เล่าประสบการณ์ หาโรงเรียน ป. 1 ให้ลูกสาวค่ะ

ก่อนอื่น ขอบอกก่อนว่า เราใช้ Log in ของน้องที่รู้จักกันเพื่อนำมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะคะ

ขอเล่าแบล็คกราวด์ก่อนค่ะ ลูกสาวเรา เค้าเกิดตอนที่เราเป็นไข้หวัดใหญ่ค่ะ ทำให้ตอนเกิดมา น้องแพ้อากาศบนโลก
จากนั้นก็พัฒนาในทางที่ดี แพ้น้อยลง และมีอาการของโรคหัวใจค่ะ เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว เวลาเล่นมาก จะเหนื่อยมากค่ะ
ทำให้เป็นปัญหาในด้านพัฒนาการของน้อง
ตอนแรกอนุบาลเราให้ลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติค่ะ แต่ลูกป่วยบ่อยมาก เนื่องจากใครป่วย หรืออากาศเปลี่ยน ลูกป่วยทันที
ลูกสาวเราไปเรียนอาทิตย์ละวัน 2 วัน เราก็เลยคิดว่า เป็นแบบนี้ไม่ไหวแน่
ต่อมาก็เลยตัดใจ ให้ลูกหยุดเพื่อพักรักษาตัว 1 ปี เต็มเพราะจริงๆ แล้วลูกก็เข้าเรียนก่อนเกณฑ์อยู่แล้ว
ให้ลูกเรียนตามเกณฑ์ และรักษาสุขภาพดีกว่า
เมื่อลูกหายดี แข็งแรงขึ้น ปีต่อมา จึงเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก เป็นอนุบาลที่มีนักเรียนไม่มาก ห้องหนึ่งไม่เกิน 5 คน
ลูกก็มีความสุขดีคะ ไม่่ค่อยป่วย แต่โรงเรียนนี้มีแค่ชั้นอนุบาล ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องหาโรงเรียนใหม่ให้ลูกค่ะ
โดยมีเกณฑ์ว่า
1. ต้องไม่ไกลเกินไป บ้านเราอยู่แถวฝั่งธนค่ะ ลูกต้องเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะคุณยายต้องเป็นผู้ดูแล รับ ส่งค่ะ
2. มีจำนวนนักเรียนต่อห้อง เพราะลูกมาจากโรงเรียนที่มีนักเรียนต่อห้องไม่เกิน 5 คน เจอ 50 คน สงสัยงงกันพักใหญ่ค่ะ

เมื่อมีเกณฑ์ดังกล่าว ก็เริ่มหาโรงเรียนให้ลูก

โรงเรียนแรก เป็นระบบมอนเตอร์เซอร์รี่ ทั้งระบบ ห้องหนึ่งไม่เกิน 25 - 30 คน นี่แหละโรงเรียนในฝัน
พาลูกไปสมัครทันที พอไปถึง ก็มีคุณครูมารับ แล้วพาลูกสาวไปทดสอบค่ะ พร้อมหันมาบอกแม่ว่า คุณแม่ไม่ต้องตามนะคะ
จากนั้นก็พาลูกเราเข้าห้องไปเป็นห้องกระจก แม่ สามารถมองเห็นลูกได้ พอลูกเข้าไปซัก 10 นาที ลูกก็เริ่มร้องไห้ค่ะ
เราเป็นแม่ก็เดินไปหาทันที (ลูกเรานี่ค่ะ ร้องไห้ทำไม)  พอเราเดินเข้าไป คุณครูก็บอกว่า ลูกสาวเราเขียนชื่อผิด
เราก็มอง จะเขียนผิดได้ยังไง แม่จบภาษาไทยมา เราก็มองไปที่กระดาษที่ลูกเขียน ลูกก็เขียนถูก
เราเลยบอกคุณครูว่า ลูกเราเขียนชื่อถูก ครูก็มองมา แล้วพูดเหมือนไม่เชื่อว่าชื่อลูกเราเขียนถูก เราเลยย้ำว่า ชื่อลูกสาวเรา เขียนแบบนี้จริงๆ ค่ะ
จากนั้นก็เลยมองไปที่ข้อสอบลูก เป็นข้อสอบโยง วิชาเลข โดยเป็นโจทย์ 10 - 3 แล้วก็มีตัวเลขให้โยง
เราเลยบอกลูกเราว่า "เค้าให้โยงกันค่ะลูก 10 - 3 เท่ากับเท่าไหร่ แล้วให้โยงไปที่คำตอบนะคะฎ
คุณครูคนนั้น เลยบอกเราว่า "คุณแม่ ห้ามบอกข้อสอบลูกนะคะ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ค่ะ"
พอลูกเราได้ยินเสียงดัง ก็เลยร้องไห้ เราเลยถามลูกว่า ทำต่อไหมค่ะ ลูกตอบว่า ไม่ทำค่ะ
เราก็เลยพาลูกเดินออกมา ตอนลูกเรากำลังเดินออกมาได้ยินเสียงคุณครูตะโกนในห้องพักครูว่า
"เด็กทำข้อสอบไม่ได้เลย เขียนชื่อตัวเองยังไม่ได้ เลขก็ทำไม่ได้"
ตอนนั้นโกรธมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าคุณครู ที่กำลังจะเป็นคุณแม่ (ท้องอยู่ค่ะ) จะพูดแบบนี้
เราพาลูกสาวกลับแบบเงียบ ๆ ไม่ได้ตอบโต้

จากนั้นวันเดียวกันก็เลยพาลูกไปที่อีกโรงเรียนหนึ่ง ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ มีนักเรียนไม่เกิน 35 คน / ห้อง
เป็นระบบ 2 ภาษา จริงๆ ไม่ได้อยากให้ลูกเรียน 2 ภาษาหรอกค่ะ แต่อยากให้ลูกเรียนห้องที่มีนักเรียนต่อห้องไม่มากนัก
จึงพามาสมัคร  คุณครูให้การต้อนรับดีมากค่ะ จากเด้กที่กำลังร้องไห้อยู่ คุณครูแนะนำตัว (โรงเรียนก่อนหน้านี้ไม่มี)
พาไปทดสอบ และผลการทดสอบ ลูกเราก็ผ่านค่ะ เข้าไปสอบเป็นชั่วโมง ไม่มีอาการงอแงเลยค่ะ

ต่อมา เมื่อได้รับประสบการณ์ดีๆ จากโรงเรียนนี้ คุณพ่อของลูก (หรือสามี) ทำงานที่ชลบุรี
เลยอยากพาลูกมาเรียนที่นี่ เพราะเพิ่งเปิดเป็นปีการศึกษาแรก
แต่การต้อนรับแตกต่างกัน จึงตกลงปลงใจให้ลูกเรียนที่ ธนบุรีดีกว่า

หวังว่าคงเป็นข้อมูลให้คุณแม่ๆ ที่กำลังหาที่ให้ลูกเรียนนะคะ
ตอนนี้ตกลงใจแล้วว่าให้ลูกเรียนที่ไหน ขอให้คุณแม่ท่านอื่นๆ ก็คงพบโรงเรียนดีๆ ด้วยเช่นกันค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่