศนี้หรืออาจจะเป็นผู้ต้องหาเดียวในโลกนี้ก็ได้ที่ได้สิทธิมากมายขนาดนี้
ทำให้ผมเห็นว่าเป็นการปฏิบัติอย่างสองมาตรฐาน เพราะแกนนำแดงที่มีการกระทำความผิดที่เกิดทีหลัง แต่ทุกคนต้องติดคุกกันทั่วหน้า ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรมนั่นเอง
ผมเห็นถึงการพิจารณาจากศาล อย่างน้อย 4 ศพที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้คำสั่งของ ศอฉ.และจากคำให้การของเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงที่ให้การถึงความเป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาจะเผาห้างได้ในเวลานั้น
ทำให้ผมเห็นว่าวาทกรรม “เผาบ้านเผาเมือง”จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่ฆ่าเขาแล้วยังใส่ร้ายเขาอีก ซึ่งไม่น่าจะมีความเป็นคนตามที่คุณอภิสิทธิ์เคยพูดถึงนายกฯสมชาย ความจริงจึงน่าจะเป็นการ “ฆ่าแล้วเผา”ต่างหากครับ
ผมเห็นถึงการนิรโทษกรรมให้กับผู้สั่งการมากมายในอดีตไม่มีผู้ต่อต้าน แต่การนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกกระทำบ้าง กลับได้รับการต่อต้านอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มคนหลายกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจในครั้งนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ทำให้ผมเห็นว่ากลุ่มคนที่ไม่สามารถจะชนะด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ จึงจำต้องอาศัยชัยชนะจากความขัดแย้งของสังคม ประเทศปรองดองกันได้ พวกเหล่านี้คงจะหาที่ยืนทางการเมืองลำบาก
ผมเห็นถึงการท่องเที่ยวอย่างมากมายไม่ว่าจากภายในหรือภายนอกในวันปีใหม่ คนจับจ่ายใช้สอยอย่างมากมายในวันตรุษจีน ล้วนแต่เป็นแผนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายนโยบายกำลังได้รับการตอบสนองอย่างได้ผล
ทำให้ผมเห็นว่ารัฐบาลกำลังเดินมาถูกทาง เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโต ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนอีกกลุ่มพยายามสร้างภาพความเลวร้ายให้ดูน่ากลัวจนเกินขอบเขต เป็นความพยายามที่ไม่อยากเห็นรัฐบาลทำงานได้ผลอย่างต่อเนื่อง เพราะนั่นจะเป็นการปิดโอกาสให้คืนสู่อำนาจได้อย่างชอบธรรมต่างหากครับ
และเหนืออื่นใดผมเห็นถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา และล่าสุดชัยชนะของเพื่อไทยที่ลพบุรี เป็นการชนะ ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมเสียด้วย
ทำให้ผมเห็นว่าไม่เพียงแต่ผมเห็นคนเดียว แต่คนส่วนใหญ่ล้วนแต่เห็นเช่นเดียวกับผม นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ผมมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า ผมเลือกข้างไม่ผิด เพราะข้างที่ผมเลือกนั่นคือ ข้างของประชาชนครับ