D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย ขับสอง และขับสี่ รถยนต์ ISUZU by Yai6000

D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย ขับสอง และขับสี่ รถยนต์ ISUZU by Yai6000

     มี D.I.Y. มานำเสนอกันอีกแล้วนะครับ สำหรับคนที่รักการเสพ D.I.Y. อย่างสม่ำเสมอ ใครบอกว่ารถเรา
ต้องให้ช่างดูแลอย่างเดียว เราเองก็สามารถทำเองได้ หรือจะทำเป็นกิจกรรมในครอบครัวอันนี้ยิ่งดีใหญ่เลย
เครื่องมือเดี๋ยวนี้ก็มีหลายเกรด หลายราคา ก็ลองหาซื้อเอามาใช้กันดูนะครับ หรือจะทยอยซื้อทีตัวก็ได้ครับ

     เนื่องจากมีน้าๆ ที่ได้รับรถใหม่ไปทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายออกมา แล้วใส่ของใหม่เข้าไปแทนที
เราก็มักจะได้เห็น ยี่ห้อต่างๆ มากมายที่นำมาใช้กัน แล้ววิธีการเลือกน้ำมันเฟืองท้ายทำอย่างไรล่ะ ? แล้ว
เจ้าของรถสามารถทำเองได้ไหม ? ต้องติดตาม D.I.Y. ชุดนี้ครับ แล้วจะพบทุกคำตอบที่ต้องการ

1. จัดเตรียมเครื่องมือ และอุปกรณ์กันก่อนเลย หลักๆ เลยที่ต้องเตรียม คือ น้ำมันเฟืองท้ายจำนวน 3 ลิตร
ด้ามประแจบล็อคความยาว 18 นิ้ว พร้อมลูกบล็อคหกเหลี่ยม เบอร์ 24 ส่วนใครที่ยังไม่ได้ซื้อด้ามประแจบล็อค
ความยาวมาตรฐาน 10 นิ้ว แนะนำให้ใช้ ดังรูปนะครับ เนื่องจากสามารถใช้แป๊บเหล็กมาต่อด้ามให้ยาวขึ้นได้
สะดวกกว่า แบบที่เป็นด้ามหนาๆ


2. น้ำมันเฟืองท้าย ยี่ห้อนี่เองที่เราเห็นใช้กันได้ทั่วไป ทั้งเฟืองท้ายขับสอง และขับสี่ล้อ เห็นได้บ่อยตามร้าน
ขายอะไหล่รถยนต์ทั่วไป หาซื้อได้ง่าย ราคาแพงนิดนึง เนื่องจาก เป็นขวดแบบหัวจรวด ให้ความสะดวกสบาย
ในการนำไปใช้งาน ราคาที่แพงขึ้นมาจากขวดลักษณะแบบนี้ด้วยครับ ราคาประมาณขวดละ 250 บาท


3. ตัวหนังสือ Limited Slip บอกถึง คุณสมบัติของน้ำมันเฟืองท้ายที่เหมาะกับเฟืองท้ายแบบขับสี่ แต่ก็สามารถ
ใช้กับเฟืองท้ายแบบขับสองได้ ส่วนตัวเลข SAE 80W-90 บอกถึงความหนืดของน้ำมัน รายละเอียดลึกๆ ต้องไป
ตามหาอ่านจากแหล่งอื่นประกอบเอาเองนะครับ


4. เลือกน้ำมันเฟืองท้ายจำเป็นต้อง GL-5 เท่านั้น บางคนไปเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายแบบถูกๆ มา หารู้ไม่ว่าโดน
GL-1 เข้าให้แล้ว ยิ่งถ้าเติมจากถัง 200 ลิตรด้วยแล้ว ไม่รู้ที่มาอีกต่างหากโดนแน่นอน น้ำมันเฟืองท้ายตามปกติ
ก็เปลี่ยนถ่ายกันทุกๆ 40,000 Km. ตามระยะที่คู่มือแนะนำ ใช้ของดี รู้ที่มา ราคาเหมาะสม จบเลยดีกว่า


5. ก่อนทำการมุดใต้ท้องรถ ตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยกันด้วย เบรคต้องอยู่ในตำแหน่งล็อค ป้องกันรถไหล


6. กันเหนียวเอาไว้หน่อยก็ดี เหลือดีกว่าไม่พอ เอายางหนุนล้อมาใช้งานด้วย ไหนๆ มีเอาไว้ใช้จัดเต็มกันไปเลย


8. ตำแหน่งน็อตเติม และน็อตถ่าย หกเหลี่ยม เบอร์ 24 ของเฟืองท้ายหลัง แนะนำให้หมุนน็อตเติม ด้านซ้ายมือ
ออกมาก่อน ใครที่หมุนถ่ายเอาน้ำมันเฟืองท้ายออกมา แล้วเอาน้ำมันออกมาจนหมด แต่หมุนน็อตเติมไม่ออก
งานเข้าแน่นอน เราเตือนคุณแล้ว


9. ท่อหน้าตาประหลาดนี้ คือ ท่อหายใจเฟืองท้ายนะครับ โดยยกปลายท่อเอาไปไว้ใน ไฟท้ายหลังซ้าย
เผื่อว่าอาจจะต้องได้ลุยน้ำท่วมอีกครั้ง ป้องกันน้ำเข้าไปในเฟืองท้าย กรณีที่ลุยน้ำท่วมสูงกว่าเพลาท้าย


10. อาการน้ำเข้าไปในเฟืองท้าย จะเป็นดังรูป  ต้องถ่ายออกอย่างน้อย 2-3 รอบ กว่าจะกลับไปดีดั่งเดิม
ถ้าเป็นไปได้ อย่าให้เข้าไปเลยตั้งแต่แรกจะดีกว่าไหม


11. โม้มาเยอะแล้ว มาทำงานกันต่อดีกว่า ทำการหมุนน็อตเติมน้ำมันเฟืองท้ายออกมา แนะนำให้ใช้ด้ามบล็อคยาว
จะช่วยให้มีแรงขันออกมาได้ง่ายขึ้น คันไหนไปเจอบล็อคลมทำการขันอัดมา จะบอกว่าขันน็อตออกยากมาก
อย่าให้เจอหน้าคนที่เอาหมุนน็อตเข้าก็แล้วกัน จากรูปพบว่า ช่างคนนี้ไม่น่าจะใช่คนไทย เนื่องช่างคนไทย
ไม่นิยมการใส่ถุงมือ 555+++



12. จากนั้นทำการหมุนน็อตถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายออกมา แล้วหาภาชนะมารองรับน้ำมันเก่าที่ไหลออกมา




13. ทำการตวงวัดน้ำมันเฟืองท้ายที่ออกมาสักหน่อย จากรูป น้ำมันที่ถ่ายออกมาประมาณ 2.5 ลิตร
เราได้เตรียมน้ำมันเฟืองท้ายของใหม่เอาไว้ 3 ลิตร ก็น่าจะเพียงพอแล้ว


14. อุปกรณ์พิเศษอีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยให้เราทำการเติมน้ำมันเฟืองท้ายได้ง่ายขึ้น เป็นท่อยางที่เป็นท่อน้ำมัน
หาซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่รถยนต์ทั่วไป เมื่อทำการประกอบร่างกับขวดหัวจรวดแล้ว จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น



15. ทำการยกกองกำลังเข้าประชิด เตรียมการในขั้นสุดท้าย เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ลุย....เลย


16. หลังจากหมุนน็อตถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายกลับคืนที่เดิมแล้ว ก็ทำการเติมน้ำมันเฟืองท้ายของใหม่เข้าไป
สังเกตว่าถ้าใช้วิธีการแบบเดิม เสียบขวดเข้าไปเติมเลยจะพบว่ามีความลำบากในการเติม เนื่องจากติดยาง
อะไหล่นี่เอง ทำให้ไม่มีระยะในการบีบ และการยก ครั้นจะถอดยางอะไหล่ลงมา แล้วเติมน้ำมันเฟืองท้าย
ก็ถือว่าได้ตรวจเช็คยางอะไหล่ด้วย ได้ออกกำลังเพิ่มขึ้นด้วย แต่มันใช้เวลามากไปมั้ย...


17. อีกวิธีนึงที่สะดวกมาขึ้น คือ เอาท่อยางมาต่อที่ปลายขวดหัวจรวด แล้วจะพบว่ามันทำงานได้ง่ายขึ้นมาก
ทำการเติมน้ำมันเฟืองท้ายของใหม่เข้าไปเรื่อยๆ จนล้นรูเติมน้ำมันเฟืองท้าย


18. ทำการเติมน้ำมันเฟืองท้ายของใหม่ เข้าไปจนล้นรูเติม ดังรูป ต้องจอดรถในแนวระนาบไม่เอียงไปข้างใด
ข้างหนึ่ง เป็นอันใช้ได้


19. ทำการปิด เก็บ ตรวจเช็คอีกครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย น็อตเวลาขันเข้า แนะนำขันให้สุดแต่อย่าแน่นเกิน
เดี๋ยวเกลียวจะพัง ถ้าทำบ่อยจะรู้น้ำหนักโดยอัตโนมัติ โปรดระวังในครั้งหน้าถ้าขันน็อตไม่ออก อย่าลืมว่าเรา
เป็นคนที่ขันน็อต อย่าเผลอด่าออกมาดังๆ ใครฟระแมร่งขันแน่นเกิน...


20. จากน้ำมันเฟืองท้ายของใหม่ประมาณ 3 ลิตร หลังจากใช้ไปแล้วก็จะเหลือประมาณเกือบ 0.5 ลิตร ดังรูป
แนะนำว่าขวดเปล่าอย่าทิ้ง เก็บเอาไว้ทำ D.I.Y. อื่นๆ ได้อีกมากมาย ทิ้งไปก็เสียดาย หาซื้อขวดเปล่าแบบนี้
ยากมากไม่ค่อยมีใครปล่อย เดี๋ยวคราวหน้ามี D.I.Y. กันต่ออีกโปรดติดตาม

เดี๋ยวเราจะมาชี้ช่อง ข้อแตกต่างของน้ำมันเฟืองท้ายขับสอง และน้ำมันเฟืองท้ายขับสี่กัน
จากรูปด้านล่าง หลังจากเติมน้ำมันเฟืองท้ายจนล้นรูเติมแล้ว เหลือน้ำมันในขวด ดังรูป


21. น้ำมันเฟืองท้ายขับสอง เหมาะสำหรับเติมลงในเฟืองท้ายขับสองเท่านั้น ห้ามเติมลงไปในเฟืองท้ายขับสี่
ข้อแตกต่างของน้ำมันทั้งสองชนิด ราคาต่อลิตรของน้ำมันเฟืองท้ายแบบขับสี่ แพงกว่าแบบขับสอง ส่วนเรื่อง
ของสีน้ำมัน แทบจะเหมือนกัน ต้องดูที่ภาชนะบรรจุเท่านั้น



22. น้ำมันเฟืองท้ายขับสี่ เหมาะสำหรับเติมลงไปในเฟืองท้ายขับสี่ แต่ก็สามารถเติมลงไปในเฟืองท้ายแบบ
ขับสองได้เช่นกัน ส่วนใหญ่จะมีตัวหนังสือบอกว่าเป็น Limited Slip เห็นได้ทั่วไปตามร้านอะไหล่รถยนต์
มีบรรจุภัณฑ์แบบขวดหัวจรวด ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และราคาสูงขึ้นนั้นเอง ส่วนบางยี่ห้อก็มีแบบเป็นขวด
ธรรมดาขนาด 1 ลิตร ก็ต้องไปหาขวดหัวจรวดมาทำการเติมเข้าไปอีกที

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่